บาปเคลือบน้ำตาล

posted on 04 Nov 2007 19:09 by madambuffalo  in GayFiction

"ไม่รักอาแล้วหรือไง"

"รักคับ แต่ลูกแก้วไม่อยากทำแบบนี้"

"ไม่เป็นไร ถ้ารักอาก็ต้องตามใจอาซิ คนเก่งทำได้อยู่แล้วใช่ไหม"

"คับอา"

ท่ามกลางแสงสลัวจากทีวีส่องมาที่โซฟาขนาดใหญ่กลางห้องรับแขก พอให้เห็นร่างของผู้ชายสูงใหญ่กำยำอยู่ในสภาพกึ่งเปลือย มีแค่ผ้าขาวม้าผืนบางพันตัวแบบหลวม ๆ กำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงเด็กชายอายุไม่น่าเกินสิบขวบที่กำลังนั่งเล่นเกมตรงหน้า และพยายามไม่สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นจากการกระทำของอีกฝ่าย และด้วยการโลมเล้าอย่างหนักจากชายคนเดิมที่นอกจากจะพยายามกอดจูบลูบคลำเด็กชายหน้าตาน่ารักน่าชังคนนี้ จนเด็กน้อยเกิดความรู้สึกประหลาดกับตัวเองอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน มันอธิบายไม่ถูก เป็นความสับสนระหว่างความหวาดกลัวกับการกระทำของผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นอาญาติผู้ใหญ่ของตัวเอง และความอบอุ่นสุขประหลาดทุกครั้งที่อาสัมผัสร่างกายด้วยมือและร่างกาย พรมจูบไปทั่วตัว ในที่สุดเด็กชายลูกแก้วก็ถูกเปลื้องผ้า เปลือยเปล่าอยู่ในอ้อมกอดของอาบนโซฟานั้น ท่วงทำนองแห่งดำกฤษณาที่ประหลาดล้ำ มันดำเนินไปโดยไม่มีการขัดขืน กลับส่งสุข สนองตอบอย่างไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นกามรสที่เกิดขึ้นระหว่างผู้ใหญ่เต็มวัยกับสิ่งมีชีวิตไร้เดียงสาอ่อนโลกคนหนึ่ง

ลูกแก้วร้องไห้ด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก หลังจากที่พายุอารมณ์ที่คุโชนลุกโหมของอาเดย์สงบลง อายังกอดและพยายามปลอบไม่ให้ตื่นกลัวกับสิ่งที่เกิดขึ้น อันที่จริงลูกแก้วไม่ได้กลัวอาสักนิด ไม่ได้รู้สึกว่ามันผิดมหันต์ แต่ในหัวใจลึกสุดใต้ก้นบึ้ง มันไม่มีคำอธิบายอย่างชัดเจนว่าสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นกับลูกแก้วได้อย่างไร น้ำตาที่ไหลรินอาบแก้ม เบื้องหลังมีผู้ชายที่ลูกแก้วรักและเคารพที่สุดกำลังตระกองกอดอยู่อย่างทะนุถนอมนุ่มนวล กำลังลุกขึ้นหายไปในห้องน้ำเพื่อชำระล้างร่างกาย ปล่อยให้ลูกแก้วนอนคุดคู้อยู่บนโซฟา กอดตัวเองร้องไห้สะอึกสะอื้น ปลดปล่อยความอัดอั้นตันใจ เหน็บหนาวจับจิตเพียงลำพัง

เรื่องมันเกิดขึ้นได้อย่างไร ลูกแก้วไม่รู้เหมือนกัน
ที่สำคัญ ทำไมลูกแก้วถึงได้ปล่อยให้มันเกิดขึ้น
ครั้งแล้วครั้งเล่า........ไม่มีสิ้นสุด
 

อาเดย์ เป็นน้องชายต่างมารดาของคุณพ่อ รับราชการเป็นนายทหารในกรมฯ มีตำแหน่งหน้าที่การงานเป็นที่ยอมรับของสังคมและเป็นที่เชิดหน้าชูตาครอบครัวของเรา รวมทั้งเป็นที่หมายปองของทั้งสาวโสด สาวน้อยสาวใหญ่ ด้วยรูปร่างบึกบึนสมชายชาติทหาร มีหน้าตาแสนคมเข้มแบบคนทางใต้ ยิ่งทำให้ดูมีเสน่ห์น่าดึงดูดของเพศตรงกันข้าม แน่นอนว่าย่อมเป็นที่หมายปองของสาวน้อยใหญ่ทั้งหลาย แต่ก็ไม่เคยมีวี่แววว่าอาเดย์จะตกร่องปล่องชิ้นกับสาวใดเป็นเรืองเป็นราว นอกจากออกเดทมีนัดกับคนนั้นคนนี้ไปเรื่อยเปื่อย ทำตัวเป็นหนุ่มเนื้อหอม ทั้งสำอางและเจ้าชู้อยู่ตั้งแต่หนุ่มจนเข้าสู่วัยสามสิบปลาย ๆ แต่เวลาก็เหมือนจะไม่ได้พรากความน่ามองน่าเข้าใกล้ไปจากอาเดย์เท่าไรนัก ยิ่งเวลาผ่านไปอาเจ้าเสน่ห์คนนี้ก็ยังดูหนุ่มแน่น และแถมยังดูดีขึ้นด้วยซ้ำไป

