AussieEng 3: Grammar

posted on 23 Oct 2007 18:53 by madambuffalo  in AussieEng

ขอเปลี่ยนมาเล่าอะไรบางอย่างเกี่ยวกับการใช้ภาษาอังกฤษในสถานการณ์ต่าง ๆ โดยเฉพาะนักเรียนไทยหรือคนที่มาประกอบสัมมาอาชีพแย่งงานฝรั่งโกยเงินกลับบ้านเรา เกือบทุกคนมักจะประสบปัญหาในการฟังในช่วงแรก ยกเว้นบางคนที่เกิดมามีโอกาสได้ไปเรียนซัมเมอร์เมืองนอกเมืองนาหลายหน ก็คงไม่มีอะไรหนักหนานัก แอ๋วกำลังจะบอกว่าคนที่ทั้งชีวิตเพิ่งมีโอกาสไปเหยียบเมืองฝรั่งมังค่า และภาษาอังกฤษที่เรียนกันมาเป็นสิบปีในเมืองไทยนั้น แทบใช้ประโยชน์ไม่ได้เลยในชีวิตจริง ซึ่งแอ๋วโดนกับตัว ถ้าไม่เรียนไปติวมาก่อนตัดสินใจเข้ายู แอ๋วคิดว่าคงไม่พ้นต้องกลับประเทศมือเปล่า ไม่มีปริญญาติดไม้ติดมือแน่นอน น้องนุ่งหลายคนที่รู้จักกัน ขนาดพูดเป็นต่อยหอย ยังโง่ตาใสฟังเลคเชอร์ไม่รู้เรื่องด้วยซ้ำไป ไม่ต้องพุดถึง เขียน อ่านเลยนะคะ บางคนสกิลอยู่ต่ำกว่าระดับศูนย์ค่ะ อาศัยมีตังค์ จ้างคนอื่นทำรายงานให้ แต่ไม่รอดหรอก สอบตกซ้ำแล้วซ้ำอีกก็โดนรีไทร์ในที่สุด

สำหรับแอ๋ว อยากบอกว่า คนที่แม่นหลักไวยากรณ์ หรือทฤษฎีชัดเป๊ะนั้น อาจจะตายน้ำตื้นได้ เพราะในชีวิตจริง ไม่มีใครพูดเต็มรูปประโยค ครบถ้วนทุกส่วนของไวยากรณ์ เหมือนภาษาเขียนหรือในหนังสือ ภาษาอังกฤษก็หาได้พ้นจากหลัการตรงนี้ไม่นะคะ ยิ่งมาเจอสำเนียงแปลกประหลาด เฉพาะที่ คนท้องถิ่นพูดแบบนึ่ง คนในเมืองพูดอีกแบบนึง ตายไปเลยค่ะ เพราะระบบการศึกษาบ้านเรา ไม่ได้สอดคล้องกับนำไปใช้ชีวิตจริงเลยแม้แต่นิดเดียว บางคนจำ tense ได้หมด ให้ว่ามาถูกต้องเป๊ะ ผันไปตามกริยาแต่ละช่องไม่ผิดเพี้ยน แต่ให้พูดกับฝรั่ง สนทนากับเจ้าของภาษา หรือคนที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษากลาง มีอันเป็นไปกันหมดเจ้าค่ะ เพราะเราไม่ได้เรียนแบบพรั่งพร้อมครบไปทุกทักษะ โดยเฉพาะการฟัง นักเรียนไทยหูดับมากในเรื่องของภาษาอังกฤษ ทั้งที่เรียนมาก็เยอะ แต่ดึงมาใช้ไม่ได้เลย เพราะไม่ได้มีโอกาสนำมาพูด หรือใช้กับชีวิตประจำวันเหมือนประเทศอื่นที่เขาใช้แทบจะตลอดเวลา อย่างสิงคโปร์ อินเดีย ซึ่งเขาเคยเป็นประเทศอาณานิคมของยุโรปมาก่อน ก็คงกลับไปย้อนเวลา เปิดประตูเมือง เรียกฝรั่งโล้สำเภากลับมาตีเมืองสยาม แล้วตกเป็นขี้ข้าไม่ได้อีกแล้ว ก็คงต้องรับกรรมกันต่อไป แต่แอ๋วเชื่อว่า ถ้าเราปรับระบบการศึกษาให้ดี ภาษาอังกฤษของเด็กไทย คงไม่เหลวแหลกยิ่งกว่าชีวิตนางแบบเป็นแน่ค่ะ

อีกอย่างที่แอ๋วเชื่อว่า จะทำให้การฟังเราดีขึ้น ก็คือ หัดฟังมาก ๆ และการฟังที่ดีต้องมาจากเราแม่นยำไวยากรณ์ เพราะถ้าเราแม่น เราจะสามารถตอบโต้ได้อย่างฉลาด มีหลักการ คือฟังแล้ว ฝรั่งมันไม่คิดว่า เราเรียนมาจากหญิงอาชีพพิเศษแถวพัทยา มั่วจนจับความไม่ได้ อาศัยฝรั่งมันเมตตา ก็เลยฟังออกมั่งไม่ออกมั่ง เพราะงั้นอย่าคิดว่า ไวยากรณ์ไม่สำคัญในภาษาพูด และระดับการฟังนะคะ มันสำคัญในระดับหนึ่งเชียวแหล่ะค่ะ โดยเฉพาะนักศึกษาที่ต้องพูดหรือแสดงออกอะไรเป็นทางการ เป็นวิชาการ ภาษาตลาด หรือ Broken English อาจจะสร้างปัญหาในการสื่อสารระหว่างการเรียนก็ได้ค่ะ

