Homosexuality & Pedophilia

posted on 13 Nov 2007 18:58 by madambuffalo  in AussieEng

แอ๋วเองไม่เคยคิดด้วยซ้ำว่า ตัวเองจะเป็นคนพูดเรื่องนี้ยกประเด็นขึ้นมาเสียเอง ทั้งที่อยากจะลืมมันไปให้หมด ไม่ว่าจะเอามันขึ้นมากระแทกหัวใจอีก แต่อย่างน้อยอยากให้คนทั่วไป แยกให้ออกระหว่าง "รักร่วมเพศ" (Homosexuality) กับ "ล่วงละเมิดทางเพศกับเด็ก" (Pedophilia) เป็นคนละพวกกัน และไม่ได้มีความเกี่ยวเนื่องกันเท่าใดนัก แต่คนส่วนใหญ่คิดว่า พวกที่ระบายความใคร่กับเด็ก หรือพวกที่ล่วงเกินเด็ก หรือ Child molester มักจะต้องเป็นเกย์ เป็นพวกผิดเพศ ในช่วงแรกข่าวคราวที่ออกมา ก็มีแนวโน้มเช่นนั้นค่ะ ในขณะที่เวลาผ่านไป รายงานการวิจัยและข่าวที่แพร่กระจายออกมาในเชิงวิชาการ พบว่า 95 เปอร์เซ็นต์ของคดีล่วงละเมิดทางเพศ เกิดจากพวกที่เป็น Hetrosexual หรือคนที่มีพฤติกรรมทางเพศต่างเพศนั่นเอง

ความแตกต่างอันแรกก็คือ เกย์ไม่ได้เป็นความผิดปกติทางจิต (Mental disorder) แต่เป็นความพึงพอใจในเพศรสที่แตกต่างกันออกไป (Sexual Orientation) ในขณะที่พวกล่วงละเมิดเด็กน้อยในเชิงเพศ เป็นพวกจิตเภทค่ะ และถือเป็นความผิดปกติร้ายแรงที่มีผลต่อสังคมและชุมชน ซึ่งถ้าแยกกันให้ชัดเจนอย่างนี้แล้ว มันคนละเรื่องกัน แต่มันก็มีความเกี่ยวเนื่องกันในเชิงจิตวิทยาด้วย พวกล่วงละเมิดทางเพศกับเด็ก มักจะมีทั้งแบบที่ชอบเด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิง ซึ่งว่ากันว่าคนที่เคยโดนข่มขืนหรือล่วงเกินจากในวัยเด็ก มีแนวโน้มสองอย่าง คือ ถ้าไม่เป็นพวก pedophile เสียเอง ก็จะเป็นพวกที่มีความรู้สึกกับเรื่องเพศค่อนข้างผิดไปจากเดิม เช่น อาจจะจงเกลียดจงชัง พวกที่ชอบหม้อเด็ก ไม่ชอบคนบางลักษณะที่คล้ายคลึงกับผู้ใหญ่ที่เคยล่วงเกินตัวเองเมื่อครั้งวัยเยาว์ หรือไม่สามารถมีความสัมพันธ์ทางเพศได้อย่างเป็นปกติ เช่น ไม่ชอบให้ใครร่วมเพศทางประตูหลัง ฯลฯ

พวก Pedophile มักจะมีความพึงพอใจกับเด็กเล็กมาก ซึ่งถือว่าผิดธรรมชาติอย่างร้ายกาจ เพราะเด็กเป็นสิ่งมีชีวิตที่ยังไม่มีความรู้สึกในเรื่องเพศรส ไร้เดียงสาเกินกว่าจะเข้าใจและรู้สึกรู้สมกับเพศรสที่ถูกยัดเยียดให้ แต่ผู้ใหญ่ใจทรามเหล่านี้จะใช้ความเจ้าเล่ห์เพทุบาย ล่อล่วงทั้งด้วยคำพูดอ่อนหวาน เอาขนมนมเนยเข้ามาล่อ หรืออาศัยปมด้อยของเด็กบางคนที่ขาดความอบอุ่นเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต และใช้การแลกเปลี่ยนมาเป็นตัวตั้งที่จะมีโอกาสได้ระบายความใคร่กับเด็ก หรือถ้าพวกที่ไม่มีความฉลาดมีแต่ความรุนแรงและวิปริต ก็ใช้วิธีลักพา จับเด็กมาขังไว้ และมีสัมพันธ์ทางเพศกับเด็กน้อยที่ตัวเองลักพาตัวมา ทำซ้ำซากจนเด็กเกิดความรู้สึกสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเอง

ในขณะที่คนที่เป็นรักร่วมเพศ หรือโฮโม หรือเกย์ กะเทย ไม่ได้มีความรู้สึกเช่นนั้น ตรงกันข้าม เกย์กะเทยจะมีความรู้สึกตอบรับในเชิงเพศกามากับผู้ใหญ่เต็มตัว อย่างน้อยก็เลยวัยรุ่นมาบ้างแล้ว เพราะในความรู้สึกของเกย์ เด็กไม่ได้เป็นสิ่งระบายความใคร่ใด ๆ อาจจะมองในเชิงเอ็นดู หรือที่เราได้ยินบ่อยว่ากะเทยเกลียดเด็ก นี่ล่ะค่ะคือความแตกต่างในการรับรุ้ของรักร่วมเพศ กับพวกล่วงละเมิดทางเพศกับเด็ก

ที่แอ๋วบอกว่ามันโยงถึงกัน เพราะในช่วงแรกพวกเพ็ดโดไฟล์ที่เกิดเป็นข่าว จะเป็นพวกทีเกิดคดีความกับเหยื่อทีเป็นเด็กผู้ชายเป็นส่วนใหญ่ โดยที่ในความเป็นจริงพวกนี้มีน้อยมาก และมักจะเกิดอารมณ์กับเด็กได้ทั้งสองเพศ ขอให้เป็นเด็ก ยังไม่ถึงวัยเจริญพันธุ์เป็นพอ ซึ่งทำให้เกิดความไขว้เขวว่า พวกเกย์ กะเทย เป็นตัวอันตรายสำหรับลูกหลานของตัวเอง ทำให้ชุมชนหลายแห่งและพวกเคร่งศาสนาแต่ขาดสมอง แยกแยะไม่ออก ต่อต้านกะเทยเกย์และเหมารวมว่าเป็นพวกเดียวกับ pedophile ไปซะงั้น

แล้วพวกล่วงละเมิดทางเพศที่เราควรจะระวัง เป็นใคร ? เชื่อไหมคะว่า เราไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าใครเป็น หรือไม่เป็น จนกว่าจะเกิดเรื่องมันแดง และโดนจับได้ แต่แอ๋วพอมีข้อสังเกตค่ะ

  • ญาติผู้ใหญ่ที่ใกล้ชิดเด็กเกินความจำเป็น คนที่เป็นเครือญาติ คือพวกที่มีโอกาสล่วงเกินลูกหลานตัวเองมากที่สุด มากกว่าคนแปลกหน้า เพราะเด็กจะไว้ใจคนในครอบครัวนั่นเอง
  • มีความชอบในเรื่องเพศที่ไม่ผิดปกติ แต่จะเน้นไปที่เด็ก
  • ให้ความสำคัญกับลูกหรือหลานคนใดคนหนึ่งมากเป็นพิเศษ จนสังเกตได้
  • เป็นพวกไม่มีสังคม ชอบเก็บเงียบ สันโดษ เพราะไม่อยากสุงสิงกับใคร
  • มักจะมีความเฉลียวฉลาดในการล่อล่วงเด็ก ด้วยวาจาหรือการหว่านล้อม ของรางวัล