บ้านเรามักจะเป็นที่แวะเวียนของอาเดย์ในวันหยุดสุดสัปดาห์เสมอ เพราะบ้านของลูกแก้วเป็นครอบครัวขนาดใหญ่ ลูกเด็กเล็กแดงวิ่งกันเกลื่อนบ้านราวกับเป็นสนามเด็กเล่นในห้าง หัวปีท้ายปีของทั้งสะใภ้ใหญ่ สะใภ้รองลงมา แข่งกันสร้างทายาทกันเหมือนไม่รู้จักเข็ดจักหลาบกับภาระร้อยแปด เราอยู่กันหลายครอบครัวรวมกัน เพราะเป็นพี่น้องเครือญาติ พ่อแม่หรืออาม่ากับอากงอยากให้ทุกคนแม้จะมีเหย้ามีเรือนแล้ว ก็ขอให้มาอยู่ในรั้วเดียวกัน อาจจะมีเรือนมีบ้านตั้งต่างหากออกไป ถึงกระนั้นพอว่างจากทำงานทำธุรกิจ ก็จะมารวมตัวทำอะไรกิน พบปะพูดคุย และบรรดาลูกของแต่ละเขยแต่ละสะใภ้ก็จะมารวมตัวก่อจราจลน้อย ๆ ได้อยู่เรือยไม่เว้นกลางวันหรือกลางคืน อาเดย์แม้จะแยกตัวออกไปอยู่ในบ้านพักในกรมด้วยหน้าที่การงานบังคับ แต่ก็ไม่เคยที่จะพลาดวันของครอบครัวเลยสักครั้ง แน่นอนอาเดย์จะต้องเป็นคนโปรดของบรรดาคนในครอบครัว เพราะอาเดย์หน้าตาหล่อเหลา และเเป็นคนที่เอาใจคนเก่ง โดยเฉพาะคนเฒ่าคนแก่ เป็นหลงใหลได้ปลื้มทหารหนุ่มนายนี้ มีอะไรก็เรียกแต่เจ้าเดย์ จนเป็นที่หมั่นไส้ของคนในบ้านมิ่ใช่น้อย

พวกเรารวมทั้งลูกแก้วเอง ก็มักจะชอบคลุกคลีตีโมงกับอาเดย์ เรียกได้ว่า อาเดย์มาทีไร ลูกหลานก็วิ่งกันเป็นกองทัพ ร้องเรียกอากันคับบ้าน จูงไม้จูงมือ ช่วยหยิบช่วยถือขนมนมเนย เดินไปรับพาไปส่งถึงห้องโถงของบ้านแล้วก็แข่งกันถามแข่งกันชิงพูดคุยกับอา จนบรรดาพ่อแม่ต้องลากลูกของตัวออกไปบ้าง ไม่งั้นก็จะไม่ได้มีโอกาสได้กราบได้พูดคุยกับคนอื่นเลย แม้จะโดนห้ามไม่ให้กวนอา เด็ก ๆ ก็จะวิ่งกลับมาหาอาอยู่ดี โดยเฉพาะเวลาตอนกินข้าวเย็นกัน ต้องมีศึกชิงเก้าอี้ แย่งกันระหว่างหลานที่เชื่อตัวเองเป็นคนโปรดจะต้องนั่งข้างอา คนอื่นอย่าแหยม ตอนนั้นลูกแก้วไม่ได้รู้สึกอะไร อาจจะเป็นเพราะยังเด็กมาก แค่รู้สึกสนุกกับการวิ่งตามลูกพี่ลูกน้อง รู้สึกดีที่มีญาติผู้ใหญ่คนหนึ่งที่รักเด็กเข้าใจเด็กอย่างพวกเราอย่างเหลือเชื่อ

