ตำนานกางเกงใน ตอนที่ ๓
posted on 24 Jul 2007 07:38 by madambuffalo in Fashionซีรีส์มหากาพย์อันเดอร์แวร์สุดอลังการงานสร้างครั้งสำคัญของนังแอ๋วคนสวย
มาถึงตอนที่สามแล้วนะคะ แถกเป็นปลาดุกเปลี่ยนน้ำได้ไกลขนาดนี้ เหลือเชื่อ
เพราะตอนแรกคิดว่าเขียนไปตอนเดียวคงจบเห่ แต่เนื่องด้วยมีข้อมูลอยู่ในหัว
พอสมควร ครั้นจะปล่อยให้มันฝังอยู่ในเซลล์สมองกาม ๆ คนเดียว มันไม่แฟร์
แฉให้คนอื่นฟัง กระจายความรู้หื่นจิตไปสู่เซลล์สมองนอกตัวบ้าง จะเป็นไรไป
ในเมื่อทำอย่างอื่นไม่ค่อยได้เรื่อง จะมาปราดเปรื่องเรื่องกล้วยเรื่องจิ๋มนี่แหล่ะ
โดยเฉพาะเรื่องกล้วยในเป้า เรื่องจู๋ในกระเปาะ ถนัดนักแล
มาถึงตอนที่ ๓ อยากจะพูดถึงประโยชน์ของกางเกงในทั้งโดยตรงและโดยอ้อม
แม้กระทั่งดิฉัน ก็ยังไม่รู้เลยอ่ะค่ะว่าใส่ทำไม นอกจากรู้สึกโดยส่วนตัวลึก ๆ ว่า
จะต้องใส่ โดยเฉพาะเวลาที่มีการเคลื่อนไหวอย่างการออกกำลังกาย เวลาต้อง
ไปพบปะผู้คน เพราะเวลาอยู่ในห้องส่วนตัว มักจะใส่แค่กางเกงกีฬา ไม่ใส่ชั้นใน
รู้สึกสบาย และเอา "มัน" ออกมาใช้สะดวกดีทุกเวลาค่ะคุณ คิก คิก

หน้าตา LongJohn จะออกแนวนี้
ว่ากันเป็นเรื่องเป็นราว มันมีวัตถุประสงค์สำคัญในการสวมใส่ชั้นใน และเท่าที่
สืบค้นดู วัตถุประสงค์แรกก็คือ ใส่เพื่อให้ความอบอุ่นกับร่างกาย โดยเฉพาะใน
ประเทศเขตหนาว เช่นชั้นใน LongJohn หน้าตาเหมือนกางเกงขายาว มีทั้งแบบ
ครึ่งตัว เต็มตัว ซึ่งก็สมเหตุสมผลดีกับสภาพอากาศหนาวจู๋หด จิ๋มหุบขนาดนั้น
ขืนไม่ใส่มีหวังหนังหลุดด้วยลมหนาวเป็นแน่ค่ะ
อีกประโยชน์หนึ่งก็คือ สำหรับการเคลื่อนไหวหนัก ๆ อย่างการวิ่ง การกระโดด
โลดเต้นของนักบาส หรือการเล่นกีฬาที่มีการกระทบกระแทกอย่างอเมริกัน
ฟุตบอล การใส่กางเกงในของท่านชาย คือการควบคุมทิศทางของอวัยวะเพศ
ให้มันอยู่ในที่ในทาง ไม่แกว่งไกวชี้หน้าคนดูอย่างเสียมารยาท แม้ว่าจะเป็น
ภาพชวนมองชวนน้ำลายหกก็ตามทีเถอะ ถ้านึกภาพไม่ออก ลองนึกถึงนักวิ่ง
ใส่ชุดแนบเนื้อ วิ่งกระเจี๊ยวปัดไปปัดมาตอนสโลว์โมชั่นซิคะ นึกแล้วจิ๋มแฉะค่ะ
เพราะงั้น การใส่กางเกงในช่วยอำพราง ทำให้กล้วยไม่เด่นตูมจนเกินงาม ทำ
ให้ของที่ควรโชว์ ไม่แสดงออกเด่นชัดในที่สาธารณะ ถึงกระนั้นกางเกงใน
บางยี่ห้อ บางดีไซน์สามารถทำในสิ่งตรงกันข้ามอย่างอัศจรรย์
บางคนใส่กางเกงในด้วยความรู้สึกส่วนตัว คือ ใส่แล้วทำให้เกิดความมั่นใจใน
ตัวเอง เซ็กซี่กับเพศตรงข้ามมากขึ้น เพราะฉะนั้นกางเกงในยุคนี้และในอนาคต
จะเน้นดีไซน์และเทคโนโลยีใยผ้ามากขึ้น (เช่น นาโนเทค) จะเห็นได้จากบาง
แบบสามารถทำให้คนใส่ดูมีรูปกายที่ดูดีขึ้น ขาสวยขึ้น หรือเน้น "กล้วย" ซะจน
ตูมเต่งตึงเตะตาคนดูอย่างน่าอัศจรรย์ใจ เรียกได้ว่าขายของกันสุดฤทธิ์ แม้ว่า
มันจะเด่นเป็นสง่าไปหน่อยก็ตามทีค่ะ ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องพิจาณาถึงความเหมาะ
