รักเหนือม่วง (3)
posted on 28 Oct 2007 06:01 by madambuffalo in GayFictionตอนที่ ๓ ย้อนสู่อดีต
เหล่ากองทัพกะเทยแวะไปส่งหลวงแม่การะเกดที่วัดก่อนเพื่อให้ท่านได้พักผ่อนหลังจากเหน็ดเหนื่อยกันมาตลอดทาง กราบลาท่านแว จากนั้นเราที่เหลือสี่นางฟ้า ก็แวะไปสลบเหมือดที่บ้านพี่มายก่อน เพราะไม่สามารถที่จะถ่างตาขับรถต่อเข้ากรุงเทพฯ ได้ ยกเว้นเราจะคิดตายหมู่พร้อมกันก็คงเป็นอีกเรื่อง ยิ่งตัวผมด้วยแล้ว ไม่รอดแน่ เพราะแค่นั่งแหกตาไม่หลับตลอดงานบุญผมก็จะแย่แล้ว นี่ถ้าแตะมือพี่มายบึ่งรถต่อกลับนิวาสถานในเมืองหลวง มีหวังได้ไปอยู่สวรรค์ขึ้นไปวิ่งเปี้ยวกับเทพบุตรบนโน้นกันหมดคัน พี่มายเสนอให้ไปพักบ้านพี่แกก่อน ไหน ๆ จะแวะมากันสักครั้งในรอบททศวรรษ พวกเราเห็นดีด้วย พอมีเรืองแล้วค่อยทะยานกลับรังทีหลัง ว่าไงว่าตามกัน
ว่าด้วยความผูกพันระหว่างเราทั้งห้าคน ยากเหมือนครับที่จะบอกว่าเริ่มมาได้ยังไง เกือบสิบปีที่ร่วมหัวจมท้าย ร่วมสุขหลีกทุกข์มานับครั้งไม่ถ้วน ใครจะเชื่อว่า ยังเกาะกลุ่มกันเหนียวแน่น แม้จะมีหลายเหตุการณ์สุดเลวร้ายเกิดขึ้น แทบจะจมนาวามิตรภาพให้จมลงก็หลายครั้ง แต่ก็มีอีกหลายครั้งที่ทำให้พวกเรายังคงล่องเรือลำนี้ไปอย่างมั่นคง ด้วยความผูกพันมาเนิ่นนานทำให้เราทั้งห้า ไม่ซิถ้ารวมนังแตงด้วยก็เป็นหกนางถ้ามันไม่ชิงไปกินเทพบุตรสวรรค์เสียก่อน ทำให้ไม่สามารถทิ้งกันและกันได้ โดยที่แต่ละคนต่างก็มีเส้นทางชีวิตของตัวเองอย่างชัดเจน มีเป้าหมายที่แตกต่างกันไป
ผมไม่เคยคิดว่าวันหนึ่ง ผมต้องมาทำบุญอุทิศกุศลให้เพื่อน ต้องส่งเพื่อนรักขึ้นเมรุไปกับมือ ทั้งที่ความจริง ผมเองต่างหากน่าจะเป็นคนแรกในกลุ่มด้วยซ้ำไป ที่น่าจะถูกแบกขึ้นเชิงตะกอนบนนั้นมากกว่าใครในกลุ่มของเรา ด้วยความเสี่ยงบ้าบิ่นหาใครเหมือน และความเป็นคนท้าทายในเรื่องพรรณอย่างว่า ผมมักจะได้รับคำอวยพรสาดเสียเทเสียจากนังเพื่อนทั้งในและนอกกลุ่มที่จะมีสิทธิ์ได้รับบริการสี่คนหามสามคนแห่ แบกเวียนขึ้นเมรุไปในไม่ช้าก็เร็ว จนผมมาได้เห็นความตายของเพื่อน "นังแตง" รู้ถึงต้นสายปลายเหตุ ถึงได้เพลาความซ่า ความหลงในตัณหาราคะมัวเมาตาบอดลงไปนิดนึง ถึงไม่มาก มันก็คงมากพอให้เพื่อนเลิกจิกผมซะที