ด้วยความที่ลูกแก้วหน้าตาน่ารักน่าชัง พ่อแม่พาไปไหนก็จะมีคนทักผิดว่าเป็นลูกสาวไปเสียทุกครั้ง อาจจะเป็นเพราะตัวเล็ก ไว้ผมยาวหยักศกผิดกับลูกหลานผู้ชายคนอื่นในบ้านที่ไว้ผมเกรียนติดหัวกันเกือบหมด และออกจะเงียบเขินอาย ไม่ได้ทำตัววุ่นวายเหมือนทะโมนรุ่นราวคราวเดียวกัน ตัวเล็กกว่าใครเพื่อน อาเดย์มักจะมาอุ้มมาเล่นกับลูกแก้วตั้งแต่จำความได้ ลูกแก้วเองก็รักและปลื้มอาจับใจ เพราะญาติสนิทคนนี้ใจดีกับลูกแก้วเสมอ และมักจะมีของเล่นมีขนมอร่อยแปลกตาสำหรับเด็ก ซื้อมาฝากแทบทุกครั้งที่อาแวะมากราบอาม่ากับอากง จนบางครั้งอาทิตย์ไหนอาไม่มา ก็มีการชะเง้อคอยกันคอแทบเคล็ด จนอาโทรมาบอกว่าติดราชการมาไม่ได้ ถึงจะเลิกรอ และทำหน้าเสียดาย บ่นว่าคราวหน้าเจออาเดย์จะไม่ยอมให้อาอุ้มอีก โทษฐานที่ไม่มาตามสัญญา แต่พอเจอกันในอาทิตย์ถัดหน้า ลูกแก้วก็ลืมไปหมดแล้วว่าโกรธอาเดย์อยู่ ยิ่งเวลาอาเดย์กอดหอมลูกแก้วทีไร จะรู้สึกจั๊กจี้กับหนวดเคราที่โดนตัวทุกครั้ง หัวเราะเอิ๊กอ๊ากอย่างถูกใจ กอดคออาแน่นไม่ยอมให้ปล่อย จะนั่งกินข้าวก็นั่งตักอา คุยกับอาเดย์อย่างกระหนุงกระหนิง จนบางทีหลานคนอื่นก็ชักไม่พอใจ ที่โดนลูกแก้วแย่งอาเดย์ไป แต่ก็ไม่รู้จะทำอะไรได้ ด้วยอาเดย์เองก็เอ็นดูลูกแก้วอยุ่มาก

พ่อกับแม่ของลูกแก้ว มักจะอนุญาตให้อาเดย์พาลูกแก้วไปเที่ยววันเสาร์อาทิตย์ได้ อยากไปไหนขอให้บอก ขับรถกันไปเที่ยวสวนสัตว์ ไปดูช้างงวงยาว ๆ ไปดูน้องยีราฟคอยาว ตบท้ายด้วยการไปเดินห้าง กินไอติมร้านโปรด อาเดย์จะพาแต่ลูกแก้วไปไหนมาไหนบ่อยที่สุด ไม่ค่อยพาหลานคนอื่นไปเท่าไรนัก หรือถ้ามีหลานคนอื่นก็มีลูกแก้วพ่วงไปด้วยทุกครั้ง อาเดย์ทำแบบนี้ตั้งแต่ลูกแก้วอยู่อนุบาล ขึ้นชั้นประถมแล้ว พ่อกับแม่ไม่ว่างต้องไปตรวจรถ หรือไปวิ่งรถ วุ่นวายกับงานที่ตัวเองทำ ไม่มีเวลาดูแลลูกแก้วเท่าไร ก็จะโทรบอกให้อาเดย์ไปรับลูกแก้วที่โรงเรียน และฝากให้อยู่กับอาเดย์ก่อน พอเสร็จแล้วจะไปรับที่บ้านของอาเดย์ จนตัวลูกแก้วเองคุ้นเคยกับกิจวัตรแบบนี้ บางคืนก็อยู่ค้างเล่นเกมแฟมมิค่อมกับอา เช้าถึงจะกลับบ้าน

และคืนหนึ่งสิ่งที่ลูกแก้วไม่เคยคาคคิดมันก็เกิดขึ้น อาเดย์ขับรถไปรับลูกแก้วที่บ้าน เพราะตอนเช้าอาจะพาไปเที่ยวต่างจังหวัดด้วยกัน กลัวจะตื่นไม่ทัน พ่อแม่ก็ไม่ว่าอะไร ไม่ใช่คนอื่นคนไกล วางใจและมอบให้อาเป็นคนดูแลในช่วงวันหยุด อาเดย์ก็ทำเช่นนี้มาตั้งหลายปี ปกติลูกแก้วจะนอนกับอา เพราะทั้งบ้านไม่มีใครเลย นอกจากอากับลูกแก้วแล้ว จะมีแค่พลทหารขี่มอเตอร์ไซต์มาทำความสะอาดหรือซักผ้าในตอนกลางวันเท่านั้น เรียกได้ว่าเป็นที่เอกเทศส่วนตัวของอาเดย์โดยแท้ ไม่มีใครรบกวนในยามค่ำคืน เพราะอยู่ในเขตทหารด้วยก็เป็นได้