นอกนั้นก็ยากที่จะระบุได้นะคะ เพราะมันคลุมเครือเกินกว่าจะชี้ชัดว่าใครเป็นพวกล่วงละเมิดทางเพศ หรือไม่ได้เป็น แต่เราพอป้องกันและสังเกตเด็กที่เป็นลูกหลานของเราได้ค่ะ ถ้า

  • เก็บตัวผิดปกติ ไม่ร่าเริงไม่สุงสิงกับใคร
  • หมกมุ่นกับเรื่องเพศผิดวัย เช่น ช่วยตัวเองเป็นตั้งแต่ยังไม่ถึงวัยอันสมควร
  • ร้องไห้คนเดียว
  • ไม่อยากไปโรงเรียน หรือไปบ้านญาติคนใดคนหนึ่ง
  • ค่อย ๆ ห่างจากกิจกรรมที่เคยทำร่วมกับครอบครัว
  • เริ่มหันเข้าหายาเสพติด
  • คบเพื่อนน้อยลง จนแทบไม่มี
  • พยายามฆ่าตัวตาย หรือบ่นว่าไม่อยากมีชีวิตอีกต่อไปกับคนใกล้ชิด
  • ซึมเศร้าได้เป็นเวลานาน ๆ
  • ไม่ชอบให้ใครบอกว่าตัวเองน่ารัก หรือเหมือนผู้หญิง ในกรณีที่เป็นผู้ชาย
  • ในบางกรณี ต้องการความรักความสนใจจากคนรอบตัว มากผิดปกติ
  • พูดเรื่องเพศเปิดเผย ไม่คิดว่าเป็นเรื่องผิดปกติ หยาบโลน ลามกผิดเด็ก

ถ้าครอบครัวเจอในกรณีแบบนี้ แอ๋วขอนะคะว่า อย่าได้ด่าทอ ทุบตีเด็ก หรือทำให้ลูกหลานของตัวเองที่โดนกระทำทางเพศมา ต้องรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า หรือเป็นความผิดของตัวเองที่ทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ หรือไม่ยอมเชื่อว่าญาติผู้ใหญ่ของตัวเองที่เคารพนับถือจะทำกับลูกหลานของตัวเองได้ เพราะคิดตัดสินใจเองว่า เด็กมันโกหก ขอให้รับฟังไว้บ้าง คงไม่มีเด็กคนไหนที่เอาความเลวร้ายในชีวิตสารภาพออกมา ทั้งที่ตัวเองเจ็บปวด หาทางไต่สวน ปลอบโยน และวางตัวเป็นกลาง บางครั้งเรื่องเหล่านี้มันเรียกคืนไม่ได้ แต่ทำให้บรรเทาผลกระทบในอนาคตได้ เพราะการผลักดันแบบไม่ยอมรับจากครอบครัวจะทำให้เด็กเดินเข้าไปสู่วงจรอุบาทว์นี้เมื่อเติบโตขึ้น และวนเวียนไปอย่างไม่มีสิ้นสุด เราควรจะตัดตอนวงจรของมันซะ ด้วยการให้อภัย ด้วยความรักมากกว่านะคะ

ขอยกกรณีตัวอย่างนะคะ เป็นคำบอกเล่าที่แอ๋วฟังแล้ว น้ำตาไหลด้วยความเข้าใจรู้ซึ้งถึงหัวอกของเหยื่อ และไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นในสังคมบ้านเรา ฟังไว้เป็นอุทาหรณ์ค่ะ เรื่องเหล่านี้จะว่าไกลตัวก็ใช่ จะว่าไกลตัวสุดกู่ก็ไม่เชิง

 

"สามเณรปิติ" อายุ ๙ ขวบ เพิ่งบรรพชาได้ไม่ถึงขวบปีในวัดใกล้บ้าน เข้ามารับการรักษาตัวที่อนามัยประจำตำบลด้วยสาเหตุศรีษะแตกต้องเย็บถึง 12 เข็ม โดยผู้ที่นำตัวมาส่งเป็นพระนวกะที่เป็นผู้พบเห็นเหตุการณ์ โดยเล่าให้ฟังว่าเห็นน้องเณรน้อยเดินออกมาจากกุฏิ เลือดไหลโทรมตัว ปากก็พร่ำบอกว่า หลวงน้าเขาจะโกรธไหม หลวงหน้าเขาจะโกรธเณรไหม ทุกคนต่างไม่เข้าใจ และพยายามถามไถ่ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าน้องเณรปิตินิ่งเงียบ เอาแต่ร้องไห้สะอื้นฮักตลอดเวลาที่ทำการเย็บแผล ไม่ได้เกิดจากความเจ็บของเข็มเย็บแผล แต่คงเป็นบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ในใจของเณรน้อยรูปนี้มากกว่า จนเวลาผ่านไป หลวงพี่ที่เป็นคนพาเณรปิติไปเย็บแผล ก็พยายามใกล้ชิดและไม่ได้ไถ่ถามเรื่องที่เกิดขึ้น วันหนึ่งน้องเณรก็เกิดความไว้เนื้อเชื่อใจ และเล่าเรื่องทั้งหมดให้หลวงพี่พระใหม่ฟัง ซึ่งเรื่องราวทั้งหมดทำให้คนฟังต้องตะลึงและเกิดความรู้สึกว่า นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับโลกเราหนอ

น้องเณรเล่าให้ฟังว่า ตัวเองมาจากครอบครัวบ้านแตก แม่ติดการพนัน พ่อไม่ได้ให้ความสนใจทิ้งภาระไว้กับแม่ที่นอกจากจะติดหวยติดไพ่แล้ว ยังทารุณน้องเณรตั้งแต่จำความได้ วันหนึ่งมีคนแนะนำให้พาน้องเณรไปบวช เพื่อจะได้มีโอกาสเรียนต่อ และพ้นจากบ่วงกรรมที่แม่บังเกิดเกล้าเป็นผู้กระทำ แต่การณ์กลับเป็นว่าน้องเณรเดินหนีเสือมาปะจระเข้โดยแท้ เพราะพระพี่เลี้ยงที่ทุกคนรู้จักเคารพกันดีนั้น เป็นคนสร้างตราบาปให้กับน้องเณรปิติไปตลอดชีวิต รวมทั้งแผลเป็นที่เพิ่งเกิดขึ้นมาหมาด ๆ นั้นด้วย

หลวงพี่พระนวกะนั่งฟังด้วยความรู้สึกสงสาร และก็ไม่รู้จะช่วยเหลืออย่างไร เพราะเล่าไปก็คงไม่มีใครเชื่อ แต่ปล่อยให้น้องเณรผจญกับความน่าสะอิดสะเอียนนั้นต่อไป ก็คงไม่ยุติธรรมเท่าไรนัก ในขณะนั่งฟังไปและหาทางจะช่วยเหลือ เรื่องก็เริ่มแจ่มชัดขึ้นจากปากคำของน้องเณรที่ค่อย ๆ เปิดเผยความลับใต้ผ้าเหลืองออกมาจนหมดเปลือก โดยเรื่องมันไม่น่าจะเกิด ถ้าเราทุกฝ่าย (ทั้งบรรพชิตและฆราวาส) ไม่ปิดหูปิดตากันไป