พวกเราไม่ได้เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก เพิ่งมารู้จักกันเมื่อเราเติบโตกันมาคนละทิศคนละทาง ไม่เคยรู้จักมักคุ้น เรามารวมกลุ่มกันได้ด้วยหลายวิธีด้วยกัน แต่ละการเชื่อมต่อทำให้เราเกาะกลุ่มแยกกันไม่ออกจนบัดนี้ ไว้ผมจะค่อย ๆ เล่าให้คุณฟังละกันครับ ตอนนี้ผมอยากพาคุณไปรู้จักกับเพื่อนผมอีกคนที่คุณได้ยินชื่อมาหลายครั้ง แต่ผมยังไม่มีโอกาสเล่าเรื่องของนังคนนี้ซะที ใช่แล้วครับ นังแตงโม เพื่อนสาวผู้จากไปไม่มีวันกลับ
"เจ๊ ทำไงดี แตงไปปิ๊งคนหนึ่งในซาวน่าล่ะเจ๊ เจ๊ต้องช่วยหนูนะ หนูจะบ้าตายแล้ว"
อีกหนึ่งชั่วโมงถัดมา ผมยังยืนเกาะโต๊ะโทรศัพท์และเลื่อนลงไปนอนกองตรงนั้น เพราะอีนังแตงมันยังพล่ามถึงผู้ชายปริศนาที่มันไปให้เขาตำมา นี่ได้ข่าวว่ายังไม่หยุด เพราะนังนี่เป็นเจ้าแม่รายละเอียด ไม่ว่าจะไปทำอะไร หรือไปโดนใครทำอะไรมา ผมจะเป็นคนแรกที่นังนี่จิ้มกดมาเป็นเหยื่อแล้วพ่นทุกสิ่งทุกอย่างให้ฟัง ในช่วงยี่สิบนาทีแรกผมก็กรี๊ดกร๊าด เฮฮาไปกับมันด้วย แต่พอเลยหนึ่งชั่วโมงผมก็เริ่มเข้าสู่ภาวะเหม็นเบื่อนังแตงโมงขึ้นมาจับจิต จะวางก็เกรงใจมัน เพราะถ้าวางไปเฉย ๆ นังนี่มันก็จะพยายามจิกโทรมาไม่เลิก แถมมีงอนอีก ก็เลยต้องปล่อยให้นังแตงโม สาวเทียมผู้พิสวาสหนุ่มในซาวน่าเป็นชีวิตจิตใจยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด ถ้ามีถ้วยเชิดชูเกียรติในฐานะลูกค้าระดับวีไอพีของซาวน่าหลายแห่งในเมืองกรุง อีนี่ต้องติดชื่อด้วยเป็นแน่ เพราะมันสามารถไปได้วันเว้นวัน หรือแทบจะทุกวัน จนคนหน้าเคาน์เตอร์ไม่ต้องตรวจบัตร แถมยังให้ส่วนลดมันอีก นังนี่มันเตลิดเปิดเปิง หลงกลิ่นสาบผู้ชายไม่ปรากฎนามแต่ปรากฎเครื่องเพศในสวนดอกไม้ลับต่าง ๆ มันเชื่อว่าคู่ของมันอยุ่ในนั้น เพียงแต่ยังหากันไม่เจอ เพราะงั้นนังแตงโม หรือเพื่อนจะเรียกว่า นังแตงห้อย ด้วยความที่เครื่องหมายการค้าของมันที่สะดุดตาที่สุดคือปากห้อยเยิ้มลงมา แถมชอบทาลิบมันแวววาว ยิ่งทำให้มันดูห้อยหนักขึ้นไปอีก ดีที่มันมีหุ่นที่โดนใจตลาด ตูดเด้งน่ารับประทาน นังนี่จึงมีผู้ชายตกถึงท้องตามสมควร ซึ่งคนส่วนใหญ่มักจะให้คำนิยมเหมือนกันว่า
"ถ้าตัดหัว แล้วเหลือแต่ร่าง ก็พอกินไหว"