หลังจากที่ลูกแก้วโดนบังคับให้เลิกเล่นเกม เพราะนั่งเล่นมาตั้งแต่เย็นไม่ได้หยุดเลย อาเดย์ขู่ว่าถ้าไม่รีบเข้ามานอน พรุ่งนี้ตื่นสายไปเที่ยวไม่ทัน โทษใครไม่ได้นะ นั่นแหล่ะลูกแก้วถึงจะยอมวางจอยแล้วไปล้างหน้าแปรงฟัน เปลี่ยนชุดนอน คลานขึ้นเตียง สอดตัวเข้าไปนอนในผ้าห่มข้าง ๆ อาเดย์ที่ใส่เสื้อกล้ามนั่งอ่านหนังสืออยู่ อาเดย์ห่มผ้าให้เหมือนเคย แล้วก็เอามือลูบผมของลูกแก้วอย่างอ่อนโยน จนลูกแก้วเคลิ้มหลับไปตอนไหนจำไม่ได้แล้วด้วยความรู้สึกอบอุ่นกับสัมผัสอันอ่อนโยนนั้น และปลอดภัยที่มีอาอยู่เคียงข้างตลอดเวลา

ลูกแก้วมารู้สึกตัวอีกที ลืมตาขึ้นมาท่ามกลางความมืด กำลังจะพลิกตัวก็มีแรงมาขืนตัวไว้ ดึงตัวลูกแก้วให้ไปอยู่ในอ้อมกอดของอา ลูกแก้วตกใจตรงที่คราวนี้มันไม่เหมือนทุกครั้งที่อาเดย์เคยกอด หรือเวลาที่ลูกแก้วหันไปกอดอากลางดึกยามฝันร้าย เพราะคราวนี้ลูกแก้วสัมผัสได้ถึงว่าเนื้อตัวของลูกแก้วกับอาเหมือนจะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ลูกแก้วถูกถอดเสื้อผ้าไปตอนไหนไม่รู้ อาเองก็เปลือยเปล่าเช่นกัน ที่สำคัญลูกแก้วรู้สึกมีท่อนอะไรแข็ง ๆ อยู่แถวด้านหลัง รวมทั้งอาก็พยายามกอดจูบอย่างรุนแรงแบบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ด้วยความตกใจ ลูกแก้วพยายามฝึนตัวลุกขึ้น ทำอะไรไม่ถูกกับเหตุการณ์ในเวลานั้น ต้องเสบอกว่าหิวน้ำ ทั้งที่ไม่ได้กระหายแต่อย่างใด

"อาเดย์ ลูกแก้วจะไปกินน้ำ"

ตอนนั้น ลูกแก้วบอกไม่ถูกว่ารู้สึกโกรธ ตกใจ หวาดกลัว หรืออะไรกันแน่ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นทุกขณะจิต มันใหม่ ตื่นเต้น น่ารู้น่าลองเหลือเกินสำหรับเด็ก ๘ ขวบ มันเป็นรสสัมผัสที่เด็กอย่างลูกแก้วเดาไม่ออกว่ามันคืออะไร ความไร้เดียงสาทำให้เกิดความสงสัย เกิดคำถามในใจ

"อาทำอะไร"

แต่กลับไม่ถาม ไม่พูด ปล่อยให้อาดึงตัวเข้าไปกอดในผ้าห่มอีก คราวนี้ลูกแก้วนอนเงียบ ปล่อยให้อาทำอะไรต่อมิอะไรตามอำเภอใจ ลูกแก้วเองก็อยากรู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป ทำไมอาเดย์ทำแบบนี้ จนกระทั่งอาเดย์ขยับท่อนลำที่ลูกแก้วรู้สึกได้ว่ามันขับเคลื่อนตรงหว่างขาของลูกแก้วอยู่พักใหญ่เนิ่นนาน จนอาเดย์สะดุ้งสุดตัว กอดลูกแก้วแน่นจนน่าตกใจ แล้วบริเวณตรงนั้นก็เหมือนมีอะไรอุ่นเหนียวพุ่งออกมาเต็มหน้าขาของลูกแก้ว เท่านั้นแหล่ะ ลูกแก้วก็ปล่อยโฮ ร้องไห้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรดี ตัวสั่นสะท้านด้วยความกลัว