"พอโยมแม่ให้บวช เณรก็ไม่ได้ขัดใจอะไรโยมครับหลวงพี่ ให้ทำอะไรก็ว่าตามกัน อีกย่างเณรก็ว่าดีที่จะได้เรียนต่อชั้นสูง ๆ ถึงจะเป็นการเรียนนักธรรมบาลีก็เถอะ ผมไม่อยากเป็นกุ๊ยข้างถนน สู้มาบวชเณรไม่ได้"

"แล้วแม่น้องเณรรู้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง"

"คงไม่รู้มั้งครับ เณรไม่เคยบอกใคร และคงไม่มีใครเชื่อผมหรอกครับ"

"รู้ได้ไงว่า ไม่มีใครเชื่อ"

"เณรเคยเล่าให้รองเจ้าอาวาสฟังแล้ว ท่านไม่ใช่ไม่เชื่อนะ แต่ท่าน......"

"ท่านทำไม ฮึ น้องเณร"

"....."

จากตรงนี้ไป หลวงพี่ก็เริ่มรู้จักจุกในลำคอ เพราะคำบอกเล่าของน้องเณรนับจากนี้ มันเกินกว่าจะรับได้ หลวงพี่พระใหม่พยายามที่จะรับฟังเพื่อจะเก็บข้อมูลให้มากที่สุด และเรื่องทั้งหมดก็เกิดขึ้นจากตรงนี้ไป พอเณรเข้ามาบวช ท่านเจ้าอาวาสก็ฝากฝังเณรให้หลวงน้าดูแล ในฐานะเป็นพระพี่เลี้ยง คอยสอน คอยแนะนำให้ว่า จะต้องสวดมนต์บทไหน จะต้องวางตัวอย่างไร เรียกได้ว่าน้องเณรก็ได้ร่ำเรียนทั้งนักธรรมและบาลีควบคู่กันไป โดยมีหลวงน้าคอยเป็นพี่เลี้ยงในเรื่องของขนบธรรมเนียมในวัดที่สามเณรจะพึงปฏิบัติทั้งต่อพระผู้ใหญ่ และบรรพชิตรุ่นเยาว์ด้วยกัน ซึ่งฟังดูแล้วก็ไม่น่าจะมีอะไรผิดปกติ ถ้าไม่ได้เกิดเรื่องทั้งหมดที่ใจจริง หลวงพี่พระใหม่ไม่อยากได้ยินได้ฟัง แต่เพื่อจะได้หาทางช่วยเหลือกันต่อไป ก็ต้องกลั้นใจรับฟังเรื่องราวตั้งแต่ต้นจนจบ จากปากคำของสามเณรน้อยตรงหน้าเอง

"ตอนแรกเณรก็ไม่ได้คิดอะไร ดีเสียอีก มีหลวงน้าคอยดูแล ท่านให้สิทธิ์เข้าออกกุฏิได้ มีกุญแจห้อง เวลาจะเข้าไปอ่านหนังสือ หรือทำความสะอาดกุฏิ ก็ได้สิทธิ์เต็มที่ในการเข้านอกออกใน เณรรู้สึกดีที่มีคนสนใจ ไม่เคยมีใครทำแบบนี้กับเณรมาก่อนแม้แต่ที่บ้าน"

"บางครั้ง เณรก็รู้สึกแปลกที่หลวงน้าให้ความสำคัญกับเณรมากผิดปกติ มีอยู่วันหนึ่ง ท่านบอกให้น้องเณรมาเฝ้าห้อง เพราะท่านจะไปงาน กว่าจะกลับก็คงดึก เณรก็ไปเตรียมน้ำร้อนน้ำชา แล้วก็นั่งดูข่าวในนั้น จนเผลอหลับไป มารู้สึกตัวอีกที ก็รู้สึกเหมือนมีใครอุ้มขึ้นไปตอนบนเตียง เณรง่วงมากตอนนั้น ไม่ได้สนใจอะไรหลับไปจนเกือบเช้า ตกใจตื่นเพราะมีใครกำลังขยับตัวอยู่ด้านหลังด้วยท่าทางที่เณรไม่เคยเจอมาก่อน เณรกำลังจะถลันตัวลุกขึ้น แต่โดนจับยึดไว้ และใครคนนั้นเอามือปิดปากไว้ เณรไม่รู้จะทำไง ก็เลยได้แต่ร้องไห้ ปล่อยให้คนนั้น ก็คือหลวงน้านั่นเอง ทำแบบนั้นต่อไปจนพักใหญ่...แล้ว....."

น้องเณรหยุดเล่า เอามือป้ายน้ำตาป้อย ๆ หลวงพี่พยายามปลอบใจ และบอกว่าถ้าไม่อยากเล่าก็ไม่เป็นไร หลวงพี่เข้าใจ น้องเณรก็พูดไปพลางสะอื้นไปพลาง จากเหตุการณ์นั้นเป็นต้นมา น้องเณรก็อยู่ในลักษณะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ต้องทำทุกอย่างเพื่อรองรับปิศาจในคราบผ้าเหลืองไปอยู่เกือบปี โดยไม่มีใครระแคะระคาย น้องเณรพยายามเลี่ยงคำที่มันส่อไปทางเพศ แต่ฟังพอรู้ว่ามันคืออะไร เช่น "เอามือให้ไปนวดในสบง" "นอนคว่ำแล้วก็ทำตามทีบอก" ฯลฯ ทั้งหมดเป็นสิ่งที่น้องเณรเจอมาตลอด และคิดว่ามันผิด แต่ไม่สามารถหลุดพ้นตรงนั้นไปได้ ด้วยความกลัว ด้วยความที่เป็นเด็ก และที่สำคัญคิดว่าหลวงน้าทำเพราะรักและเอ็นดูตัวเอง จึงยอมทุกอย่าง โดยหารู้ไม่ว่าตัวเองตกเป็นเหยื่อราคาของมารศาสนาผู้นี้ไปแล้ว หลวงพี่ผู้นั่งฟังอย่างใจห่อเหี่ยว ถามถึงว่าทำไมไม่เล่าเรื่องนี้ให้พระผู้ใหญ่ฟัง น้องเณรก็เฉลยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า

"ใครจะไปเชื่อผมล่ะครับ แล้วที่สำคัญผมเล่าเรื่องนี้ให้รองเจ้าอาวาส ผมก็เจอแบบเดิมอีก"

"หา อะไรนะ โถ เณรน้อยเอ๊ย"

