ตำนานกางเกงใน ตอนที่ ๑
posted on 20 Jul 2007 17:06 by madambuffalo in Fashionบังเอิญกำลังทำวิจัยเรื่องกระเจี๊ยวเอ๊ยค้นหาข้อมูลเจาะจงเกี่ยวกับกางเกงใน
อยู่ค่ะ เห็นว่าน่าสนใจนักหนา เคยเล่าให้ฟังไปบ้างแล้ว แต่วันนี้คุณนายแอ๋ว
กะเทยหุ่นนักมวยปล้ำ หน้าหวานปานเพชรา แต่เสียงเหมือนคนงานตัดอ้อย
จะใช้วิทยายุทธ์และความเชี่ยวชายในเชิงลึกเกี่ยวกับหำ..เอ่อเกี่ยวกับกุงเกงใน
ที่ในปัจจุบันมันได้กลายเป็น "แฟชั่น" หลบในของทั้งผู้ชายอกสามศอก
ผู้ชายทั้งแท่ง ผู้ชายชอบแท่ง และผู้ชายที่พยายามแมนแป้นแล้นทั้งหลายค่ะ

ตุงเต่งเตะตาแบบนี้ ใส่แล้วเซ็กซี่เชียว ถ้าหุ่นดีด้วย นึกแล้วคอแห้ง
เคยสงสัยไหมคะว่า ทำไมเราต้องนุ่งกางเกงในกันให้ยุ่งยาก ทำไมเราต้องหา
กางเกงในที่ "เหมาะ" กับตัวเราและรสนิยมมากที่สุดทำไมผู้ชายต้องนุ่งแต่
กางเกงบ๊อกเซอร์ ความแตกต่างของกางเกงในถูกกับแพงอยู่ตรงไหน แล้ว
ผู้หญิงเขาให้ความสำคัญกับกางเกงในของผู้ชายมากแค่ไหนเชียว น่าสนใจ
ชิมิคะ งั้นก็ตามดิฉันไปแสวงหาความจริงของง่ามก้น ร่องตูด และหัวเหน่า
ของผู้ชายกันเถอะค่ะ พูดถึงแล้วเปรี้ยวปากซะจริงเชียว ปรี๊ด ปรี๊ด
ประวัติอันยาวนานของกางเกงใน
ไม่น่าเชื่อนะคะว่า มนุษย์เราทั้งหลายดันทุรังใส่กางเกงในมากว่าพันปีแล้ว
ตั้งแต่สมัยมนุษย์ถ้ำ ไล่มาสมัยอียิปต์1 จนมาถึงโลกปัจจุบันที่ผู้หญิงและผู้ชาย
ต่างแข่งกันล้ำแฟชั่นสุดฤทธิ์ กางเกงในที่เคยถูกซ่อนเร้นลึกลับอยู่ภายในร่มผ้า
แบบเชย ๆ ลุง ๆ หรือดูน่าเกลียดน่ากลัว สีก็ไม่เกิน ขาว ดำ เทา และมักจะเป็น
สิ่งที่ผู้ชายมองข้ามค่ะ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของชะนีเอ๊ยคุณผู้หญิงเป็นคนจัดซื้อ
ซึ่งมันก็เหมือนไม่ได้ดั่งใจในบางครั้ง แต่ด้วยความเคยชิน ก็เลยปล่อยไปซะงั้น
แฟชั่นของกางเกงในก็เลยตกอยู่ในเงื้อมมือของชะนีอย่างหลีกเลี่ยงมิได้

ผ้าห่อไข่ของมนุษย์ยุคน้ำแข็งค่ะ กระโปรงหวานพรีท
มาตั้งแต่สมัยนั้นเลยนะคะ
เดิมที่เดียวไอ้ผ้าห่อไข่เนี่ย มนุษย์ถ้ำเขาใส่กันจะออกแนว loincloth2 หรือที่เรา
เรียกกันว่าผ้าเตี่ยวอ่ะค่ะ แค่บังไข่กันหำไม่ให้ออกมาเพ่นพ่านหัวแดงวาบ ๆ
ตอนเข้าสังคมในชุมชนสมัยนั้นเท่านั้น อาจจะทำมาจากหนังสัตว์ หรือขนสัตว์
ก็แล้วแต่วัตถุดิบ ไม่ได้มีความวิลิศละมาหราอะไรเท่าไร