นังนี่ก็เหมือนกะเทยทั่วโลก ที่มักจะหลงในภาพลวงของสาระร่างที่ตัวเองสร้างขึ้นมา โดยธรรมชาติของกะเทยมักจะคิดว่าตัวเองสวยพอตัว หรือหนักหนาหน่อยก็คิดว่าตัวเองหล่อเลิศ สวยล้ำกว่าใคร ทั้งที่ความเป็นจริง มันอาจจะไม่ได้เป็นอย่างนั้นสักนิด ก็ถือเป็นกลไกลการป้องกันตัวเองอย่างหนึ่งของมนุษย์ละกัน ถ้าไม่ให้ชื่นชมสังขารตัวเอง แล้วจะไปหลงชมใครเขาล่ะครับ ว่าไหม นังแตงโม หรือนังห้อย สุดแต่คุณจะเรียก เป็นเพื่อนคนแรกที่เข้ามาเชื่อมต่อผมระหว่างโลกสมมติที่มีแต่ผู้ชายกับผู้หญิง ประสานติดกับโลกที่เต็มไปด้วยสีสรรนานาของกะเทยหลากสปีชี่ ด้วยความที่ผมเองโตมากับสังคมที่เคร่งครัด ครอบครัวค่อนข้างคาดหวังสูงกับอนาคตของทายาทผู้สืบทอด โดยเฉพาะกับตำแหน่งลูกชายคนโตของบ้าน เราสองคนเจอกันด้วยห้องแชทรูมในอินเตอร์เน็ต สมัยนั้นแช็ทรูมเป็นแหล่งร่วมสารพัดสัตว์ครับ จะเอาอะไรมีให้คุณได้หมด จัดให้ อินเตอร์เน็ตยังช้ากว่าสปีดเต่าอยู่เลย ใครต่อใครที่เคยฮิตเล่นวิทยุสื่อสารหาผัวหาเมีย โยกย้ายอพยพไปเล่นแชทกันหมด ผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้น
ผมไม่เคยนัดใครมาก่อน เป็นครั้งแรกในชีวิตที่นัดคนแปลกหน้าจากในอินเตอร์เน็ต นังแตงโมเก็กแมนเข้ามาทักในห้องแช็ตขาประจำของผม ทักทายกันด้วยประโยคยอดนิยมแสนน่าเบื่อ เช่น อย-นน-สส (อายุ น้ำหนัก ส่วนสูง) ตามด้วยประโยคคำถามสากลของกะเทยหาผัว หมดครบถ้วนเรียบร้อย ยังไม่ทันไร ผมก็โดนดีเลย มันบอกว่าอยากเจอ ที่ไหนดี ผมก็บอกว่าไม่เคยไปไหนมาก่อน นี่เป็นครั้งแรก คุณบอกผมมาละกัน นังแตงโม หรือตอนนั้นใช้ชื่อว่า ธเนศ (ตอนหลังมารู้ว่าเป็นชื่อจริง) ก็ให้ไปเจอกันที่ซาวน่าแถวซอยอารีย์ ผมเองฟังอธิบายทางไปแล้ว ก็คิดว่าไม่น่าจะยาก จับรถแท๊กซี่ก็หมดเรื่อง อีกอย่างผมต้องไปเรียนพิเศษแถวสยามด้วยอยู่แล้ว ขากลับแวะไปหาอะไรน่าตื่นเต้นเล่นก็คงดีไม่น้อย ผมคิดว่าตอนนั้นรถไฟฟ้ายังไม่เสร็จหรือไงเนี่ยล่ะครับ
ผมไม่เคยไปซาวน่าเฉพาะมาก่อน ดันนัดคนไปในนั้นอีก คนและกะเทยล้านเจ็ดจะรู้ไหมนั่นว่าใครเป็นใคร สมัยนั้นการส่งรูปผ่านเน็ตยังเป็นอะไรที่โง่เง่าสำหรับผมมาก ผมแค่ฟังคำอธิบายเป็นตัวหนังสือ พรรณนาถึงเรื่องรูปร่างของคู่เดท (หรือนังแตงโม) และเชื่อว่ามันคงไม่หลอกเรา ผมก็มองหาผู้ชายหุ่นดี ไม่สาว หน้าตาดี แล้วก็ไว้ผมรองทรงสั้น จะยืนรอผมที่เล้าจ์ด้านบน ทีนี้ผมก็วาดฝันว่า คงได้สนุกกับชีวิตมหาศาลล่ะงานนี้
