AussieEng 1: G'day,mate!
posted on 22 Oct 2007 06:30 by madambuffalo in AussieEngเพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 2 ปีที่ทู่ซี้เขียนบล็อกมาได้นานขนาดนี้ และเรียนจบเต็มรูปแบบรับปริญญามาเชยชมเรียบร้อยโรงเรียนออสซี่ แอ๋วเองเคยคิดมานานแล้วว่า จะลองเขียนอะไรฉีกแนวตัวเอง แต่ไม่หลุดความเป็นคุณนายแอ๋วมหาสนุกมาได้สักระยะค่ะ ตอนแรกจะเขียนออกแนวนิยาย ตอแหลเป็นตอน ๆ ก็ยังไม่พร้อม เปิดดูตามบล็อกต่าง ๆ ที่เห็นชัดเลยว่าคนแห่เข้าไปดูกันหนาตา ก็คือพวกสอนทำโน่นทำนี่ หรือบล็อกเขียนการ์ตูน รวมทั้งบล็อกอธิบายภาษาอังกฤษ ซึ่งได้รับความนิยมกันอย่างแรง แสดงว่าคนไทยไม่ได้ชอบแค่เรื่องที่ซ้อเจ็ดมั่วนิ่มนั่งเทียนเขียนด่าดาราเหล่าคนดังเพียงอย่างเดียวชิมิคะ เรื่องดีมีสาระก็อ่านกันเป็นด้วย อีกอย่างแอ๋วพยายามมองโอกาสเหมาะทางตลาดด้วยค่ะ เท่าที่เห็น ภาษาอังกฤษที่นำมาอธิบาย หรือสอนนั้นมักจะเป็น American Style หาน้อยมากนะคะที่จะเน้นไปที่ British Style เป็นการสบช่องค่ะ แอ๋วเองใช้ชีวิตอยู่ในประเทศที่ได้รับอิทธิพลในเรื่องของภาษาอังกฤษแบบผู้ดีมาพอสมควร น่าจะเอาความรู้ที่พอมีเล็กน้อย มาประจานให้คนอ่านเห็นว่า เออท่านพ่อท่านแม่เอ็ง ไม่น่าเสียเงินเสียทองส่งอีนี่มาเรียนถึงเมืองนอกเมืองนา ได้แค่นี้เองเหรอยะ
กรี๊ด ไม่ใช่นะคะ แอ๋วเรียนและทำงานอยู่ในประเทศออสเตรเลีย ทำให้รู้ว่า ภาษาอังกฤษทั้งภาษาพูด หรือรวมภาษาเขียน สไตล์ออสซี่นั้น มีความเฉพาะตัวน่าสนใจอยู่มาก และมันก็น่าจะเพียงพอที่จะเอามาอธิบายให้เห็นความต่างได้ไม่จบสิ้น ยกเว้นคนเขียนจะโดนผู้ชายจิกไปทำเมียเสียก่อน หมดแรงขนมปังมาเม้าก็ว่ากันไปนะเจ้าคะ แอ๋วเห็นว่าเป็นช่องว่างทางการตลาดอันหนึ่งที่แอ๋วสมควรทำตัวเป็นสาวเสียบ เฉาะเจาะลึกมันตรงนี้เลย นั่งแบกะดินขายเกี่ยวกับเรื่องนี้ละกัน เพราะมีความถนัดในระดับหนึ่ง ถึงไม่ใช่คนที่เลอเลิศทางภาษา แต่ก็ไม่ถึงกับโง่ดักดานฟัง เขียน อ่านไม่รู้เรื่องเลยนะคะ ที่สำคัญเรามีเจ๊กูเกิ้ล มีอินเตอร์เน็ตจะกลัวไปทำไมคะ บวกกับพลังสมองอันน้อยนิดของแอ๋ว ก็พอจะทำให้เรื่องราวชุดใหม่ของแอ๋วน่าจะมีคนอ่านมากขึ้นนะคะ สลับไปกับเรื่องมก ๆ ของแอ๋วด้วยแหล่ะ วันไหนเบื่อ นังนี่ก็คงหันกลับมาพล่ามเรื่องผู้ชาย เรื่องหำอีก ไม่ต้องห่วงค่ะ นังนี่ไม่ทิ้งหำทิ้งดุ้นแน่ เดี๊ยนรับรอง อาจจะสลับกันไปสร้างอรรถรสสีสันให้กับบล็อกแห่งนี้ละกันนะเจ้าคะ