ผ้าเตี่ยวบนรันเวย์ ผู้ชายหุ่นบึกใส่ปีก กรี๊ด
ในประเทศเขตร้อนอย่างอียิปต์ เราจะเห็นจากภาพวาดตามปิระมิด ฟาโรห์หรือ
คนงานชายก็จะนุ่งเตี่ยวกันทั้งนั้น ต่างกันหน่อยก็ตรงความหรูหรา ระดับชนชั้น
นักปกครองก็อาจจะเป็นทองประดับเลื่อมเพชรพลอย ขี้ข้าก้นครัว อย่างดีก็หนัง
สัตว์ฟอกหรือไม่ฟอก แต่แอ๋วเคยนึกนะคะว่า ตอนเขาสร้างปิระมิด แล้วกะเทย
อย่างแอ๋วอยู่ด้านหลังตอนยกหิน แล้วแหงนหน้าดุ ไข่ผู้ชายเอย กล้วยเอย
ละลานตาไปหมด เสียดายไม่ได้เกิดสมัยนั้น อดดูของดีเลยค่ะคุณคนอ่านขา
ประเทศญี่ปุ่นเขาก็มีวัฒนธรรมของการใส่กางเกงในเหมือนกัน แล้วโดยส่วนตัว
แอ๋วรู้จักและคุ้นเคยจากในหนังโป๊เป็นส่วนใหญ่ คิดดูซิคะ ผู้ชายที่เอาผ้าขาว
ยาว ๆ มาพันแล้วรัดง่ามตูดเป็นเกลียว เห็นแล้วเร้าใจมาก กางเกงในแบบนี้
ภาษาญี่ปุ่นเขาเรียกว่า "Fundoshi"3 褌มีวิธีการรัดเป็นเป็นเรื่องเป็นราว ประหนึ่ง
การใส่ชุดกิโมโนของฝ่ายหญิงค่ะ และมักจะเห็นแบบนี้ในประเพณีโบราณ
หลายอย่าง ผู้ชายเป็นร้อยพร้อมใจนุ่งฟันโดชิ กรี๊ดดดดด น้ำหมากนังแอ๋วหก
ว่ากันต่อค่ะ แอ๋วพยายามค้นข้อมูลเกี่ยวกับไอ้กางเกงในแบบนี้ มาให้ละเอียด
มากที่สุด เพราะเห็นว่าน่าสนใจดี
ผ้าเตี่ยวสุดเอ๊กซ์ของชาวปลาดิบ

พยายามควานหานายแบบเซ็กส์กว่านี้ ก็ไม่ได้ค่ะ ทนดูไปหน่อยนะคะ
แต่ด้านหลังบึ้มแน่นมากค่ะ ให้อภัยละกัน น่าขยำซะจริง
ขอเรียก "ผ้าเตี่ยวญี่ปุ่น" ละกันนะคะ ผ้านี้ทำมาจากผ้าสีขาวหรืออาจจะเป็นสี
อื่นขนาดความยาว 1 shaku เอามาพันเป็นเกลียวทำให้เกิดความเสียว เอ๊ยเกลียว
ผ้ารัดง่ามตูด (Thong effect) เคยใช้ในหมู่ซามูไร และคนญี่ปุ่นสมัยก่อน แต่มันคือ
ชุดว่ายน้ำค่ะคุณขา บางโรงเรียนในปัจจุบันก็ยังนิยมให้เด็กนุ่งผ้าเตี่ยวกันอยู่นะคะ
แต่ความนิยมก็คงจะลดน้อยลงไปเรื่อย ๆ เพราะหนังโป๊เกย์พี่ยุ่นเขา หันไปใช้
กางเกงว่ายน้ำสปีโด้แทนค่ะ เคยสงสัยเหมือนกัน ทำไมมันต้องใช้แต่ยี่ห้อนี้ด้วย
แล้วก็ผ่านไปค่ะ เพราะดูเอามันติ้วตัวเอง เลยลืมไปว่ากำลังทำวิจัย