ด้วยความที่ไม่เคยไปสวนดอกไม้ลับแบบนี้มาก่อน ผมก็งกเงิ่นอยู่หน้าสวนอยู่พักใหญ่ จนเห็นใครต่อใครเดินก้มหน้าก้มตาเข้าไปในนั้น ผมก็เลยเอามั่ง ก้มหน้างุด ๆ ซื้อบัตร เขาขอดูไอดีผมก็ส่งให้ ได้ส่วนลดนิดนึงเพราะยังเป็นนักศึกษาอยู่ แล้วก็ได้ผ้าขนหนู ผมถามว่าต้องทำไงบ้าง เขาหรือพนักงานหนุ่มให้ผมขึ้นไปที่ห้องล็อกเกอร์ตามเบอร์กุญแจที่ให้มา แนะนำให้เก็บกุญแจไว้โดยผูกไว้กับข้อมือหรือข้อเท้าก็ตามสะดวก อาบน้ำอาบท่า บ้วนปากให้สะอาดเผื่อจะต้องบ้วบเอ๊ยจูบกับใคร จากตรงนี้ก็แล้วแต่ผมล่ะครับ เอ่อเหมือนเลคเชอร์เลยครับ แต่ก็ทำให้ผมตื่นเต้นไม่น้อย
ผมขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นผ้าขนหนู กางเกงในก็ถอดออกหมกไว้ในตู้ เรียกว่าปลดผ้าเตรียมพร้อมจะกินนังแตงหรือธเนศในเวลานั้นอย่างเต็มกำลัง ผมเดินเข้าไปในเล้าจ์ ซึ่งระหว่างทางก็ได้รับการจิกมองตามสมควรจากกะเทยขาประจำเป็นครั้งคราวพอให้รู้สึกว่า เออ ไม่ได้เลวร้ายแฮะพอขายได้นี่หว่าเรา พอถึงบริเวณที่ดื่มกินด้านบน ผมก็มองหาคุณธเนศหนุ่มหน้าตาดีหุ่นแมนดังกล่าวสุดฤทธิ์ ไม่ว่าจะกวาดไปจนแทบจะหมุนคอได้แล้ว ผมก็ไม่เห็นอะไรอยู่ในข่ายของคุณสมบัติที่เคยได้ยินมาเลย นอกจากมีกะเทยเอ๊ยผู้ชายคนหนึ่งสูงไม่มาก นั่งไขว่ห้าง คอเชิดสูงระหง หันมามองผม แล้วก็ฉีกยิ้มสุดชีวิตอย่างเหมือนกับเธอเจอญาติตอนวันพบญาติในคุก ผมก็คิดว่าเขาคงยิ้มให้พนักงาน หรือไม่ก็เพื่อนแถวนั้น แต่หันไปหันมาก็มีแต่ผมกับ พนักงานทำความสะอาดอีกคนนี่หว่า ไม่นานเกินสามลมหายใจ หนุ่มที่ว่าหรือสาวก็แน่ใจ เดินบิดมาที่ผม ซึ่งตอนนั้นผมกลั้นหายใจไขว้นิ้ว มันต้องไม่ใช่นะ ไม่ใช่คุณธเนศ
"สวัสดีครับ ภูมิ ผมเองธเนศ"
ณ เวลาบัดนั้น ผมแทบไม่เชื่อสายตาว่า อีสาวหน้าวอก พอกแป้งหน้าเด้งเหมือนหน้ากากผีลอยได้ แถมตัดกับผิวสีคล้ำตรงคอจนรู้สึกได้ว่า มันช่างไม่ดูสังขารเลย เลือกแป้งผิดเบอร์คิดผิดจนกะเทยตายนะแบบนี้ รวมทั้งท่าเดินที่ตัดชับ ๆ เหมือนกำลังอยู่บนรันเวย์ยังไงยังงั้น แถมท่าทางกรีดกรายแย้งกับหุ่นตันดั่งถังน้ำมันด้วยแล้ว จะตายเอาครับ ไม่รวมน้ำเสียงที่ฟังยังไงก็หามีแมนไม่ ผมได้แต่ร้องในใจ