จากการตัดสินใจครั้งนั้น ทำให้น้องเณรรู้ว่า เรื่องเหล่านี้มันเกิดขึ้นมานานแล้ว ตัวเองไม่ได้เป็นเณรรูปแรกที่เจอสถานการณ์เข้าตาจนและขมขื่นแบบนี้ ตรงกันข้าม มีหลายรูปที่เข้ามาในวงจรนี้ แล้วก็ทนไม่ไหว หนีสึกออกไป หรือย้ายวัดไปก็มีมาก ในกรณีของน้องเณรปิติ พอเล่าเรื่องนี้ให้พระผู้ใหญ่ระดับรองเจ้าอาวาสฟัง ซึ่งท่านก็รับปากว่าจะจัดการให้ แต่กำชับน้องเณรว่าอย่าเล่าให้ใครฟังเด็ดขาด และพอยังไม่ข้ามวัน น้องเณรปิติก็ต้องเจออะไรที่ตัวเองต้องจดจำไปทั้งชีวิตอีกครั้ง ท่านรองเจ้าอาวาสเรียกน้องเณรไปนวด และนั่นทำให้รู้ว่า คนอย่างหลวงน้าไม่ได้มีคนเดียวในที่นี่ น้องเณรต้องกลั้นใจ "นวดในสบง" ให้กับมารตนนั้นทั้งน้ำตา และจำยอมทำและตามใจเพื่อให้ตัวเองอยู่รอดในสังคมที่ไม่มีใครนอกจากตัวเองต่อไป

หลังจากนั้น หลวงพี่แนะนำให้น้องเณรย้ายวัด และหาทางไปให้ไกลจากที่นี่ให้เร็วที่สุด เพราะมันไม่เป็นผลดีเลยถ้าจะปล่อยให้เยาวชนที่แม้จะได้เข้ามาอยู่ในที่ซึ่งมีคนเชื่อว่าปลอดภัยที่สุดจากภัยรอบตัวที่จะเกิดกับเด็กคนหนึ่งที่ไม่มีครอบครัว แสวงหาโอกาสทางการศึกษา กลับต้องมาตกเป็นเหยื่อตัณหาราคะของพวกที่อาศัยผ้าเหลืองพวกหนึ่งอย่างไม่มี่ทางเลือก น้องเณรบอกว่า ตัวเองผิดเองที่ไม่เข้มแข็ง ยอมให้เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้น พี่เณรที่เขาเข้มแข็งเขาจะไม่ยอม แต่ก็จะต้องพ้นสมณเพศไปด้วยเหตุเภทภัยอย่างใดอย่างหนึ่งในที่สุด น้องเณรไม่อยากเป็นอย่างนั้น ไม่อยากเสียโอกาสเพื่ออนาคตของตัวเองไป

ในที่สุด น้องเณรปิติก็ย้ายจากวัดบ้านนอกนั้น เข้าไปในวัดกรุงเทพฯ และเข้าไปผจญชะตากรรมในเมืองใหญ่เพียงลำพัง ด้วยความช่วยเหลือของหลวงพี่พระใหม่และพระผู้ใหญ่ในเมือง แม้น้องเณรจะสู้แรงยั่วยวนของวัตถุไม่ไหว หรือด้วยเหตุผลกลใดก็ตามแต่ ไม่นานหลังจากนั้น น้องเณรก็ลาสิกขาไป ไม่ได้กลับมาบ้านเกิด หายไปจากความสนใจของคนรุ้จักมักคุ้นไปโดยปริยาย แม้กระทั่งหลวงพี่พระใหม่รูปนั้น ที่คอยช่วยเหลืออย่างที่สุดแล้ว อยากจะเชื่อว่า น้องเณรหรือตอนนี้คงจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว คงไม่เจออะไรเลวร้ายหรือทำอะไรอะไรร้ายกาจเพื่อเป็นการล้างแค้นสังคมอีกต่อไป หวังไว้เช่นนั้น บาดแผลในใจ ความทรงจำที่น่าขยะแขยงในยามที่ตัวเองควรจะสดใส น่าจะจางหายไปกับกาลเวลา ไม่มีใครรู้ นอกจากตัวอดีตน้องเณรรูปนั้น

 

นี่เป็นส่วนหนึ่งค่ะ มาเล่าสู่กันฟัง เผื่อจะทำใครได้ฉุกคิดบ้าง แต่ไม่ถึงกับต้องตื่นตูมไปนะคะ คนดียังมีมากมาย แต่พวกเหลือบไรเหล่านี้ก็มีให้เห็น ชิมิคะ

 

(ถ้าเห็นว่าเรื่องนี้มีประโยชน์กด ปุ่ม hot ให้หน่อยนะเจ้าคะ)

 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

คนแรก(หรือเปล่า)
น่ากลัวอ่ะ สงสารเณรอ่ะ จ๊าดง่าว~sad smile
Hot! big smile

#3 By little Dog on 2007-11-13 20:44

มารศาสนา พวกนี้ น่าโดนลูกปืน กรอก ปาก นัก

#4 By riddler on 2007-11-13 21:04

Hot! wink

#5 By riddler on 2007-11-13 21:07

แปะไว้ก่อนะครับคุณนายพี่...เดี๋ยวขอตัดเกรดแป๊บนึง.. แหมช่างกล้ากดให้ตัวเองนะครับquestion

#6 By ปอนปอน on 2007-11-13 21:11

Hot!
-- โฮ อ่านแล้วตกใจเลยค่ะ

-- ไม่น่าเชื่อว่าจะอะไรแบบนี้จริงๆ

-- บนโลกใบนี้

-- มันรู้สึกแย่มากๆ เลยนะคะ

-- ถ้าสังคมยังมีเหลือบไรพวกนี้อยู่

-- มารศาสนาจริงๆ tongue

#7 By Evil-minded Angel on 2007-11-13 21:45

Hot! อ่านแล้วสะเทือนใจจัง
เฮ้อ~ ถ้าคนไทยยอมรับความจริงแล้วหันมาช่วยกันแก้ไขปัญหา
มากกว่าการปิดบังเรื่องราวเอาไว้ ก็คงดี

#8 By :: PAKO :: on 2007-11-13 21:53

Hot! ช็อคค่ะ....ขอให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ให้ผู้ปกครองทุกคนเลยนะคะ....ใกล้ชิดลูกหลานให้มากๆ ขอให้เรื่องบัดสีแบบนี้เกิดขึ้นน้อยลงเรื่อยๆนะคะ *สาธุ*

วันนี้บล็อคคุณแอ๋วดีจังเลยค่ะ มีทั้งสาระ มีทั้งข้อคิดต่างๆแทรกในเนื้อหาตลอดเลย big smile ถูกใจมากมาย เอาฮอทๆๆๆไปเลยค่ะ

#9 By Meiko S. on 2007-11-13 22:02

Hot!

มันกำลังจะกลายเป็นว่าสังคมก่อให้เกิดความมักคุ้นกับการทารุณและล่วงละเมิดทางเพศไปแล้วมั้งค่ะ

หวังว่าน้องเณรคนนั้นจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีค่ะ

#10 By ▲ M e i ♣ ( -`д´-) ▲ on 2007-11-13 23:39

Hot! Hot! Hot! Hot!