"ลูกแก้ว อย่าร้องไห้นะ อาผิดไปแล้ว"

"อาทำอะไรคับ"

"อาเดย์รักลูกแก้วถึงทำแบบนี้ไง"

"เหรอ แต่คราวหลังอย่าทำอีกนะ"

อาเดย์ไม่ได้ตอบอะไร พอเปิดไฟหัวเตียง อุ้มลูกแก้วไปห้องน้ำแล้วก็ทำความสะอาดกับคราบเหนียว กลิ่นคาวเหมือนไข่ขาวจนเนื้อตัวสะอาดแล้ว ก็บอกให้ลูกแก้วเดินหยิบชุดนอนที่ถูกถอดกระจัดกระจายอยู่รอบเตียงมาสวมตามเดิม ขึ้นไปนอนบนเตียง เงียบงันท่ามกลางแสงจากในห้องน้ำที่อากำลังอาบน้ำอยู่ ลูกแก้วหลับไปด้วยความรู้สึกงงกับทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับตัวเอง แต่ถ้าจะบอกว่าสุขอย่างประหลาดก็น่าจะเป็นได้ เพียงแต่มันไม่ใช่ความรู้สึกอย่างที่ลูกแก้วเคยมีมาก่อนในชีวิต

รุ่งเช้าเราก็ไปเที่ยวตามที่ตั้งใจไว้ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ลูกแก้วก็ลืมไปหมดแล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้นเมื่อคืน เพราะเชื่อเอาเองว่ามันคงไม่มีอะไร ที่สำคัญอาเดย์รักลูกแก้วถึงทำแบบนั้น ไม่มีอะไรต้องคิดมาก นั่นคือความคิดของลูกแก้ว และไม่เคยบอกเรื่องที่เกิดขึ้นกับที่บ้าน เพราะอาเดย์ขอไว้ ลูกแก้วไม่อยากให้อาเดย์โกรธ ก็เลยเก็บทุกอย่างไว้เป็นความลับ และแม้อาเดย์จะทำอะไรต่อมิอะไรกับลูกแก้วอีกนับครั้งไม่ถ้วน ลูกแก้วกลับไม่ต่อต้าน หรือรู้สึกโกรธขึ้ง ไม่มีการร้องไห้ ไม่มีการรังเกียจกิจกรรมที่อาเดย์ขอให้ทำแม้แต่นิด เหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้นทุกครั้งที่อาเดย์ไปรับมาค้างด้วย โดยพ่อแม่ไม่ได้ระแคะระคาย แม้ลูกแก้วจะย้ายไปเรียนโรงเรียนประจำ ได้กลับบ้านไม่กี่ครั้ง คนที่ไปรับลูกแก้วกลับมาบ้านก็มักจะเป็นอาเดย์เสียส่วนใหญ่ หรือถ้าเป็นพ่อแม่รับ ตัวลูกแก้วเองนั่นแหล่ะ ที่จะขอให้แวะไปส่งที่บ้านอาเดย์ก่อน แล้วค่อยให้อาขับรถไปส่งที่บ้านทีหลัง

อาเดย์มักจะถามเสมอว่า รักอาไหม ก็รักนะแต่พอลูกแก้วโตขึ้นเริ่มจะเป็นวัยรุ่นตอนต้น ลูกแก้วเรียนรู้เรื่องบนเตียงเร็วกว่าเพื่อนในห้อง รู้จักการช่วยตัวเองตั้งแต่ยังไม่ครบสิบขวบด้วยซ้ำ คนที่กระตุ้นทำให้ลูกแก้วเข้าสู่ความลับของเพศก็ไม่ใช่ใครที่ไหน อาเดย์นั่นเอง ในตอนแรกอาเดย์จะใช้คำว่า "เจ้างูน้อย" แทนอวัยวะเพศของอา แล้วก็ใช้คำว่า "เล่มเกมงูน้อย" เพื่อให้ลูกแก้วช่วยสำเร็จความใคร่ให้ ซึ่งตอนนั้นลูกแก้วทำไปด้วยความสนุกมากกว่า และไม่ได้เกิดอารมณ์อะไรแต่อย่างใด จนวันหนึ่งลูกแก้วรู้สึกว่าตัวเองก้าวเลยบางสิ่งบางอย่างเรียบร้อยแล้ว ทั้งที่ยังไม่เติบโตเต็มวัยด้วยซ้ำกับเรื่องพรรณอย่างนี้