"วู้.........แม่นนี่หว่า"
ผมเองไม่อยากทำลายจิตใจคู่เดท รักษาน้ำใจไว้ละกัน ก็เลยเดินตามไปนั่งที่โต๊ะสั่งเครื่องดื่มมาดับความมึน และพยายามหาทางหนีทีไล่ ถ้ามีช่องพ่อจะวิ่งสับร้อยเมตรหนีไปให้ไกลเลยครับ แต่ด้วยความที่ธเนศ หรือตอนหลังแนะนำให้ผมเรียกเขาว่าแตงโม เป็นคนคุยสนุก มีอะไรน่าสนใจดี ผมก็เลยนั่งคุยกันเพลิน จนตอนหลังเจ๊แกสะกิดผมให้ไปหาความสุขกันด้านบน ผมเองเป็นคนโผงผางพอตัว ก็เลยบอกถึงความไม่ชอบมาพากลที่ผมรู้สึก ผมรับไม่ได้และไม่อยากมีอะไรกับคุณ ประมาณนี้ ทางโน้นก็พอเข้าใจ ไม่ได้บังคับฝึนหรือพยายามขืนใจผมแต่อย่างใด นั่งคุยกันเรื่องโน้นเรื่องนี้พยายามไม่เฉลงต่ำไปที่สะดือ และพอได้เวลาสมควร ผมก็พยายามชิ่งหนีหายไปจากซาวน่าแห่งนั้น สาวเท้าออกไปให้เร็วที่สุด ตั้งใจว่าจะไม่กลับมาเหยียบที่นี่อีก แม้จะมีเป้าหมายอื่นน่ากินเต็มไปหมดก็ตามที ผมร่ำลานังธเนศได้ ผมก็ใส่ตีนหมาโกยออกมาเลยครับ
ด้วยความที่ผมไม่ค่อยมีเพื่อนแบบนังแตงโมงเท่าไร ขอเรียกแบบนี้ละกัน เรียกชื่อเต็มนังนี่ทีไร ผมขนลุกทุกที ผมได้เบอร์ไว้ และไม่เคยคิดด้วยซ้ำจะโชคร้ายเจอมันอีก เพราะผมไม่เคยรับสาย ไม่เคยโทรไป แม้จะโดนมิสคอลซะผมแทบจะปิดเครื่องหนีด้วยซ้ำไป วันหนึ่งผมเดินเล่นแถวสยาม ดวงมันจะต้องเป็นเพื่อนกัน ผมเจอนังแตงโมเดินมากับผู้ชายอีกคน แต่มันก็ยังสามารถเดินถลามาทักผม เหมือนเคยรู้จักมาล้านปีแสงยังไงยังงั้น เอาตีซี้มา ผมก็มาแนวเดียวกัน และก็พบว่านังนี่ไม่ได้เลวร้ายที่จะคบหากัน แต่เรามีข้อแม้ในตอนหลังว่า จะไม่พูดถึงเรื่องในอดีตเมื่อครั้งที่เจอกันครั้งแรก มันก็เห็นด้วย ในที่สุดพอได้มีโอกาสไปเต้นระบำรำฟ้อนกัน ท่องราตรีแถวสีลมบ้าง ผมก็สนิทสนมกับมันไปในที่สุดโดยหาเหตุผลไม่ได้ว่าทำไม รู้แค่ว่าโลกของผมเชื่อมต่อกับโลกที่ผมต้องการค้นหาด้วยนังกาวหุ่นถังน้ำมันนางนี้ และเมื่อเวลาผ่านไป ผมก็รู้ว่า มันเป็นทั้งฝันดีและฝันร้ายของการคบหาเพื่อนกะเทยคนแรกในชีวิต
รออ่านต่อไปครับผม
#1 By หล่อสาดดด on 2007-10-29 10:23