มีคนว่ากันว่า ไม่จำเป็นต้องท่อง แต่ให้ใช้ทุกวัน เพราะเราไม่มีทางจำได้หมด เหมือนกับภาษาไทยเราไม่เคยจำได้ว่ามันแปลว่าอะไร รูปประโยคแบบไหนเป็นกัตตุวาจาก กรรมวาจก หรือจก ๆ อะไรก็ตาม เราอาศัยที่ใช้มันทุกวันต่างหาก มันก็เลยซึมเข้าสายเลือดไปเอง ไวยากรณ์น่ะ มีสองแบบนะคะ

  • ใช้ถูกต้องด้วยการจำ
  • ใช้ถูกต้องด้วยความรู้สึก

วิธีแรกเหมาะสำหรับการเรียนในชั้นเรียน จบแล้วจบกัน แต่ยากจะเอาไปประยุกต์ใช้ให้เกิดผลในเชิงสร้างสรรค์ได้ค่ะ แต่วิธีที่สอง เป็นการใช้แนวทางธรรมชาติ เช่น เรารู้ว่าตรงนี้ผิด ไม่ใช่เพราะเราจำได้แม่นจากหนังสือหน้านี้ เล่มนี้ เขาว่าไว้อย่างนี้ แต่เรา "รู้สึก" ว่ามันควรจะเป็นแบบนี้ต่างหาก ซึ่งไอ้ความรู้สึกนี้จะเกิดมีได้ ต้องสั่งสมกันเป็นเวลาพอควร แอ๋วเองจำไม่ได้ค่ะมีอะไรมั่ง ไอ้ประโยคนั่นประโยคนี้ ใช้วิธีเขียนเยอะ ๆ แล้วก็หัดสังเกตจากหนังสือ จากการพูดของเพื่อน หรือจากในทีวีเอา มันก็ได้ไปเอง

เพราะงั้น แนะนำนะคะ ทำไงก็ได้ ขอให้เอาสิ่งที่ได้เรียนร่ำมา มาใช้ในชีวิตประจำวันให้มากที่สุด การเขียนไดอะรี่ การเขียนบล็อกเป็นภาษาอังกฤษ เป็นวิธีการที่ดีมากวิธีหนึ่งที่จะทำให้เรา "รู้สึก" ถึงความไม่ชอบมาพากลเวลาเขียนได้ค่ะ ส่วนการฟัง หนังแต่ละเรื่องลองดูซ้ำไปซ้ำมา (ถ้าไม่เบื่อซะก่อน) อย่าไปพึ่งซับนรกไทยมากนะคะ เปิดซับอังกฤษโลด แล้วมันจะซึมเข้ามาเซลล์สมองเองแหล่ะ ที่สำคัญ การเรียนรู้ฝึกฝนภาษา ไม่มีทางลัด ไม่มียาวิเศษ ที่จะทำให้เราเก่งกาจฉลาดล้ำในการเป็นเอตทัคคะในเชิงภาษาได้ ถ้าเราไม่ฝึกฝนประจำ และสม่ำเสมอ นะคะ กะเทยไม่โกหกหรอก แต่อาจจะตอแหลมากไปนิดนึง

 

ปัดจิ๋มลิขิต

  • หลักไวยากรณ์เป็นยาขมเสมอ ถ้าเราไม่รู้จักปรับวิธีการเรียนรู้ให้เหมาะกับจริต
  • คนที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็น ไม่จำเป็นต้องดัดจริต ใช้ไทยคำอังกฤษคำ แต่เป็นมนุษย์ที่รู้จักใช้ภาษาสองภาษาได้ถูกกาละเทศะต่างหาก
  • กะเทยไม่ได้เก่งภาษาทุกคน แอ่วเองก็โง่มากค่ะสมัยก่อน
  • อย่าฝากความหวังกับการเรียนภาษาในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษแค่ไม่กี่เดือน แล้วคิดว่าตัวเองจะเลอเลิศด้วยเม็ดเงินที่อุตส่าห์ทุ่มเท ถ้าปราศจากความตั้งใจจริง ก็เหมือนกับการไปพักร้อนต่างประเทศเท่านั้นเองเจ้าค่ะ

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เห็นด้วยกะคุณแอ๋วอย่างแรงเค่อะ
ท่องเข้าไปให้ตาย ถ้าไม่ได้ใช้ ก็ง่อยรับประทาน