สมของแบบกับหุ่นคนใส่ด้วยเป็นสำคัญ
แต่สำหรับแอ๋ว แอ๋วคิดว่า ประโยชน์หลักของการสวมใส่กางเกงใน คือ มีเพื่อ
ให้ถอดตอนจะเอากัน เอ๊ย มีไว้เพื่อความสะอาดส่วนตัวค่ะ การสวมชั้นในทุก
ครั้ง เป็นสิ่งดี เพราะเวลาที่เราทำธุระหนักและเบา มันจะเกิดการเปียกชื้น หรือ
มีน้ำกระเด็นมาโดนเราบ้าง ซึ่งกางเกงในจะทำหน้าที่ซึมซับในระดับหนึ่ง ไม่
ทำให้กางเกงด้านนอก เปียกแฉะ หรือสกปรกจนเกินงาม แต่ถ้ากางเกงในไม่
ได้รับการทำความสะอาดที่ดี หรือเปลี่ยนวันละครั้ง หลายคนคงเคยได้กลิ่น
กางเกงในไม่ซักสามวันหรืออาทิตย์นึงว่ามันปลาเค็มปลาร้าแค่ไหน เพราะมัน
จะอับและบูดเน่าด้วยคราบไคลผสมแบคทีเรีย นึกออกแล้วมันจะอ้วกค่ะคุณขา
เพราะฉะนั้น กางเกงในสะอาดบ่งบอกบุคลิกภาพคนใส่ได้มากมายค่ะ ลอง
นึกถึงผู้ชายหน้าตาดี หุ่นดี แต่ดันใส่กางเกงในเลอะด่างดวง มีกลิ่นขี้เปียกโชย
ตูดขาด เรายังรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้น่ากินอีกไหมคะ ???
บางครั้งเราทำอะไรสักอย่างในชีวิต เราหาคำตอบไม่ได้เลยด้วยซ้ำไปว่าทำไป
ทำไม อย่างวัฒนธรรมการสวมใส่ชั้นในของท่านชาย (ไม่เน้นท่านหญิงชะนี)
เหมือนกับการสืบทอดจากคนรุ่นหนึ่งสู่อีกรุ่นหนึ่งโดยปราศจากเหตุผลรองรับ
บางครั้งการใส่กางเกงใน เป็นเหมือนสัญลักษณ์บ่งบอกถึงการเติบโตในเชิง
กายภาพด้วยนะคะ เช่น เด็กที่โตเป็นวัยรุ่นก็จะเลือกใส่กางเกงในในแบบที่ตัว
เองชอบ (โดยพื้นฐานความชอบจะมาจากต้นแบบในบ้านด้วย) และเริ่มเอาใจ
ใส่กับสิ่งที่หมกเม็ดอยู่ในกางเกงในมากขึ้น ด้วยความเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน
ด้วยความอยากรู้อยากเห็น แต่บางทีก็มีคนสงสัยกังขาว่า ทำไมต้องสวมอะไร
ให้ยุ่งยากด้วยมันก็ตอบยากนะคะ
แต่แอ๋วอยากบอกว่า ถ้าเรารู้จักเลือกรูปแบบกางเกงในที่เหมาะสม รู้จักใช้
ใยผ้าที่ตรงกับกิจกรรมที่เราทำ มันช่วยอะไรได้หลายอย่างค่ะ ทั้งเรื่องของการ
เสริมบุคลิกภาพหำ เสริมความมั่นใจ และปรับปรุงหุ่นปกปิดข้อด้อย เสริมข้อ
เด่นได้ด้วยกางเกงใน คราวหน้ามาดูกันค่ะ
มีใครบอกได้ไหมคะว่า นอกจากที่ว่ามา เราสวมกางเกงในกันทำไม?
ใส่ชั้นในทำไมเหรอ... งึมๆ นอกจากเหตุผลที่เจ๊ว่ามาแล้ว ก็คงเป็นความเคยชินมั้งครับ เพราะจริงๆ แล้วหมาเห็นด้วยกับจุดประสงค์ด้านความสะอาดมากกว่า ดูอย่างเด็กๆ ที่ใส่ผ้าอ้อมใต้เสื้อผ้าน่ะครับ ผู้ใหญ่ก็มีชั้นในไว้รองซับเหมือนกัน ส่วนจุดประสงค์ด้านแฟชั่นและอื่นๆ มันมาทีหลัง แต่ตอนนี้เรื่องแฟชั่นกลับนำหน้าเรื่องความสะอาดไปซะแล้ว ดูได้จากเนื้อผ้าของชั้นในที่เปลี่ยนจากเนื้อที่ซึมซับได้ดี ไปเป็นอะไรก็ไม่รู้ที่ใส่แล้วสวย แต่ไม่ซับอะไรเลย (ชอบดูนะ แต่ไม่ชอบใส่อ่ะครับ)
คราวหน้าจะเปิดโพลชั้นในมั้ยครับ? เด๋วหมาจะได้เตรียมทำแถกชั้นในโยนใส่ไว้ก่อน หุๆๆๆ
#1 By cosmoguy on 2007-07-24 08:02