เราเข้าใจนะคะ แล้วก็เกลียดไอ้พวกละเมิดทางเพศเด็กจิงๆ
อ่านเรื่องเณรแล้ว สลดมากค่ะ


ขอเล่าหน่อยนะคะ ^^''
เรื่องละเมิดทางเพศในเด็ก เราก็เกือบๆ โดนมากับตัว
หม่าม๊าเราเป็นมะเร็งอะ แล้วต้องให้น้ากับแฟนน้ามาช่วยดู
แล้วไอ้แฟนน้ามีหน้าที่รับส่งเรา วันๆเราก้โดน ลูบขาอ่อนในรถมั่ง โดนบอกให้ อย่าพูดอะไรไป ถ้าทำตัวเป้นเด็กดีจะซื้อขนมให้ ?
บางทีก้กอด บางทีหอมแก้ม แล้วจับๆ เราขยะแขยงมากอะ
แต่โชคดีทนไม่ไหวบอกพ่อที่อยุ่ต่างประเทศ
รอดมาได้
แล้วได้ข่าวว่า น้าเรากลุ้มใจเพราะไอ้สันดานนิแอบไปมีเมียน้อยเยอะแยะ
แล้วมาลงกับเด็กอย่างชั้นอีก ซึ่งทำให้เราเป้นโรคเกลียดผุ้ชายไปเลยค่ะ!!
ตั้งแต่ตอนนั้นถึง ไม่นานมานี้ ก้มีแฟน พยายามลืมเรื่องนั้น แต่เกลียดที่สุดคือ พวกญาติๆทำเป้นไม่รุ้ไม่เห็น ไม่มีไรเกิดขึ้นไอ้ลามกนั่นก้พูดจาปกติดี เหมือนน้าที่ดี (อิเลวว )

ส่วนข้อข้างบนเกี่ยวกับเด็กในครอบครัว

ถ้าเกิดมี แล้ววิธีแก้ปัญหาทำยังไงดีคะ
คือให้ความรักแล้วมันไม่ค่อยจะฟังอะ คุณแอ๋ว T w T
แถมหงุดหงิด ผิดปกติ และ หมกหมุ่นเรื่องงแบบนั้นด้วย


ps.แลกลิงคกันหน่อยนะ ตัวเอง ชอบมากมาย ^--^

#11 By ★TIMO★ on 2007-11-13 23:56

อืม.............
พูดกันอย่างเปิดอกเลยละกัน

ผมเองก็เป็นบุคคลหนึ่งในกลุ่มบุคคลที่คุณเรียกว่า "เหลือบไร" "จิตเพท" "มีความผิดปกติร้ายแรงต่อสังคมและชุมชน" "ผิดธรรมชาติอย่างร้ายกาจ" "เป็นผู้ใหญ่ใจทราม"

ผมเป็น pedophile นั่นแหละครับ

ในฐานะที่ผมเป็น ผมย่อมรู้ตัวเองดี และย่อมรู้ดีว่าสังคมคิดยังไงและเห็นยังไง
ในเวลาที่ผมมองเด็กน่ารักแล้ว เกิดความรู้สึกทั้งเอ็นดูและรู้สึกทางเพศไปพร้อมกัน
ผมก็ไม่เคยคิดที่จะบังคับขืนใจหรือล่อลวง (ผมพูดคุณอาจจะไม่เชื่อแต่ผมก็อยากจะพูดว่ามันเป็นความจริง)

ผมไม่นึกเลยว่าจะต้องมาเจอกับคำพูดที่แบ่งแยกเหยียดหยาม ถูกดูถูกว่าเป็นจิตเพท
จากกลุ่มคนที่ในอดีตก็เคยถูกดูถูกเหยียดหยาม หาว่าเป็นจิตเพท จนกระทั่งต่อสู้และได้รับการยอมรับจากสังคม ว่าเป็นความพอใจทางเพศรส ทั้งที่มันผิดธรรมชาติอยู่ดี

ในความรู้สึกจริงๆแล้ว การที่คุณมองผู้ชายแล้วพอใจ กับการที่พวกผมมองเด็กแล้วพอใจ ในโครงสร้างทางจิตใจแล้ว มันมีความแตกต่างกันอย่างไร?

สิ่งหนึ่งที่ผมมั่นใจอยากจะบอกก็คือ ในกลุ่มคนที่เป็นอะไรบางอย่าง ต่างก็เป็นคนธรรมดา มีทั้งคนดีและคนเลว
เกย์ที่ข่มขืนผู้ชาย เกย์ที่เป็นจิ้งจอกสังคม หรือแม้แต่คนธรรมดาที่ไม่ผิดปกติ ก็ยังมีทั้งคนที่อาศัยตำแหน่งการงานเพื่อข่มขืนแล้วบังคับให้คนปิดปาก
คนที่ข่มขืนเด็ก ทั้งที่ไม่ได้เป็น Pedophile เพียงแค่เห็นเด็กเป็นเครื่องระบายอารมณ์ได้ ก็มีถมเถไป

หรือคุณคิดว่า คนเป็น Pedophile จะชั่ว มากกว่าคนทั่วไป???
คุณคิดว่า กลุ่มคนที่เป็น pedophile จะต้องมีคนชั่วมากกว่าคนทั่วไปแน่ๆ???

อยากถามว่า การข่มขืนเนี่ย ข่มขืนผู้หญิงทั่วไป ข่มขืนผู้ชาย และข่มขืนเด็ก
มันมีความเลวต่างกันมากน้อยงั้นเหรอครับ???
ข่มขืนเด็กเลวกว่า ชั่วกว่า ข่มขืนผู้ชาย เพราะงั้น Pedophile เลวกว่า ต้องรักษา ต้องกำจัดไปให้พ้นจากสังคม???

หรือว่าอย่างไรครับ?

ผมไม่คิดว่ามันควรจะเกี่ยวกันเลยนะ ว่าคนที่จิตใจเลวทราม ทำร้ายผู้อื่นทางเพศ ข่มขืน ล่อลวง ต่างๆนาๆ
กับคนที่มีความผิดปกติทางจิตใจ เรื่องความชอบทางเพศ ในสังคม
การที่คุณจะยอมรับไม่ได้ ก็เรื่องนึง
แต่การที่จะเหมาว่าพวกผมเป็นคนเลว มันก็อีกเรื่องนึง

อย่างน้อยผมก็เชื่อว่า ผม และอีกคนที่ผมรู้จัก ต่างก็เป็นคนดี


สุดท้าย
ผมเคยได้รับข้อมูลจากหลายฝ่าย เพราะผมได้ศึกษาเรื่องของตัวเองมาพอสมควร
ผมอยากบอกว่า คนที่เป็น pedophile ที่ดี รู้จักให้ความรักความอบอุ่น และรู้จักคำว่า "สิทธิของเด็ก" มากกว่าพ่อแม่ห่วยๆซะอีก

และพวกกระแดะอย่างนักจิตวิทยาต่างหาก ที่พยายามยัดเยียดเรื่องเพศ ให้เป็นเรื่องที่น่าละอาย และพยายามกดดันให้เด็กรู้สึกว่าการมีเพศสัมพันธ์ เป็นเรื่องที่เลวร้ายและต้องรู้สึกเจ็บปวด

คุณคงไม่รู้ว่านักจิตวิทยาที่รับหน้าที่บำบัดเด็กที่ถูกพามาเป็นพยานคดีพรากผู้เยาว์ จะทำอย่างไร ถ้าเด็กไม่คิดว่าตัวเองถูกทำร้าย
พวกเขาจะพยายามข่มขืนเด็กด้วยคำพูด ให้เด็กเข้าใจว่าเซ็กส์เป็นเรื่องที่เลวร้ายที่ตนเองถูกกระทำ จนเด็กมีบาดแผลในจิตใจ แล้วค่อยพยายามบำบัดหลังจากนั้น
แล้วเมื่อเกิดผลเสียจากบาดแผลนั้นหลังจากนั้น พวกนั้นก็จะเอามาเป็นตัวเลขว่าการมีเพศสัมพันธ์กับเด็กทำให้เกิดบาดแผล ทั้งที่ความจริงแล้วตัวเองเป็นคนทำ