มีอยุ่วันหนึ่ง ขณะนั่งเล่นเกมกับอา ซึ่งโดยปกติเรื่องเกมงูน้อยจะไม่เกิดขึ้นในเวลากลางวัน ไม่รู้ว่าอาเดย์คิดอะไร บอกให้ลูกแก้วลุกขึ้นมานั่งบนโซฟาแล้วก็เอามือลูกแก้วไปจับแท่งลำที่หน้าขาผ่านกางเกงขาสั้น บอกให้กระตุ้นงูน้อยจนมันตื่นเต็มตัว สักพักอาก็ถอดกางเกงนั้นออกแล้วก็บอกให้ลูกแก้วถอดเสื้อผ้า จากนั้นก็ดึงตัวลูกแก้วขึ้นไปนั่งบนตัก อาบอกให้ลูกแก้วนั่งดี ๆ เดี๋ยวอาจัดการเอง อาบอกให้จับของตัวเองไปด้วย ลูกแก้วก็ทำตามอย่างว่าง่าย และนั่นเป็นครั้งแรกในชีวิต ที่ลูกแก้วรู้ว่าการถึงจุดสุดยอดนั้นเป็นอย่างไร นั่นทำให้อาเดย์กับลูกแก้วถลำลึกลงไปแบบกู่ไม่กลับ และอาเองก็แสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของอย่างเห็นได้ชัด จนบางครั้งลูกแก้วก็รู้สึกอึดอัด มันไม่ใช่ความสัมพันธ์เช่นอาหลานอีกต่อไป ทีส่ำคัญแล้วมันเรียกว่าอะไรล่ะ? 

โดยเฉพาะเวลาที่ไปรับกลับจากโรงเรียนประจำ อามักจะถามว่าเพื่อนคนนั้นเป็นใคร สนิทแค่ไหน ลูกแก้วต้องคอยตอบคำถามน่าเบื่อพวกนั้น จนรู้สึกว่าไม่เป็นไท แต่ด้วยความที่รักและเคารพอา ต่อให้เกิดอะไรขึ้นมาหลายปีดีดัก มันก็ไม่ได้ทำให้ลูกแก้วรักอาน้อยลง เพียงแต่พอโตขึ้น ลูกแก้วเริ่มแยกแยะได้แล้วว่า รักอาเดย์แบบไหน มันต่างกับความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อครั้งที่ลูกแก้วเด็กกว่านี้ แม้ตอนนี้ลูกแก้วอายุ ๑๒ อย่าง ๑๓ ขวบ ลูกแก้วก็โตเร็วจนตัวเองยังตกใจ ที่สำคัญลูกแก้วไม่คิดว่าเรื่องเพศเป็นเรื่องผิดปกติ นอกจากจะมีอะไรกับอาเดย์ทุกครั้งที่มีโอกาสอยู่กันสองต่อสองแล้ว ลูกแก้วยังทำแบบนั้นกับเพื่อนด้วยกันยามที่มีโอกาส เพราะทั้งตัวเองและเพื่อนก็อยากรู้ในเรื่องพวกนั้นไม่ต่างกัน ไม่ยากที่จะนำพาเรื่องที่ลูกแก้วรู้ให้เพื่อนได้รับรู้ด้วย นั่นก็คงสร้างความไม่พอใจให้กับอาเดย์ เวลาที่เห็นลูกแก้วให้ความสนิทสนมกับ "เพื่อนชาย" ในโรงเรียนประจำเดียวกันและอาเห็นเข้าโดยบังเอิญ เพราะเพื่อนที่ลูกแก้วสนิทสนมด้วย มันมักจะมากกว่าเพื่อนเสมอ

ทุกอย่างมันคงดำเนินไปแบบนั้น ปีแล้วปีเล่า อาเดย์โดนย้ายราชการไปประจำการไกลออกไป นั่นเป็นครั้งแรกที่ลูกแก้วจะไม่ได้เจออาเดย์บ่อยเหมือนก่อน แต่น่าแปลกที่ลูกแก้วรู้สึกโล่งอก ปลอดภัยมากขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และแม้ลูกแก้วจะไม่เคยบอกใครกับทุกอย่างที่เกิดขึ้น ด้วยคิดเองว่า ถ้าเล่าไปแล้ว คงไม่มีใครเชื่อ ทีสำคัญมันน่าอับอายมาก ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง อาเดย์เองก็เคยบอกสำทับไว้หลายครั้ง ไม่ให้บอกเรื่องนี้กับใครแม้กับเพื่อนสนิทที่สุดก็ตาม ลูกแก้วรักษาคำพูด ต่อให้อัดอั้นตันใจ และในเวลาที่ลูกแก้วเติบโตขึ้น เข้าใจว่าสิ่งที่อากระทำกับลูกแก้วมันไม่ถูกต้องนัก ตัวลูกแก้วเองก็ไม่เคยคิดจะทำให้อาเดย์เดือดร้อน เก็บเงียบทุกอย่างไว้เป็นความลับ เพราะถึงยังไง อาเดย์ก็ยังเป็นคนที่ลูกแก้วรักและเคารพเสมอ ต่อให้สิ่งที่ลูกแก้วเจอะเจอะมาตลอดเวลากระทั่งวันสุดท้ายที่ได้เจอกัน มันจะทำให้ขยะแขยงก็ตามที ความผูกพันมันทำให้ลูกแก้วไม่ได้ใส่ใจที่จะเอามาเป็นกังวลหรือต้องเล่าให้ใครฟังตลอดเวลาที่ผ่านมา