ก่อนอื่น ขอทำความเข้าใจกับแฟนขาประจำ และขาจร รวมทั้งผู้ชายหน้าตาดีที่คิดจะเอาแอ๋วเป็นเมีย ภาษาอังกฤษที่แอ๋วจะนำมาอธิบายแจกแจงในระดับความรู้ของตัวเดี๊ยนนั้น จะพยายามเลี่ยงไม่ไปซ้ำหรือโยงถึงแบบฉบับของทางฝั่งอเมริกันค่ะ อาจจะมีคาบเกี่ยวไปทาง British English บ้าง เพราะเราคงปฏิเสธไม่ได้ชิมิคะ ภาษาอังกฤษในประเทศออสเตรเลีย มีรากเหง้าแข็งแรงจากประเทศแม่แห่งเกาะอังกฤษอยู่มากโข โดยเฉพาะภาษาพูดและเลยไปถึงภาษาราชการ แต่มันดุน่าสนใจตรงที่ เป็นภาษาอังกฤษที่ผสมผสานระหว่าง สำเนียงท้องถิ่นแบบจริงใจ มีพื้นเพที่มาจากภาษาที่มีสำเนียงไพเราะกระแดะจับจิตจากอังกฤษ และปรุงแต่งด้วยความเฉพาะตัวของภาษาของชาวอะบอริจิ้น ไม่รวมความเป็นประเทศที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติ ยิ่งทำให้ภาษาอังกฤษมันเติบโตมีการผสมผสานกันและมีอะไรให้จับต้องมากกว่า
เกริ่นมาย๊าว ยาว มีเนื้อมีหนังบ้างไหมคะเนี่ย ควานหาจ้วงกันเอาเองนะคะ เดี๋ยนเป็นพวกพล่ามแล้วหยุดยากเจ้าค่ะ วันนี้เป็นวันแรก ก็ต้องเริ่มด้วยการทักทายกันแบบออสซี่นะคะ อันที่จริงในปัจจุบันการทักทายของคนพลเมืองที่นี่ ค่อนข้างแยกให้เห็นชัดระหว่างชาวเมืองใหญ่ (Urban citizens) กับ ชาวชนบท (Bush citizens) และที่น่าเสียดายก็คือ ด้วยอิทธิพลของหนังชุดจากอเมริกัน ดาราที่เป็นผู้ทรงอิทธิพลในวงการดารา กำลังทำให้เสน่ห์ของภาษาอังกฤษโผงผาง สำเนียงแปร่งหูน่ารักของออสซี่จางหายไปค่ะ ด้วยการกลืนเหลื่อมล้ำทางวัฒนธรรม
อย่างคำทักทายว่า G' day ,mate. หรือ Good Day, mate. แทบจะไม่ค่อยได้ยินกันเลยในหมู่คนเมือง มันกลายเป็น How's it going? What's up, dude? หรือ How are you doing? แต่ที่ได้ยินบ่อยสุดก็อันแรก ส่วนคำว่า Good Day ถ้าวันไหนได้ยินต้องจ้องหน้าคนพูดเลยค่ะ เพราะถือว่าเป็นสิ่งอัศจรรย์ประจำวันเชียวนะคะ อีกอย่างมันให้อารมณ์ออสซี๊ ออสซี่ค่ะ เวลาใครมาทัก G'day เนี่ย มันเหมือนเราเดินแถวท้องนาบ้านเรา แล้วมีลุงหรือป้าทักเราว่า "เป็นไงบ้างล่ะ พ่อหนุ่ม" หรือ "กินข้าวมาหรือยัง แม่คุณ" ไม่รู้นะคะสำหรับแอ๋วน่ะ มันอบอุ่นแล้วก็ดูจริงใจดีกว่า เพราะไอ้คำทักแบบนี้ มักจะได้ยินจากคนสูงอายุหรือคนที่มีพื้นเพมาจาก outback เท่านั้นเอง ถือเป็นคำทักทายที่กำลังจะหายไปค่ะ (Australian Stereotypical Greeting)
เคยสงสัยไหมคะว่าทำไมต้องทักกันด้วย Good day ด้วยความพยายามแอ๋วถามคนออสซี่ว่า ด้วยเหตุผลกลใด คนของยูถึงได้ทักกันแบบนี้ ? ไม่มีใครตอบได้เลย อาจจะเป็นเพราะแอ๋วถามพนักงานหน้าเคาน์เตอร์ในซูเปอร์ฯ ที่กำลังเครียด แล้วก็ปวดกะบาลกับอีป้าที่ตกลงไม่ได้ซะทีว่าจะจ่ายบัตรอันไหน คือผิดที่ ผิดเวลาไปนิดนึง จึงไม่ได้คำตอบโดนใจ เกือบจะโดนตบฐานมาถามวิชาการผิดเวล่ำเวลาไปซะแล้วนะคะ ไหน ๆ ก็หาคนตัวเป็น ๆ มานั่งอธิบายให้อีคุณนายไม่ได้ ก็ต้องพึ่งเทคโนโลยีซิคะ มีความรู้ติดตัวจะกลัวไปใย ว่าแล้วก็นั่งคลำหาคำอธิบายที่กระจ่างชัดจากตรงนั้นตรงนี้ สรุปให้ได้ใจความ เอ๊ะทำไมไม่อธิบายให้ชัดเลยคะ เฮ้อ