ผมฝากไว้ให้คิดนะครับ ว่าคุณที่เป็นกระเทย เคยร่ำร้องว่ารุ่นพ่อรุ่นแม่ถูกกระทำ ถูกทำร้าย ไม่มีที่ยืนในสังคม ต้องต่อสู้มาตลอด
วันนี้ พอได้ที่ยืนในสังคมแล้ว กลับมากล่าวคำแบ่งแยกดูถูก กับคนอีกกลุ่มที่ยังไม่มีที่ยืนในสังคม ด้วยความเลวทรามของคนบางคนในกลุ่มนั้น
มันสมควรแล้วหรือไร
มันต่างอะไรกับคนที่เคยแบ่งแยกพวกคุณ

ตรงนี้เป็นเรื่องแย่ครับ ที่กฏหมายไทยยังไม่เน้นบทลงโทษในการกระทำความผิดด้านนี้

ถ้าเป็นอเมริกา แม้แต่โพสต์ภาพโป๊เด็กในอินเตอร์เน็ต ยังโดนจับเลย ที่ไทยทำอะไรไม่ได้ แย่มาก เดี๋ยวผมมีอำนาจจะจัดการเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกๆ

ส่วนคุณหมาป่าตัวเขียว
การล่วงละเมิดทางเพศ มีความผิดเหมือนกันหมดครับ แต่การล่วงละเมิดทางเพศกับเด็ก มีความผิดมากกว่า

เพราะมันผิดวิสัยมนุษย์ครับ

เพราะเช่นเดียวกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทั้งหลาย มนุษย์มีหน้าที่ต้องปกป้องสมาชิกที่อายุน้อยในฝูง ในที่นี้คือ เด็กในสังคม ให้รอดปลอดภัย ปลอดอันตรายคุกคามต่างๆ ครับ

เป็นสัญชาตญาณที่ฝังมาใน DNA ทีเดียว

ดังนั้น การที่คุณไปละเมิดเด็ก ทำให้เด็กเกิดอันตราย จึงเป็นความผิดร้ายแรง ตรงนี้ไม่ต้องพยายามแย้งว่าการละเมิดทางเพศไม่เป็นอันตรายต่อเด็กนะครับ เพราะชัดเจนมาก ถ้าเด็กกับผู้ใหญ่เหมือนกัน เราคงเลือกตั้งได้ตั้งแต่ห้าขวบแล้ว

แล้วกลุ่มรักร่วมเพศกับกลุ่มปีโดเนี่ย ต่างกันครับ เพราะการรักร่วมเพศ ไม่ก่อให้เกิดอันตรายกับใคร (ถ้าสมัครใจ) ในขณะที่การละเมิดเด็ก ต่อให้เด็กสมัครใจ ก็ยังเป็นการสร้างอันตรายให้เด็กอยู่ดีครับ

ถามว่ากลุ่มคนเช่นคุณสมควรถูกประนามมั้ย สังคมจะตอบว่า ใช่

แต่ถ้าคุณรู้ตัวตอนนี้ แล้วพยายามควบคุมตนเอง พร้อมกับหาหนทางรักษา สังคมก็ยังยินดีให้โอกาสแก้ตัวครับ

#13 By PastelSalad on 2007-11-14 02:36

Hot! ฮอททั้ง entry
Hot! ฮอททั้ง comment

sad smile

#14 By M i a o w on 2007-11-14 02:44

ผมพูดได้เลยว่ามันเป็นความคิดไปเองของพวกคุณในสังคม ว่ามันเป็นสิ่งอันตราย และเด็กไม่สมควรยุ่งเกี่ยวไม่ว่าจะทางไหน

และการที่สังคมตอบว่า "ควรประนาม" มันเอามาใช้เป็นบรรทัดฐานได้หรือ?
ก็เหมือนกันกับที่สังคมตอบว่า "ควรประนาม" พวกที่รักร่วมเพศในอดีตนั่นแหละ

เรื่องของการปกป้องเด็กไม่ให้เกิดอันตรายผมก็พอเข้าใจ แต่ขอบเขตของอันตรายมันก็ไม่เหมือนกัน
ในขณะที่ผมเป็นแบบนี้ผมก็ต่อต้านการทำร้ายเด็ก การทารุณกรรม การละเมิดสิทธิของเด็กทั้งร่างกายและจิตใจ(ซึ่งคนที่เป็น pedophile ที่ดี ก็ต่อต้านเช่นกัน) แต่เรื่องเพศก็เป็นอีกเรื่องนึง
บางคนว่าอันตราย แต่บางคนก็ว่าไม่


คุณอาศัยหลักการมาพูดว่าเป็นความชัดเจน แต่มันพิสูจน์ได้จริงหรือเปล่า
ในเวลาที่คุณพูดว่าเด็กกับผู้ใหญ่ไม่เหมือนกัน เด็กเลือกตั้งไม่ได้ แต่ผู้ใหญ่ก็ออกกฏนั้นกฏนี้มาจำกัดสิทธิเด็ก คุณกล้าพูดเต็มปากรึยังว่ามันไม่มีช่องโหว่ และมันคุ้มครองเด็กได้หากเกิดเหตุอะไรขึ้น

โดยไม่ต้องเกี่ยวกับเรื่องเพศ
ผู้ใหญ่ก็ทำร้ายเด็กเกินคำว่าลงโทษ อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ไม่ว่าจะเป็นกักขังหน่วงเหนี่ยว ปล่อยปละละเลย ทิ้งขว้าง หรือแม้กระทั่งทำร้ายร่างกาย ทำร้ายจิตใจ ปิดหูปิดตา ปิดกั้นการรับรู้ข่าวสาร และก็อ้างคำว่า "เป็นสิทธิของคนเป็นพ่อเป็นแม่" "เป็นเรื่องภายในครอบครัว" "เป็นวิธีการเลี้ยงดู"
เนี่ยเหรอ??? การปกป้องสิ่งมีชีวิตที่อ่อนแอในความหมายของพวกคุณ??? การไม่ทำให้เกิดอันตรายในความหมายของพวกคุณ???