ลูกแก้วเติบโตขึ้นมากกว่าเดิม ถ้ามีใครสังเกตจะรู้ว่า ลูกแก้วโตและกร้านชีวิตเร็วกว่าที่ใครคิดไว้ ใครจะไปเชื่อว่าเด็กผู้ชายหน้าตาแจ่มใส มองผาด ๆ นึกว่าเป็นผู้หญิง จะผ่านอะไรมามากมาย และเริ่มต้นชีวิตข้ามผ่านวัยเด็กไปอย่างน่าเสียดาย วัยเด็กที่น่าจะไร้เดียงสา สนุกสนานกับเพื่อนฝุงอย่างที่ควรจะเป็น และมีความสุขกับความเป็นเด็กให้นานที่สุด ไม่มีใครเคยถาม และถึงโดนถาม ลูกแก้วก็คงไม่ตอบว่าเจ็บปวดแค่ไหน กับสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างอากับลูกแก้ว มันไม่ใช่ความเจ็บปวดทางกายที่อาล่วงล้ำเพื่อตอบสนองความต้องการทางเพศ นอนซมเป็นไข้ แต่บอกใครไม่ได้ ดีที่ไม่ได้ฉีกขาดอะไรมาก นอนพักไม่กี่วันก็ฟื้นตัว แต่ความเจ็บปวดที่ความไว้ใจ และความรักมันกลายเป็นสะพานทอดสู่จิตใจด้านดำมืดเปิดทางให้อาเดย์เข้ามาพร่าความบริสุทธ์ของวัยเด็กไปจนหมดสิ้น เหลือไว้แค่ความอ้างว้างที่ไม่มีขอบเขต มันว่างเปล่าเสียจนเคว้งคว้างอยากจะหาคำอธิบาย

ในเวลานี้ ถึงลูกแก้วจะไม่ใช่เด็กเช่นวันก่อนแล้ว บาดแผลในหัวใจยังคงอยู่และเจ็บลึกทุกครั้งที่ได้เห็นอาเดย์คนเดิม เดินเข้ามาในบ้าน อาเดย์ที่ยังดูทะมัดทะแมง ยังดุน่าเกรงขามและน่าหลงใหลเช่นเดิม เพียงแต่อาจจะดูไม่ฟิตเช่นเดิมด้วยกาลเวลาพรากความเยาว์ไปบ้าง ตัวของลุกแก้วมีความรู้สึกที่เปลี่ยนไป มันผะอืดผะอมทุกครั้งที่เห็นหน้าผู้ชายคนนี้ ผสมกับยังรักยังห่วง ในเวลามีมิตติ้งของครอบครัว อาเดย์ปรากฎตัวเมื่อไร ลูกแก้วก็จะหนีไปให้พ้นหูพ้นตา ไม่ยอมเสวนาด้วย พ่อแม่คิดว่าลูกแก้วคงโตเกินกว่าจะไปเกาะแกะ ติดอาเดย์เหมือนสมัยก่อน ไม่ได้สงสัยอะไรเท่าไรนัก จนระยะหลังแม้อาเดย์จะพยายามเข้ามาคุยด้วย ลูกแก้วก็หนีหน้าสุดชีวิต เมื่อมีโอกาสได้เข้าไปเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย นั่นคือทางออกที่ดีที่สุด ที่จะไปให้พ้นบ้านนี้ ไปให้พ้นจากภาพเก่าในอดีตที่หลอนกันไม่รู้จักจบสิ้น ที่สำคัญลูกแก้วหวั่นใจกับความหวั่นไหวของตัวเอง กลัวว่าสิ่งที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นระหว่างอากับหลาน มันจะเกิดขึ้นอีก ถึงอย่างไรลูกแก้วก็ยังรักอาอยู่ดี