Good morning", "Good afternoon", "Good evening" — More formal verbal greetings used at the appropriate time of day. Note that the similar "Good night" and "Good day" are more commonly used as phrases of parting rather than greeting. (Wikipedia)
คำอธิบายข้างบ้นทำให้ดิฉันสับสนค่ะ โดยทั่วไปคำว่า Good day รวมทั้ง Good Night มักจะใช้ในเชิงร่ำลามากกว่าจะเอามาเป็นคำทักทาย (Greeting) ชิมิคะ แต่ออสซี่เขาเก๋ค่ะ เอาคำนี้มาเป็นคำทักทายมันซะเลย ใครจะทำไม ตอนแรกที่ได้ยิน ก็รู้สึกว่า เฮ้ยยังไม่ทันคุยเลย มันไล่เราแล้วเหรอ เพราะเล่น G'day, mate. กันตั้งแต่ประจัญหน้า มันต้องเหยียดผิวแน่นอน (ใช่ซี้ เดี๊ยนไม่ได้ผิวขาวนี่ กระซิกๆๆๆ) ที่ไหนได้ ผู้บ่าวคนนั้นเขาทักเราด้วยความจริงใจต่างหากเล่าอีนังโง่ กว่าจะรู้นะคะ ก็เล่นเอาดิฉันประจานความโง่ไปหลายครั้งด้วยการกล่าว Good Bye ทุกครั้งที่ได้ยินคำว่า G'Day ค่ะ เล่นเอามึนติ้วกันไปทั้งคนทัก และคนทักตอบ ในที่สุดสวรรค์ก็ประทานทางสว่างให้นังกะเทยหน้าแป้นแล้นแล้วยังฉลาดน้อย ในที่สุดถึงได้เข้าใจถึงความหมายโดยนัยตรงและอ้อมของคำว่า Good Day ด้วยความสามารถของนักวิจัย (หรือภาษาตลาดเรยกว่า นักเจือก นั่นเอง)
ด้วยธรรมชาติความเป็นคนเรียบง่าย และมีอะไรคล้ายกับคนไทยอยู่มากหลายขุม ทำให้ภาษาอังกฤษที่เคยดูซับซ้อนพิธีรีรองดั่งต้นฉบับในอังกฤษประเทศแม่ กลายมาเป็นรูปแบบของการใช้ภาษาในชีวิตประจำวันที่เอาให้ย่อ เอาให้ง่ายเข้าว่า แม้กระทั่งการทักกัน ก็ย่อซะเกือบจะเสียรูปประโยคไปเลย ยิ่งมาเจอสำเนียงแปร่ง ๆ ประหลาดของคนออสซี่บุชแลนด์ด้วยแล้ว อู๊ย หูดับไปเลยค่ะ ใครที่ว่าแน่ ๆ นะคะถ้าไม่คุ้นมาลองนั่งฟังคนออสซี่คุยกันแล้วอกจะแตกตายค่ะ มันแง๊ว ๆ ไงไม่รู้ แต่พอคุ้นหูคุ้นลิ้น (เอ๊ะ ยังไง) ก็พอจะกล้อมแกล้มสะตอร่วมไปกับวงสนทนาได้บ้าง คำทักทายของชาวออสซี่พื้นเพดั้งเดิม อาจจะทำให้คนไทยที่เพิ่งออกนอกประเทศเป็นครั้งแรกอย่างเดี๊ยน เกิดอาการประหม่าและง่อยกินสมอง เพราะทั้งชีวิตครูสอนมาแค่ใครถาม How are you? I am fine, thank you. หารู้ไม่ว่าในชีวิตจริงอ่ะ มันทักกันล้านแปดแล้วแต่วัย เวลา และสถานที่ จะมาฮาว์อ๊าร์ยู ไอ แอม ควาย แทงยู ก็คงบ้านน๊อก บ้านนอก ชิมิคะ มันต้องปรับแต่ง จูนกันให้เลิศค่ะ จะได้ไม่เอ๊าท์ตกเทรนด์