แต่ว่าอยู่เมืองไทย เรียนภาคปกติ มันก็ไม่ได้ใช้ภาษาปะกิดนิคะ ไปๆมาๆ นี่ชักจะลืมๆแล้ว
ตอนนี้(ที่มหาลัยมันไม่สอนอังกฤษแล้วค่ะ หมดคอร์สแหล่ว) ก็อาศัยอ่านนสพ. ฟังข่าว ดูหนังแบบไม่เปิดซับเอา ก็พอถูๆแถกๆ อุตส่าห์เรียนมาตั้งสิบสองปี เสียดายออกถ้าลืมsad smile
ปล.เมืองไทยสอนภาษาอังกฤษแบบBritish ไม่ก็American พอคุณแอ๋วไปออสซี่ ก็ต้องปรับตัวอย่างแรงเลยสิเคอะcry ((กรี๊ด ขอมอบตำแหน่งกระเทยในด้วงใจให้ค่ะ ถึงคุณแอ๋วจะไม่เอา ก็จะยัดเยียดให้อยู่ดี โฮะๆ))confused smile

#1 By PARAkeet on 2007-10-23 19:34

น่าสนใจจังค่ะ
โก๋เป็นนักเรียนที่มีพื้นฐานด้านไวยากรณ์ค่อนข้างดี
แต่มักจะขาดความมั่นใจ เพราะมัวแต่คิดอะไรมากมายจนเกินพอดี
การสื่อสารไม่จำเป็นจะต้องพูดอย่างถูกต้อง เพียงแต่ต้องสื่อให้เข้าใจเท่านั้นเอง

^^

#2 By :: PAKO :: on 2007-10-23 19:39

ที่โรงเรียนก็สอนกันแบบท่องจำแหละค่ะ พูดกับฝรั่งไม่ได้ซักคน เวลาเขียนหรือพูดก็ใช้แบบรู้สึกว่าถูกเนี่ยแหละถึงสอบผ่านมาได้sad smile

#3 By saya chan on 2007-10-23 19:43

เคยไปซัมเมอร์ที่นิวซีแลนด์ เข้าไปเรียนกับเด็กไฮสคูลที่นั่น นั่งใบ้ไปสองสัปดาห์เต็มค่ะ
เขียนอ่านไม่ค่อยเจอปัญหาเท่าไหร่
เรื่องฟังก็ออกบ้างไม่ออกบ้าง สองสามวันก็จับใจความได้ อาศัยว่าเรื่องที่ไปเรียนมันไม่ยากเพราะแค่ระดับม.สาม ม.สี่

มีปัญหาตรงเรื่องพูดเนี่ยแหละค่ะ โอย จะตายเอา

เรียบเรียงไม่ทัน กว่าจะพอตอบไปได้ให้เค้าไม่รำคาญนี่เกือบตายค่ะ

ตอนนั้นจำได้ว่ากลับบ้านไปนี่นั่งดูทีวี คุยกับโฮสต์ทุกวัน กะว่ามันต้องทำได้สิน่า

พอกลับมาเมืองไทยเลยต้องไปเรียนเพิ่มค่ะ กลัวลืม แต่พอเข้ามหาลัยไม่มีเวลา สกิลก็เสื่อมถอยไปอย่างเห็นได้ชัด ตอนนี้เลยคิดว่าต้องหาเวลาไปเรียนอีกแล้ว

แต่จะเปิดเทอมแล้ว(คิดช้าไปมากๆ)สุดท้ายเลยต้องอาศัยดูหนังฟังข่าวเอาค่ะ

ปล.พี่แอ๋วอัพบ่อยมาก อ่านเกือบไม่ทัน

#4 By Lover Boy on 2007-10-23 20:45

ขอบคุณสำหรับคำแนะนำเรื่องภาษามากเลยค่ะ
คิดจะไปเรียน ภาษาอังกฤษ เพิ่มเติมอยู่เหมือนกัน
แต่ไม่รู้จะประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหนอะค่ะ
big smile

#5 By GoddessIsis on 2007-10-23 21:03

จริงดั่งว่า เพราะว่าถ้าไปอ่านข้อสอบ ร้อยละ80 เป็นเรื่องทั่วๆไป ไม่ต้องใช้ไวยกรณ์ ส่วนอีกร้อยละ20 ก็เป็นไวยากรณืชั้นสูง -*- ยากค่ะ เวลาทำข้อสอบ
เพราะว่าก็เพิ่งจะสอบpre-admissionมา งงมาก

#6 By Na~mo on 2007-10-24 01:01

อ้าว...เจ๊แอ๋วกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ หลัง ๆ ผมไม่ค่อยได้เข้ามาเลยไม่รู้ ไม่งั้นคงมาต้อนรับเร็วกว่านี้

เรื่องภาษากับคนไทยนี่พูดแล้วก็ให้อนาถใจ อย่าว่าแต่ภาษาของต่างชาติเลยครับ ตอนนี้ภาษาไทยเด็กมันยังใช้กันผิด ๆ ถูก ๆ ไปหมดเลย แล้วภาษาอังกฤษนี่ ดูท่าทางจะรอดยากแฮะ (ผมคนหนึ่งล่ะ ตายสนิทตั้งแต่เริ่มเลย)
เป็นคำแนะนำที่ดีมากเลยค่ะbig smile

#8 By @ลิซซ on 2007-11-16 18:37