ผมควบคุมตัวเองที่จะไม่ทำร้ายเด็กได้ แต่ผมไม่สนใจหรอกว่าสังคมยินดีให้โอกาสบ้าบออะไร
ดูแลเด็กๆของสังคมให้มันดีจริงๆเถอะ
ป.ล. แต่ส่วนตัวแล้วผมก็เห็นด้วยนะ ที่ควรจะเพิ่มโทษคนที่ทำร้ายเด็กโดยที่เด็กไม่ยินยอมให้มากขึ้น
ป.ล.2
ในอดีต เกย์ เป็น
ไความผิดปกติทางจิต" มาตลอดตั้งแต่มีการแบ่งประเภทของความผิดปกติทางจิต
และพึ่งกลายเป็น "ความพึงใจในเพศรส" เมื่อไม่นานมานี้นี่เอง

พูดกันอย่างตรงไปตรงมา
เค้าไม่ได้อยากยอมรับนักหรอก แต่ในเมื่อพวกคุณประท้วงสิทธิของตัวเอง เค้าก็ยอมๆกันไป

แต่พวกผม ในสังคมที่เด็กไม่มีสิทธิอะไร และต้องเชื่อผู้ใหญ่แบบระดับห้ามเถียงไม่ว่าในสังคมไหน(รวมถึงว่าเด็กมักจะยังมีวุฒิภาวะน้อยเกินไป) ออกมาเรียกร้องอะไรไม่ได้หรอก
เม้นท์ไม่ค่อยถูก เคยแค่โดนลวนลามนิดหน่อย(แบบง่าวๆ เพราะไม่ได้รู้จักมักจี่อะไรตาลุงนั่นเลย แต่โง่เอง พอรู้ตัวถึงรีบพาน้องหนี แต่รู้สึกจะโดนคนเดียว)

(นานๆทีจะเห็นไทน่าพูดได้เรื่องได้ราว)ที่มีดีก็มี แต่มันไม่ได้แดงออกมาให้เห็น เรื่องที่แสดงให้เห็นว่าคนพวกนี้มีตัวตนมีแต่เรื่องเลวๆที่เป็นข่าว

เลยกลายเป็นเหมาว่าพวกนี้เลว

นั่นแหละ

(แต่เรื่องที่เล่ามานั่นจุกจริงๆ............)

#18 By shiny on 2007-11-14 04:01

tongue ทำไมเดี๋ยวนี้่สังคมเราคนแบบนี้เยอะเหลือเกินคะ ฮือ ต่อไปอีก 10 ปี อีก 20 ปีข้างหน้าประเทศเราจะเป็นยังไง ถ้าเด็กๆที่ยังไม่ทันโตก็ต้องมาเจอกับเรื่องแบบนี้แล้ว คนทำเค้าจิตใจทำด้วยอะไรนะ Hot!

#19 By Revamp on 2007-11-14 07:55

Hot!
แอบอ่านที่ำทำงานอีกตามเคย
เยี่ยมครับคุณนาย

#20 By simply? on 2007-11-14 09:30

รู้สึกว่าจะใช้คอมเมนท์บอกซ์ในทางที่ไม่ถูกไม่ควรซะแล้ว

ยังไงผมจะตอบคุณตัวเขียวไว้นะครับ ถ้าอยากสนทนาหรือถกเถียงต่อ ก็ pm มาได้ จะเปิดกระทู้หรืออะไรก็จะได้ว่ากันต่อไป


นึกถึงภาพเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ นะครับ ไม่ใช่เด็กวัยรุ่นนะ เด็กตัวเล็กๆ อนุบาล ประถม ที่วิ่งไปวิ่งมา เรียกเราว่า พี่คะ น้าคะ อาคะ พ่อคะ ลุงคะ พร้อมกับเอียงคอจ้องมาทางเรา

คุณมีความรู้สึกอย่างไรครับ?

ถ้าเป็นคนทั่วไป จะรู้สึกน่าเอ็นดู น่าปกป้อง

ไม่ใช่มีความรู้สึกผิดทางเพศ

และไอ้ความรู้สึกทางเพศที่มีต่อเด็ก มันไม่ใช่เป็นเพียงแค่ "รสนิยมที่แตกต่าง" แต่มันเป็น "ภัยคุกคาม"


ผลร้ายที่เกิดขึ้นกับเด็กมันไม่ใช่สิ่งที่ "พวกนักจิตวิทยา" อุปโลกขึ้นมาหรอกครับ จิตวิทยาเป็นวิทยาศาสตร์นะครับ เป็นข้อเท็จจริง สิ่งที่เด็กได้รับเมื่อคุณไปละเมิดทางเพศ มีมากมายตั้งแต่ trauma ไปจนถึง neurosis อื่นๆ แน่นอนว่าทฤษฎีพวกนี้ยังไม่เป็นที่สุด แต่ถึงยังไงก็ยังมีพื้นฐานความน่าเชื่อถือว่าคำกล่าวอ้างของ pedophile แน่นอน

ส่วนการที่คุณพยายามจะยกประเด็นของ homo มาเป็นข้อเปรียบเทียบนั้น ไม่สมเหตุสมผล เพราะการต่อต้าน homo นั้นเป็นไปเพราะขัดกับหลักความเชื่อและศาสนา ในขณะที่ pedo นั้นขัดแย้งกับหลักความเป็นมนุษย์ครับ

เพราะฉะนั้น เปล่าประโยชน์ที่จะยกคำกล่าวอ้างใดๆ มาแก้ตัวครับ ปีโดเป็นภัยต่อสังคม สมควรโดนประนาม และผู้ที่มีอาการเหล่านี้ควรได้รับการรักษา จบ

#21 By PastelSalad on 2007-11-14 10:01

#15 By ไทน่า หมาป่าตัวเขียว
"ผมพูดได้เลยว่ามันเป็นความคิดไปเองของพวกคุณในสังคม ว่ามันเป็นสิ่งอันตราย"


ผมและคนทั้งสังคมก็พูดได้เลยว่ามันเป็นความคิดไปเองของพวกคุณ ว่ามันเป็นสิ่งไม่อันตราย

แบบนี้โอเคไหม?

#22 By M i a o w on 2007-11-14 10:46

Hot!

#23 By dog mulder on 2007-11-14 10:58

ทนอ่านไม่ไหวแล้ว

#24 By เกรียนเทพ (202.5.87.151) on 2007-11-14 11:51

Hot! ไม่เคยให้ใคร แต่ขอให้อันนี้สักอันเถอะ เยี่ยมมาก
มีทั้งcast studyชัดเจน และมีคนมาแฉตัวเองแบบนี้
แจ๋วมากเคอะ ขอแอดไว้อ่านต่อๆไปเลยนะค่ะcry

#25 By Ellebazi on 2007-11-14 17:48

vote Hot! ครั้งที่ 2 ตามมาอ่าน
เรื่องนี้น่าสงสารมากครับ แล้วอ่าน comment เข้าไปจุกคอหอยเลย sad smile คุณแอ๋วเขียนชัดเจนดีครับ

#26 By b.rabbit on 2007-11-14 19:21

ถ้าคุณหมาเขียวมีลูกสาว อยากให้โดนลุงแก่ ๆ ขืนใจตอน 6 ขวบไหมน่ะครับ?

#27 By ทูนาไย (124.120.150.195) on 2007-11-14 22:57

Hot!เอ่อ.... ยังเด็กอยู่เลยนะ ข้อหาพรากผู้เยาว์ กระทำชำเรา อ๊ากกกกก

#28 By Na~mo on 2007-11-14 23:06

คุณหมาป่าเขียวไปสมัครเป็นนายกแล้วยกเลิกข้อหาพรากผู้เยาว์สิครับ ลองดู พวกคุณอาจมีความสุขก็ได้ เฉพาะพวกคุณ

#29 By คุณหมาบ้าหน้าตาดี (124.120.21.172) on 2007-11-14 23:11

คุณนายน้องมาแล้วววววววววววววว...