ต่อให้หนีไปแค่ไหน ไกลสุดขอบฟ้า ลูกแก้วก็หนีตัวเองไม่พ้น หนีความต้องการเบื้องลึกที่มีต่ออาของตัวเอ อาเดย์เองก็เพียรพยายามที่จะสร้างสัมพันธ์แบบเดิม เรียกร้องให้ทุกอย่างกลับไปเป็นเช่นวันวาน หมั่นแวะมาหาถึงหอพักที่ลูกแก้วหนีไปอยู่คนเดียว และไอ้เรื่องเดิม ๆ การกระทำสนองตัณหาของแต่ละฝ่ายมันก็ทวีความรุนแรงมากขึ้น ในที่สุดลูกแก้วก็หนีไม่พ้น มันเกิดขึ้นอีกจนได้ และดูเหมือนอาจะพอใจที่ตื๋อสำเร็จ ในเวลานี้ลูกแก้วไม่ใช่เด็กเล็กเช่นอดีต แต่เป็นวัยรุ่นที่กำลังโตเป็นผู้ใหญ่อีกไม่กี่ปีข้างหน้า ลูกแก้วมีคำถามในใจว่า เมื่อไรเรื่องแบบนี้มันจะจบลงเสียที ไม่ได้ต้องการหาว่าใครผิดใครถูก แต่อยากไปให้พ้นจากตรงนี้เหลือเกิน หันไปมองหน้าอาเดย์ที่กำลังหลับพริ้ม ดวงหน้าที่เคยอ่อนวัย เวลาผ่านไปหลายปีดีดัก อาเดย์ดูสุงวัยขึ้นแต่ก็ภูมิฐานมีเสน่ห์จนไม่อยากคิดว่า นี่หรือคนที่สร้างความรู้สึกสับสนให้กับเด็กคนหนึ่ง แต่ในความรู้สึกเกลียดชังจาง ๆ ในหัวใจ ทำไมมันต้องเกิดความรักและเคารพในตัวคนนี้ด้วย บางครั้งก็เกิดความหวงแหนไม่อยากให้ใครมายุ่งกับอา ไม่อยากให้อ้อมแขนของอาเดย์แบ่งบันกับใครคนอื่น ลูกแก้วก้มลงไปนอนแนบอก  ปล่อยให้น้ำตาพรั่งพรุออกมา ราวกับมันจะชำระล้างทุกอย่างให้หมดจนสะอาดเช่นเดิม

"เมื่อไรทุกอย่างมันจะจบ หรือเราจะจบมันด้วยตัวเองนะลูกแก้ว"

 

ไม่มีคำตอบจากสวรรค์ มีแต่ความมืดยามค่ำคืนที่ทำให้หัวใจของลูกแก้วอยู่ในวังวนแห่งปริศนานี้ต่อไป

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

โอ้โฮ...คุณนายพี่..คุณนายน้องกำลังตามอ่านอยู่ในสปีดที่ช้ากว่าคุณนายพี่อัพเยอะเลยครับ... แต่จะพยายาม เพื่อตอบแทนความขยันอย่างกับกินยาโดพของคุณนายพี่ครับdouble wink confused smile

#1 By ปอนปอน on 2007-11-04 21:20

มาแล้วจ้ามาแล้ว
สำนวนบรรยายพี่แอ๊วยังวกไปวนมาในบางจุด เหมือนกับเขินๆยังไงก็ไม่ทราบ แต่โดยรวมแล้วอ่านรู้เรื่องเข้าใจดีอ่ะ

อ่านแล้วรู้สึกเศร้าๆ ยังไงก็ไม่รู้
แต่นังเด็กที่อ่านด้วยกันมันบอกสยิว

#2 By GOH-TIC on 2007-11-04 23:02

=w="

หวังว่าลูกแก้วจะไม่ฆ่าอาตัวเองนะ

#3 By BassYoncE on 2007-11-04 23:04

อันนี้ใช่มั้ยคือปมที่ทำให้เกิดเรื่องเมื่อตอนก่อน เศร้าจังนะคะ หากการแสดงความรักจากคนหนึ่งทำให้อีกคนหนึ่งต้องอึดอัดทรมานอย่างนี้

#4 By Gabrielle on 2007-11-05 10:48

หง่าวววว...เรื่องประมาณนี้แหละที่ทำให้คนหยั่งเราน้ำตาซึม
แค่คิดตามก็ไม่ไหวแล้ว
ทำร้ายจิตใจโคตรๆ
ถ้าจะแจ้งตำรวจจับฐานกระทำกับเด็กอายุต่ำกว่า13 ประจานเลยมันก็ยากนะ..เป็นผลเสียกะเด็กอีก..จะมีชีวิตลำบากในสังคมรอบๆตัว
นี่แหละถึงทำใจไม่ได้

#5 By Ma-i (118.174.156.234) on 2008-05-06 00:35