แบบนี้ล่ะค่ะ ผ้าเตี่ยวฟันโดชิ รัดตูดแน่น ๆ (ข้อมูลและภาพจากวิกิพิเดียนะเพคะ)
วิธีการพันก็ยุ่งยากใช่เล่น ไว้มีผัวญี่ปุ่นเมื่อไร จะให้มันพันให้ดูค่ะ
แล้วของไทยล่ะ ??
แอ๋วใช้ความพยายามอย่างสุดความสามารถ ค้นหาให้ได้ว่า เอ๊ะ บ้านเราน่ะมี
วัฒนธรรมการใช้กางเกงในหรือเปล่า อันที่จริงบ้านเราเป็นเขตร้อน และคงไม่
เหมาะที่จะนุ่งห่มอะไรหนักหนายุ่งยากให้ไข่อบเล่น บรรพบุรุษของเราฉลาด
ค่ะ ก็เลยใช้ผ้าขาวม้ามานุ่ง และดัดแปลงประโยชน์ใช้สอยหลายอย่างจน
เอามาเป็นกางเกงว่ายน้ำ เล่นน้ำคลองก็ได้ด้วย
พระสงฆ์สามเณรท่านนุ่ง "สบง" และเวลาสรงน้ำท่านก็ใช้ผ้าอาบน้ำฝนอยู่
ท่านไม่มีกางเกงใน ครั้นจะให้ท่านนุ่งลมห่มฟ้าทำความสะอาดร่างกาย
ก็คงไม่เหมาะไม่ควร อุบาสิกาอุบาสกมาเห็น อาจจะขวัญกระเจิงไปหมด
ท่านก็เลยดัดแปลงเอาผ้าอาบน้ำฝนมาใช้ บดบังความอุดจาดเบื้องล่าง
ผ้าสี่เหลี่ยมที่ท่านนุ่งมาเป็นกางเกงในในเชิงปฏิบัติได้ เก่งนะคะท่าน
ไม่ต้องซื้อกางเกงใน ท่านก็ทำให้มีได้ค่ะ
ส่วนชาวบ้านทั่วไปก็ผ้าขาวม้านี่แหล่ะ ตอนเด็กกระเจี๊ยวยังเป็นเจ้าจำปีน้อย
กระโดดน้ำตูมตามแบบโล่งโจ้ง โตเป็นหนุ่มหน่อยขนเริ่มขึ้น ก็ใช้ผ้าขาวม้า
นุ่งโจงกระเบน รัดไข่ให้แน่นเล่นน้ำโดยไม่อายใคร เลิศจะตายไปค่ะ ไม่ต้อง
พึ่งรอสโซ่ เจเพรสเลย แถมเซ็กซี่เอ็กโซติกจะตายไปค่ะ
จะเห็นได้ว่า ในแต่ละประเทศต่างมีวัฒนธรรมการใส่กางเกงในแตกต่างกันไป
ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม อุณหภูมิ หรือแม้กระทั่งความเชื่อทางศาสนา ตอน
ต่อไปจะพูดถึงความเปลี่ยนแปลงของดีไซน์และเทคโนโลยี เกิดอะไรขึ้นคะ
ถ้าเรามีหนอนน้อย แต่อยากให้บึ้ม เทคโนโลยีช่วยท่านได้ค่ะ หรือวิตะมินซี
กับโสมมันเกี่ยวข้องกับกางเกงในท่านชายได้อย่างไร
ที่มาของข้อมูลค่ะ
1http://www.dugg.com.au/g/2772/history-of-underwear.html
2loincloth : a piece of fabric worn around the body at the hips by men in some hot countries, sometimes as the only piece of clothing worn
3http://en.wikipedia.org/wiki/Fundoshi
ปัดจิ๋มลิขิต
- เรื่องถนัดแบบนี้ คงมีหลายตอนหน่อยนะเจ้าคะ แล้วรูปอาจจะเร้าใจ
ไปนิด คงไม่หัวใจวายไปซะก่อนนะคะ ป้า ๆ ทั้งหลายขา
หลังจากกางเกงในแล้วก็คงต้องเป็นเรื่องของสิ่งที่อยู่ในกางเกงในใช่มั้ยครับ อย่าลืมนะต้องทุกขนาดและสีสัน เห็นภาพด้วยก็ดีนะครับ อยากรู้อยากเห็นจังเลย..หุหุ
เอ..เป็นคนแรกหรือเปล่านา..ถ้าคนแรกก็ดีใจจัง
#1 By ปอนปอน on 2007-07-20 18:03