ประเด็นนี้ ปอนก็เคยได้ยินได้ฟังมานานครับ เพราะฐานคติของไทยเรามองว่ากระเทย เกย์เป็นพวกจิตผิดปกติ เลยทำให้ความนิยมชมชอบของคนเหล่านี้กลายเป็นโรคจิตเกือบไปซะหมด

ซึ่งตามข่าวคราวที่ออกตามสื่อตอนตำรวจจับแล้วแถลงข่าวก็มักจะเจอประเภทมีแต่รูปเด็กผู้ชายโป๊เปลือยประกอบด้วยเสมอ คนจึงนึกว่าคนเป็นเกย์มักจะเป็นโรคจิตชอบเด็กเล็กๆ ทำอนาจารกับเฉพาะเด็กๆ เท่านั้น แต่จริงๆ แล้วการละเมิดเด็กเล็กๆ หากจะสังเกตดูจริงๆ ผู้ชายแก่ๆ ก็ละเมิดเด็กผู้หญิงเยอะแยะกว่าตั้งหลายเท่า กรณีตัวอย่างเช่นเมื่อวานศาลเพิ่งพิพากษาจำคุกครูโรงเรียนในกทม. ที่ข่มขืนลูกศิษย์ชั้นประถมของตัวเอง คนละ 50 ปี

ดังนั้น โรคจิตประเภทนี้จึงเกิดได้กับทุกเพศนะครับ การเหมารวมที่เกิดขึ้นจึงเกิดมาจากการเสนอข่าวที่เน้นหนัก ระหว่างชายกับชายซึ่งทำให้เนื้อข่าวมีความโดดเด่นมากกว่าชาย หญิงที่ดูเป็นปกติในสังคม คนเลยจำเม่นกว่าว่าชายกับชายมักจะมีความคิดวิปริตชอบเด็กเล็กๆ เครับ

ส่วนกรณีการล่วงละเมิดทางเพศในวัดปอนก็ได้ยินมาเหมือนกัน บางจังหวัดมีชื่อเรียกขานวัดบางวัดว่าวัดกระเทย หรือเรียกเจ้าอาวาสว่าเจ๊ใหญ่ สามเณรในวัดก็กลายเป็น เณรเทย ไป แต่การล่วงละเมิดกับเด็กที่เป็นชายแท้ๆ ปอนไม่แน่ใจว่ามีมากน้อยขนาดไหน แต่เชื่อว่าน่าจะมีเป็นจำนวนมากทีเดียวครับangry smile

เพราะหากเปรียบเทียบกับในโรงเรียนแล้วก็มีอัตราที่สูงพอๆ กันนะครับ แต่ที่ข่าวยังไม่ได้นำเสนอมีอีกมาก บางครั้งเด็กส่วนหนึ่งกลับคิดว่าการล่วงละเมิดทางเพศเหล่านั้นถือเป็นประสบการณ์อย่างหนึ่งของชีวิตเท่านั้น แล้วเขาอาจเปลี่ยนแปลงรสนิยมของตัวเองจากชายแท้ๆ มาเป็นไบ หรือเกย์ ได้จากเหตุการณ์เหล่านี้

แต่สำหรับคนที่มีความเจ็บแค้นในจิตใจคงจะเกิดเป็นวงจรอย่างที่คุณนายพี่อธิบายมาอย่างไม่สิ้นสุดแน่ๆ ครับangry smile big smile

#30 By ปอนปอน on 2007-11-21 23:54

อ๋อ..เกือบลืมแจมประเด็นฮอต

ความแตกต่างระหว่าง รสนิยมทางเพศ กับรสนิยมการบริโภคเด็กมีความแตกต่างกันแน่นอนครับ

เพราะรสนิยมทางเพศมักจะตั้งอยู่บนความพร้อมทางการสืบพันธุ์ "คนปกติ" มักจะมีความนิยมชมชอบในเรื่องเพศกับ "คน" ในวัยที่สามารถเจริญพันธุ์หรือสืบพันธุ์ได้ครับ เพราะพื้นฐานของธรรมชาติสร้างรสนิยมทางเพศมาเพื่อการสืบเผ่าพันธุ์โดยเฉพาะ รวมทั้งการนิยมชมชอบเพศเดียวกันที่จะนิยมเฉพาะ "คน" ที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์เท่านั้น

เด็กเล็กๆ เป็น "คน" ที่ยังไม่พร้อมจะสืบพันธุ์ ทั้งทางร่างกายและอารมณ์ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้สืบพันธุ์หรือรับการผสมพันธุ์จากผู้ที่พร้อมกว่า ดังนั้น ถึงแม้ว่าจะบอกว่าเด็กไม่รู้เรื่องเลยไม่เกิดบาดแผลในใจ แต่จริงๆ แล้วมันไม่ใช่ หากเด็กๆ ที่โดนล่วงละเมิดไปแล้วไม่ได้รับการบำบัดหรือไม่ได้บอกให้ใครรู้ สิ่งที่โดนกระทำก็จะยังคงติดแน่นฝังตรึงไปตลอดเวลา จนอาจเกิดพฤติกรรมไม่พึงประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่งขึ้นในอนาคตก็เป็นได้ เพราะ "คน" มักจะจำสิ่งที่ตัวเองไม่เข้าใจเก็บไว้ แต่พอวันใดวันหนึ่งเขาสามารถอธิบายได้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับเขาในตอนที่เขาไม่รู้เรื่อง สิ่งนั้นแหล่ะจะเป็นหนามทิ่มแทงเขาอยู่ตลอดเวลา

แล้วผู้ที่คิดว่าการกระทำชำเราเด็ก เป็นสิ่ง "ปกติ" อย่างนั้นหรือembarrassed ถึงแม้จะบอกว่าเด็กไม่ขัดขืนหรือยินยอมก็ตาม ในเมื่อพื้นฐานทางด้านประสบการณ์ ความรู้ ความคิด พฤติกรรม ลักษณะทางกายภาพของร่างกาย ก็มีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ฝ่ายที่เป็น "ผู้กระทำ" ก็พร้อมอย่างเต็มที่ที่จะผสมพันธุ์ แต่ "ผู้ถูกกระทำ" ไม่รู้อิโหน่อิเหน่เลยแม้แต่นิดเดียวว่าไอ้สิ่งที่โดนกระทำอยู่คืออะไร มันมีความหมายว่าอย่างไร แล้วสังคมมองเรื่องนี้ว่าอย่างไร แล้วผลที่จะเกิดตามมาอีกนานับประการคืออะไร

คนที่มีความนิยมประเภทนี้จึงถือว่าเป็น "โรคจิต" ไงครับ เพราะทำในสิ่งที่ "คน" หรือ "มนุษย์" ธรรมดาๆ ไม่ทำกัน หนำซ้ำยังก่อนให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมาอย่างมากมาย ถือว่าเป็นการ "ละเมิด" ชีวิตของคนอื่นทั้งชีวิตเลยทีเดียวครับ

แล้วคุณยังคิดว่า "รสนิยมชอบกินเด็ก" ของคุณเป็นเรื่องปกติธรรมดา ไม่ก่อความเดือดร้อน เป็นสิ่งที่ควรยอมรับอีกหรอครับ

#31 By ปอนปอน on 2007-11-22 00:09

ตาม tag เข้ามาอ่านนะครับ นับถือคุณมากเลยที่กล้าพูดกล้าเปิดเผย Hot!