แล้วทำไมต้อง G'day! ตอบแบบฟันธง ไม่รู้ว่ะค่ะ อ้าวอีนี่ ตอบแบบนี้ จะเขียนมายาวเหยียดถึงตรงนี้ หาสวรรค์วิมานอะไรมิแซ่บ กรี๊ดอย่าเพิ่งง้างมือตบนะคะ กำลังอธิบายอยู่นี่ไง คืองี้ ในสมัยก่อนเมื่อครั้งเกาะใหญ่ยักษ์นี้ยังบริสุทธิ์ มิได้แปดเปื้อนไปด้วยฝรั่งตัวขาว ๆ ที่มายึดครองแผ่นดินชาวบ้านแล้วอุ๊บอิ๊บไม่คืนในปัจจุบันนี้ ออสซี่กลุ่มแรกเป็นพวกที่เข้ามาตั้งอาณานิคม แย่งพื้นที่ธรรมชาติของชาวอะบอริจิ้น การใช้ชีวิตของคนกลุ่มแรก มักจะประสบความยากลำบากในการปรับตัวกับสิ่งแวดล้อมใหม่ ด้วยสภาพอากาศที่ร้อนชื้น แดดแรงตลอดปี หรือมีความต่างของภูมิอากาศ ไม่เหมือนกรุงเลิ้นเดิ้น (ลอนดอนนั่นแหล่ะ แต่ออกเสียงให้ดูผู้ดีเหมือนเพลง London Bomb) ที่แม่งฝนตกได้ทั้งกระปีศรีกระชาติ พอมาตั้งรกราก แหวกป่า ไล่ยิงคนพื้นเมือง หรือต้องวิ่งหนีจระเข้ พอมาเจอกัน ก็มักจะถามด้วยความรู้สึกห่วงใยว่า "วันนี้เป็นวันดีไหมพรรคพวก" เพราะถ้าเจอกันก็แสดงว่า มันยังไม่ตาย และยังคงมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อแย่งที่ทำมาหากินของชาวท้องถิ่นกันสนุกมือไม่สิ้นสุด กรี๊ด ดิฉันจะโดนเนรเทศไหมคะ ด่าบ้านเขาเมืองเขามาทั้งพารากราฟเลย
แม้กระทั่งฝรั่งบางคนก็ยังอธิบายไม่ได้ว่า ทำไมต้อง G'day แถมยังรู้สึกว่า เป็นคำทักทายที่แสนจะหยาบคายเหมือนจะแช่งชักหักกระดูกให้ไปตายซะงั้น เพราะออกเสียงแล้วมันได้ยินประมาณ Good die ไปตายดี กรี๊ด ไม่ใช่นะคะคุณ มันเป็นสแลงท้องถิ่นที่บ่งบอกความเป็นออสซี่ได้อย่างชัดเจนอย่างหนึ่งเลยล่ะค่ะ G'day,mate ก็คือ Hello friend นั่นเอง แถมแฝงไปด้วยความตรงไปตรงมาโดยธรรมชาติของคนออสซี่
อย่างที่แอ๋วบอกไปข้างต้นว่า ไม่ค่อยได้ยินใครพูดทักกันเท่าไรในปัจจุบันนอกจากจะเห็นล้อในหนัง มีคนเคยเหน็บว่า ไอ้คำทักนี้ เป็นคำที่คนที่ต้องการตัวซีดตัวสั่นอยากเป็นออสเตรเลียน (Australian wannabe) ก็จะทักใครต่อใครว่า Gee day ออกเสียงแบบนี้ ซึ่งผิดค่ะ แสดงถึงความเป็นพวกไม่สำเหนียกแล้วก็ความนิยมใช้ค่ะ จะได้ยินบ่อยมากจากพวกยุ่นปี้ ที่จะกระแดะทักทายกันด้วยคำว่า geeeee day แทนที่จะเป็น 'Guh-dæ' ซึ่งจะต้องรวบเสียงให้เหมือนเป็นพยางค์เดียว และท้ายเสียงออกแนวอาย ๆๆ เพื่อให้ดูสมเป็นบุชชี่สไตล์นิดนุง ถึงจะสมเป็นของแท้กะเขาหน่อย
ปัดจิ๋มลิขิต
- คราวหน้าดิฉันจะลองทักฝรั่งว่า Gay day,mate ดูซิจะมีฝรั่งตาเหลือกตาค้างตายไปไหม
- หวังว่าเขียนแนวนี้คงไม่หลุดสไตล์ของแอ๋วจนกู่ไม่กลับนะเจ้าค
Related Sites: