ดินแดนสองมิติ

posted on 21 Apr 2006 18:28 by madambuffalo  in Gaycopedia

ไม่มีที่ไหนให้พลังจินตนาการบรรเจิดและไร้ขอบเขตได้เท่ากับโลกสองมิติ
โลกแห่งความอัศจรรย์ที่มีแค่เพียงความกว้างและความยาว เต็มไปด้วย
ตัวหนังสือ ภาพประกอบ บางเล่มแทบไม่มีภาพ แต่กลับทำให้คนอ่าน
เห็นเรื่องราวนั้นด้วยจินตภาพชัดยิ่งกว่าเห็นด้วยตาเนื้อ ซึมซับสารที่คนเขียน
พยายามจะบอก ซึ่งต่างคนอ่าน ก็ต่างความคิด ยิ่งทำให้เสน่ห์ของหนังสือ
ทรงพลังและยังเป็นสื่อที่มีอิทธิพลต่อนักอ่านตัวยงไปอีกนานแสนนาน

แอ๋วเองเติบโตมากับหนังสือตั้งแต่จำความได้ ห้องสมุดเป็นที่เดียวที่อยู่ได้นาน
ใครจะไปไหน ปล่อยแอ๋วไว้ในห้องสมุดประชาชน ก็นั่งแช่ในนั้นทั้งวันสบาย ๆ
ไม่มีเล็ดรอดออกไปซุกซนที่ไหนอย่างเด็ดขาด ทั้งเย็นสบายด้วยแอร์ฉ่ำชื่น
มีหนังสือมากมายให้ขุดคุ้ย ให้ค้นหาอย่างไม่รู้จักจบสิ้น ยิ่งอ่านยิ่งติดใจ
ขนาดอ่านในห้องสมุดมาทั้งวันแล้ว ยังยืมกลับไปอ่านในมุ้งก่อนนอนอีกนะคะ

หนังสือจำพวกแรกที่แอ๋วรู้จักเมื่อครั้งยังเป็นเด็กหญิง (จริง ๆนะคะ) ตัวน้อย
คือ "กุลสตรี" กับ "สตรีสาร" ซึ่งเป็นนิตยสารที่กำลังจะถูกขนออกไปกำจัดทิ้ง
เนื่องจากมันเริ่มแปรสภาพเป็นผงฝุ่น หยิบจับทีแทบจะหลุดติดมือออกมา
ช่วงนั้นบรรณารักษ์เขาเอามากองไว้หน้าห้องสมุด และพยายามจะรักษามันไว้
เลือกสรรและพยายามจะรักษาสภาพ เล่มไหนมันสุดจะเยียวยา ก็จำต้องทิ้ง
แอ๋วไปนั่งดู แล้วก็ขออนุญาตคุณลุงบรรณารักษ์ค้นอ่านหนังสือพวกนี้ดู
โดยสัญญาว่าจะไม่ทำให้งานของลุงบรรณารักษ์เสียหาย ค้นมาจากไหน กองไหน
อ่านเสร็จแล้ว ก็กลับมาเก็บไว้ตามเดิม ตอนแรกก็ไม่ได้คิดอะไรนอกจาก
อยากรู้อยากเห็น พอเปิดอ่านเห็นคอลัมน์สำหรับเด็กในสตรีสารชักติดใจ
มันสนุกแล้วก็มีกิจกรรมต่างๆ ให้เล่น ลากเล้นตามตัวเลข แล้วก็ให้ทายว่า
เป็นรูปอะไร นิทานสีสวย ๆ วิธีการประดิษฐ์ของเล่นสารพัดที่ขยันหามาหลอกเด็ก
ตอนนั้นเพิ่งอ่านหนังสือแตกฉาน ก็เพราะหมกตัวในหัองสมุดน่ะค่ะ

นอกจากจะติดอกติดใจคอลัมน์สำหรับเด็กแล้ว คอลัมน์แนะนำทำอาหารสารพัด
หรือวิธีการประดิษฐ์ประดอยหอยสังข์ของคุณผู้หญิง อีแอ๋วก็ชอบอ่านชอบดูค่ะ
ถึงขนาดลองไปทำ ผลก็คือ ติดใจวิธีการถักโครเชท์ เก็บตังค์ค่าขนมหลายวัน
เพื่อไปซื้อไหมกับเข็มควัก มานั่งล้วงควัก หัดตั้งแต่ลายลูกโซ่ง่าย ๆ จนไล่ไปถึง
ลายสลับซับซ้อน แล้วคนสอนถักโครเชท์คนแรก เป็นคุณพี่แม่ชีในวัดน่ะค่ะคุณ
แม่ชีสอนให้แล้วก็ทำให้แอ๋วมีที่รองแก้ว มีผ้าปูโต๊ะฝีมือตัวเองอยู่ในหอพัก
บ้างก็เอาแบบจากหนังสือ แกะแบบเอาเอง เพราะแม่ชีสอนพื้นฐานมาหมดแล้ว
สนุกค่ะ ในเวลานั้น ได้อะไรหลายอย่าง แต่ตอนนั้นไม่มีเงินมากพอที่จะซื้อ
หนังสือพวกนี้ไว้ครอบครอง ขนาดจะถ่ายเอกสารยังลำบากเลยนะคะ แค่ได้อ่าน
บางทีเล่มไหนมันชำรุดมาก ลุงบรรณารักษ์จะทำการโละทิ้ง ก็จะขอไว้น่ะค่ะ
แล้วตัดเก็บคอลัมน์ที่ตัวเองสนใจใส่แฟ้มไว้ หวงตายเลยค่ะคุณขา ใครห้ามยุ่ง

นอกจากหนังสือเพื่อคุณแม่บ้านจะทำให้กะเทยน้อยมีฝีมือในเรื่องงานบ้านงานเรือน
แอ๋วยังได้เปิดโลกของตัวเองจากหนังสือโบราณที่ไม่น่าเชื่อว่าจะอยู่ในห้องสมุด
คือ "แปลก" กับ "มหัศจรรย์" ค่ะคุณ ไม่รู้ว่านิตยสารรุ่นพ่อรุ่นแม่เดี๊ยนจะยังคงวางแผง
อยู่หรือเปล่า ตอนแรกก็อ่านเรื่องแปลกประหลาดทั่วโลกอย่างตื่นตาตื่นใจ
พลิก ๆ ไปด้านหลัง เห็นมีคอลัมน์ "โก๋ปากน้ำ ชีวิตเศร้าชาวเกย์" ตอนนั้น
เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นคำว่า "เกย์" และด้วยคำอธิบายหรือเรื่องราวที่คนอ่านเขียนถึง
โก๋ปากน้ำ และไขปัญหาหัวใจให้ บางเรื่องแทบจะเป็นอีโรติก บรรยายบทรักอัศจรรย์
จนแอ๋วในเวลานั้น ต้องแอบขนเอากองหนังสือใกล้ผุเหล่านั้นมาเปิดอ่านเฉพาะ
คอลัมน์คุณลุงโก๋อย่างเดียว แล้วก็เข้าใจอะไรบางอยางเกี่ยวกับตัวเองมากขึ้น
ที่สำคัญโลกของกะเทยและเกย์ แง้มประตูให้แอ๋วเรียบร้อยแล้ว

เสียดายที่นิตยสารเหล่านี้ มีข้อจำกัดในเรื่องของคุณภาพกระดาษ ที่กำลังผุเหลือง
หมดสภาพอยู่รอมร่อ ไม่นานก็ถูกกำจัดออกไปห้องสมุด และไม่เห็นอีกเลยนับแต่นั้น
แอ๋วก็ชอบค่ะ ไปถามลุงบรรณารักษ์อีกว่า สมัยก่อน มีนิตยสารอะไรที่น่าสนใจอีกไหม
อันที่จริงแอ๋วก็ตัวเล็กนิดเดียว ลุงบรรณารักษ์ยังนึกว่าแอ๋วเปิดอ่านดูแต่ภาพกระมัง
ความจริงแอ๋วอ่านออกมาตั้งนานแล้ว ลุงเขาก็ถามว่าอ่านออกเหรอเราน่ะ
แล้วก็หยิบกองหนังสือด้านหลังห้องเก็บของที่มัดเชือกฟางไว้ ชื่อ "ฟ้าเมืองไทย"
กับ "ฟ้าเมืองทอง" เห็นชื่อแล้วแทบจะบอกลุงให้เอาไปเก็บเลยค่ะ เช้ย เชย
ลุงบอกว่า คนเขียนดัง ๆ หลายคนก็เริ่มส่งเรื่องสั้น เขียนสิ่งที่ตัวเองอยากเขียน
มาที่นิตยสารสองเล่มนี้ ลองอ่านดู ไม่ชอบก็เอามาคืนลุง แล้วก็ยิ้ม ๆ อย่างรู้ทัน

แรก ๆ ก็เอาไปเปิดอ่านแบบน่าเบื่อค่ะ เรื่องโป๊เปลือยแบบแปลก หรือมหัศจรรย์
ก็ไม่มี ภาพประกอบก็แสนจะโบราณ แต่มีเวลามากไงคะ ไม่รู้จะทำอะไรดีกว่านี้
ลองนั่งอ่านบางเรื่องที่เป็นเรื่องสั้น ปรากฎว่าติดหนับ ชอบแบบถอนตัวไม่ขึ้น
ถ้าจำไม่ผิด แอ๋วชอบอ่านเรื่อง "มหาลัยเหมืองแร่" ไม่รู้จะใช่หรือเปล่านะคะ
จากนั้นมา แอ๋วก็ขอลุงบรรณารักษ์เอาที่เหลือออกมาไล่อ่านจนเกือบหมดค่ะ
เรื่องราวที่อยู่ในนิตยสารพวกนี้ ยังอยู่ในความทรงจำของแอ๋ว และได้เรียนรู้
กลวิธีการเขียนอย่างไม่รู้ตัว ถือเป็นครูต้นแบบก็ว่าได้นะคะ

พอหมดสนุกกับการย้อนรอยกับหนังสือนิตยสารโบราณ แอ๋วก็หันไปที่เป้าหมายอื่น
นั่นคือกองหนังสือนิยายเล่มหนา ๆ ที่ผู้ใหญ่จะยืมไปอ่านกัน แทบจะต้องจองยืม
แอ๋วชอบเรื่องลึกลับ ผจญภัย แล้วก็มีสัตว์ประหลาดเยอะ ๆ นิยายในห้องสมุด
ประชาชนบ้านนอก ไม่มีอะไรมากไปกว่าหนังสือเก่าเท่าอายุลุงบรรณารักษ์
ที่คนบริจาคมานานแสนโกฏิปี แอ๋วเลือกอ่านเรื่องการผจญภัยของพรานป่าแสนเก่ง
ที่ต้องพบเจอสัตว์ประหลาดมากมายในไพรลึก ดงพญาเย็น ที่แอ๋วนึกภาพป่าไม่ออก
นอกจากอ่านจากการบรรยายของคนเขียน ตื่นเต้นค่ะ เราเป็นเด็กชิมิคะ
ไอ้ภาพป่าเขาลำเนาไพร กับสัตว์ประหลาด ภูติผีปีศาจแปลกหูแปลกตา เต็มไปหมด
ชุดหนึ่งมีหลายเล่ม กว่าจะอ่านหมด ต๊ายนั่งกันเช้ายันเย็น โดนลากให้กลับบ้าน
ยังไม่ค่อยจะยอมกลับเลยนะคะ ลุงพนมเทียน ทำให้แอ๋วหลงเสน่ห์เข้าเต็มเปา

ในเวลานั้น อย่าหวังว่าแอ๋วจะได้อ่านหนังสือวรรณกรรมเยาวชนอะไรเลยนะคะ
บ้านนอกแบบนั้น ไม่มีหรอกค่ะ มีแต่นิยายประโลมย์โลกทั้งนั้น หรือไม่ก็เป็น
หนังสือภาพของเด็กเล็ก ๆ ไปเลย แอ๋วไม่สนหรอกค่ะ พออ่านจนจบชุดแต่ไม่ครบ
ขาดเล่มโน้นเล่มนี้ แต่ก็พยายามโยงเอาเองค่ะ เพราะไม่ใช่แอ๋วคนเดียวที่อ่าน
เลยเบนเข็มหันไปอ่านเรื่องสยองขวัญของ "จินตวีร์ วิวัธน์" หูยงานนี้อ่านไป
ขนลุกไปค่ะ อย่างสางเขียว ที่ทำให้เวลาเดินกลับบ้านต้องมองเหลียวหลัง
ผวากับต้นไม้ที่มันจะเดินมาเด็ดคอเราได้ รวมถงแฟรงเก็นสไตน์แบไทย
"มนุษย์ชิ้นส่วน" ที่อ่านแล้ว กรี๊ดไปด้วยความกลัว ยิ่งอ่านยิ่งกลัวค่ะคุณ

จากนั้นก็รู้มาว่า ถ้าอยากอ่านนิยายแบบทุกสัปดาห์สด ๆ ร้อน ๆ ก็ต้องอ่าน
"ทานตะวัน" กับ "บางกอก" อันนี้เป็นความโชคดีของกะเทยน้อยบ้าหนังสือ
ที่คนแถวบ้านเขาอ่านค่ะ พอเขาอ่านจบ แอ๋วก็จะไปขอยืมแล้วก็นั่งอ่าน
จนจบ อูยยิ่งต้องรอตอนต่อไปนะคะ มันเร้าใจเป็นบ้าค่ะ บางทีไปถามเลยนะคะ
ว่าหนังสือมายัง แอ๋วอยากอ่าน นั่งรอก็ยังมี เนื่องจากเพื่อนบ้านเค้าบ้าดารา
เวลาไปบ้านเขา แอ๋วก็จะขออนุญาตอ่านหนังสือดาราสารพัดแบบฆ่าเวลา
ประมาณดาราภาพยนตร์ ราชาเสียงทอง อะไรเทือกนี้ ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก
เพราะเป้าหมายสำคัญคือ ตอนต่อไปของนิยายเรื่องโปรดในทานตะวันหรือ
บางกอกค่ะ

กว่าจะมารู้จักหนังสือการ์ตูนก็เริ่มโตขึ้นมานิดหน่อย ช่วงนั้นแอ๋วยังไม่มีเงิน
ยังไม่มีใครในบ้านเจียดเงินซื้อหนังสือการ์ตูนเล่มละ 10 บาทให้ได้บ่อยนัก
แอ๋วก็ใช้วิธียืมจากเพื่อน จากรุ่นพี่ และหนังสือการ์ตูนเล่มแรกที่อ่านแล้วชอบ
ดันเป็นแนวการ์ตูนตาหวาน ไอ้เรื่องต่อสู้ โหดร้าย กะเทยน้อยไม่อ่านให้เสียสายตา
ที่สำคัญการ์ตูนเก่า ๆ ที่รุ่นพระเจ้าเหามันมีให้เราอ่านเท่านั้น เรื่องใหม่ ๆ อย่าฝัน
เก่าแค่ไหนลองไล่ชื่อเรื่องที่แอ๋วว่ามานะคะ

  • อาซาริ จอมแก่น เรื่องนี้ทำให้แอ๋วแรดเท่าอาซาริ
    พยายามแก่นกระโหลกให้ได้เท่าค่ะ
  • นักรักโลกมายา จนป่านนี้ยังไม่จบค่ะ คาดว่า
    คนอ่านกับคนเขียนจะตายไปพร้อมกัน
  • รถด่วนอวกาศ ที่เป็นเด็กไปกับรถไฟลอยได้
    ผจญภัยในโลกแสนอัศจรรย์ แถมยังให้ข้อคิด
    ดี ๆ ทุกตอนเลยค่ะ
  • ไม สาวน้อยพลังจิต คนเขียนเล่นกับพลังจิต
    ลายเส้นสวยมาก ชอบ ๆ
  • แคนดี้จอมแก่น ตาโตโบราณ หวานแหวว
    เศร้าเคล้าน้ำตา เน่าค่ะ แต่ก็อ่านถ้ามีให้อ่าน
  • คำสาปฟาโรห์ กรี๊ดอันนี้อ่านไปลุ้นไปค่ะ
    เพราะมันมีเล่มโน้น ขาดเล่มนี้ กว่าจะอ่าน
    ครบต้องจินตนาการต่อยอดเอาเอง
  • หงษ์ฟ้า ถ้าจำไม่ผิด เกี่ยวกับบัลเล่ต์ค่ะ
    แอ๋วอ่านไป พ้อยท็เท้าไป เพราะอยากเก่ง
    สวยเท่านางเอก
  • อสูรน้อยกระซิบรัก เป็นเรื่องยาวที่ต้องตบตี
    กับลูกพี่ลูกน้อง เพื่อให้ได้อ่านการ์ตูนน่ารัก
    เพราะมาคาเบะที่แสนเท่ กับรันเซ่แท้ ๆ
  • โรงเรียนผีสิง กรี๊ดค่ะ กลัวก็กลัวแต่ชอบอ่าน
    เขียนได้ขนลุกขนพองดีจัง
  • ผีซ่ากับฮานาดะ อันนี้ไม่ค่อยเก่า แต่ถือเป็น
    เรื่องโปรดอีกเรื่องที่อ่านซ้ำมากว่าสิบรอบ
  • มนต์รักโยโกฮาม่า อันนี้เศร้าสะเทือนใจ อ่านไป
    แค้นไป นางเอกทำไมเศร้าฉิบหายเลยคะ
  • ไซเฟอร์ การ์ตูนแนวป๊อปอาร์ตที่พระเอกแฝด
    กับการตั้งชื่อตอนจากเพลงดังในยุคนั้น
  • กุหลาบแวร์ซายส์ ผู้หญิงเท่ที่มีเรื่องกุ๊กกิ๊ก โลดโผน
    แนวตาโต ที่ประทับใจม๊าก มาก แอบวาดรูปนังนี่บ่อย
    ค่ะเวลาครูเผลอ
  • ภูติน้อยกลอยใจ เรื่องของบรรดาภูติที่ต้องซ่อนตัว
    จากโลกมนุษย์ ตัว "โป" นางเอกตัวจ้อยของเรื่อง
    น่ารักมากค่ะ กรี๊ด

ภูติน้อยกลอยใจ อยากได้เรื่องนี้ค่ะ แต่หาไม่ได้แล้ว
(ขอบคุณเวบไซด์คุณแพทซี่)

บางเล่มยับเยินไม่อยู่ในสภาพที่น่าจะอ่านได้ แต่แอ๋วก็อ่านค่ะ
ช่วงนั้น ลิขสิทธิ์ยังไม่ใช่เรื่องใหญ่ การ์ตูนจึงมีมากมายมหาศาล
แข่งกันแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดด้วยราคาไม่เกิน 15 บาทนะคะ
อ้อช่วงนั้นมีมิตรไมตรี วิบูลย์กิจ แล้วก็ยอดธิดา กับอะไรนะคะ
สยามสปอร์ตพริ้นติ้ง แอ๋วอ่านหมดแหล่ะ ชอบของวิบูลย์กิจที่สุด
เพราะทำการ์ตูนรายเดือนอย่าง กิฟท์ รายเดือน ที่มีภาพสี
มีของน่ารักแถมเหมือนการ์ตูนญี่ปุ่น (คล้ายๆ ) Friends ที่
ออกรายสัปดาห์ มีเรื่องน่าอ่าน โดยเฉพาะ นัยน์ตาเธอสีม่วง
กรี๊ดค่ะ กรี๊ดทุกทีที่นึกถึง

และต้องอ่านการ์ตูนผู้หญิงไปนานแสนนานเลยค่ะ จนจะมารู้จัก
ดราก้อนบอล, โรงเรียนลูกผู้ชาย ฤทธิ์หมัดดาวเหนือ หรือ
คุจากุ ต๊ายคุณนายแอ๋วก็เพลิดเพลินค่ะ ไม่เลือกอ่านเหมือนเดิม
อ่านมันทุกอย่างที่ขวางหน้า แม้จะต้องตบตีแย่งชิงกับลูกพี่ลูกน้อง
ก็ตามที การ์ตูนน่ะ หายากจะตายไปนี่คะ เลยฝันไว้ว่าวันหนึ่ง
ถ้ามีเงินสักหน่อยจะซื้ออ่านมันทุกวัน แล้วก็ทำจริงค่ะคุณผู้อ่านขา
ซื้อการ์ตูนจนร้านประจำจำหน้าได้ และจำนวนหนังสือการ์ตูนจาก
หลักร้อยกลายเป็นหลักพัน และหลักหมื่นในปัจจุบัน แทบจะไม่มี
ที่เก็บ ต้องสร้างห้องเก็บเฉพาะไว้เลยหนึ่งห้องค่ะ ในเวลานี้

นิสัยรักการอ่านพัฒนาไปเรื่อย ๆ และแอ๋วก็เริ่มมาหลงรักหัวปักหัวปำ
กับหนังสือมิดเวย์ นีออน ฮีท มิถุนา และสารพัดหนังสือโป๊ที่ขายตามแผง
เก็บสะสม แอบไว้ใต้ห้องหลังคา ไว้ตามที่ต่าง ๆ จนมันมากและเกินกำลัง
จำต้องกำจัดทิ้งไปบ้างด้วยความอาลัย แม้จะอยากเก็บไว้ใจแทบขาด
โชคดีที่หันมาสะสมภาพโป๊ผู้ชายไว้ในคอมแทน เลิศกว่าค่ะ

แต่หนังสือประเภทหนึ่งที่ดันสะเออะอ่านตอนโตมาก ก็วรรณกรรมเยาวชน
เรียกได้ว่าเล่มไหนออก แอ๋วกวาดซื้อมาอ่านจนหมด ทั้งที่เลยวัยเยาวชนแล้ว

  • ราโมนา หนังสือสำหรับเด็กที่แปลมาจากต้นฉบับเรื่องแรกที่แอ๋วอ่าน
    และสะสมจนครบชุดทั้งไทยและอังกฤษ
  • น้องเล็กยังร้ายอยู่ น้องเล็กร้ายเหมือนเดิม เป็นสองเล่มที่อ่านได้ซ้ำ
    ไปซ้ำมาไม่เบื่อค่ะ
  • ต้นส้มแสนรักทั้งสองภาค ที่ทำให้อีแอ๋วต้องร้องไห้ขี้มูกโป่งแทบจะ
    ทุกหน้าของหนังสือในช่วงท้าย เศร้ามากและกินใจเหลือเกิน
  • ทุกเรื่องของ โรอัล ดาห์ ที่พยายามอ่านทั้งภาษาไทยและอังกฤษ
  • แฮรี่ พอตเตอร์ นี่ก็คลั่งกับเขาค่ะ แต่หนักหน่อย ตรงที่สะสมมัน
    ทุกภาษาที่จะซื้อได้ ทั้งที่อ่านไม่ออก ขนาดเวอร์ชั่นอเมริกากับ
    อังกฤษก็ยังกัดฟันซื้อมานอนกอด คนมันบ้าน่ะค่ะ

ยังมีเยอะค่ะ จำไม่ได้ อ่านจนที่บ้านเริ่มไม่พอใจ เพราะหาที่เก็บไม่ค่อยจะได้
แต่แอ๋วก็ยังซื้อหนังสือเข้าบ้านคงเส้นคงวา ไม่ว่าจะไปไหนแอ๋วจะต้องเอา
หนังสือติดตัวไปด้วย ขนาดมาอยู่ไกลบ้านไกลเมือง สมบัติพัสถานที่มีมาก
ก็คือหนังสือ ตอนนี้มีกองล้นห้อง และคาดว่าจะเป็นภาระหนักอึ้งตอนกลับ
เมืองไทย (ถ้าคิดจะกลับ) แต่ก็ไม่เคยเสียใจเลยนะคะที่ควักกระเป๋าซื้อ
หนังสือกลับมาอ่าน บางครั้งบางเล่มราคาเท่ากับค่าขนมของแอ๋วทั้งเดือน
แต่แอ๋วก็ยอมค่ะ และค่อยไปไถอากงอาม่าทีหลัง อิ อิ

นวนิยายอีกเรื่องที่ต้องบอกว่า ทำให้แอ๋วติดอกติดใจต้องอ่านซ้ำแล้วซ้ำอีก
ไม่เบื่อ ยิ่งอ่านยิ่งได้อรรถรส นั่นคือ "สี่แผ่นดิน" กับ "ร่มฉัตร" โดยเฉพาะ
สี่แผ่นดินที่ทำให้แอ๋ว ไม่ใช่ความรักระหว่างแม่พลอยกับคุณเปรมเลยนะคะ
กลับเป็นการบรรยายภาพเหตการณ์เมื่อครั้งอดีตที่ไม่มีวันหวนกลับมาอีกได้
ประเพณีแปลกหูแปลกตา ชื่ออาหารที่ฟังแปดตลบก็นึกภาพไม่ออกว่าคืออะไร
รวมถึงเพื่อนสนิทเพื่อนแท้ของแม่พลอยที่มีสีสันที่สุด แม่ช้อยคนที่เข้ามามี
บทบาทในชีวิตแม่พลอยและครอบครัวอย่างเพื่อนแท้จะพึงมีกับเพื่อน

แอ๋วบอกไม่ได้หรอกว่า ได้อะไรจากการอ่าน แล้วคุณละคะ คุณคิดว่า
นังกะเทยคนนี้ ได้อะไรบ้างจากการอ่าน แล้วคุณ ๆ ล่ะค่ะ รักการอ่าน
มากแค่ไหน

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ทันได้อ่านเรื่อง รถด่วนอวกาศ เรื่องเดียวเองครับ...
โลกสองมิติ ดินแดนแห่งจินตนาการ
ได้อ่านแทบทุกเรื่องที่เจ๊อ่านค่ะ โดยเฉพาะของ Saito Jiho บางเรื่องก็แสนซึ้ง บางเรื่องก็จิ๊ตจิต แต่ก็ยังชอบฮ่ะ

#2 By tsdog on 2006-04-21 19:05

ฮือๆๆๆๆหนูอ่านนักรักโลกมายาด้วยเหรอ..เราจะได้รู้นางฟ้าสีแดงตอนจบก่อนตายไหมอ่ะ....
ตอนนี้เค้าพิมพ์ใหม่...ซื้อให้ลูกอ่านก็ชอบ..อมตะมาก
แคนดี้จอมแก่นนี่ก็ช้อบชอบ
ฟ้าเมืองไทยก็ได้อ่านเหมือนกัน..พ่อซื้อค่ะ
สตรีสารเค้ามาขายที่โรงเรียน
เรื่องๆอื่นๆนี่อ่านเหมือนกันเกือบหมดเลยนะเนี่ย
ตอนนี้หนูได้อ่านหนังสือของเมืองไทยบ้างหรือเปล่าจ๊ะ
จะเอาอะไรฝากซื้อได้น้า

#3 By ยายแม่บ้าน on 2006-04-21 20:39

กรี๊ดดดดดดดดด

ที่แท้เราก็รุ่นๆเดียวกัน
"สตรีสาร" เนี่ย ต้องรอเลยนะฮะคุณนาย ..รออ่านเล่มบางๆที่เป็นคอลัมนืเด็ก

กรี๊ด28ตลบ
มีคนชอบอาซาริเหมือนเรา

คุณมาคาเบะในอสูรน้อยกระซิบรัก (ตอนนี้เค้าเอามาพิมพ์ใหม่แล้วนะคะคุณนาย)

คำสาปฟาโรห์ (อีนี่ก็โคตรยาว)

ไซเฟอร์ (บ้าขนาดตัดเก็บรูปไซเฟอร์ไว้ในกระเป๋าตังค์)

และสุดยอดการ์ตูนที่ยาวนานเป็นประวัติศาสตร์ นักรักโลกมายา (เคยแอบทำท่าเลียนแบบคิตาจิมะ มายะด้วย)....เดี๊ยนเคยได้ดูที่ญี่ปุ่นเค้าทำเป็นละครค่ะ คัดคนแสดงได้เหมือนการ์ตูนโคตรๆ โยเฉพาะเจ๊อาจารย์ที่ผมหยิกปรกหน้าข้างนึง

ชอบ"ร่มฉัตร"มากๆค่ะ อ่านแล้วหลงไปว่า เดี๊ยนต้องเคยเกิดสมัยนั้นแน่ๆ แบบว่า..กุลสตรีชั้นสูงฮ่ะ

ทั้งหมดทั้งมวลนี้ ก็ต้องยกความดีให้เด็จพ่อ ที่ส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน และซื้อหนังสือทุกชนิดให้อ่าน ไม่เกี่ยงว่าเป็นการ์ตูนหรือซีไรท์

เดี๊ยนถึงเป็นนักเขียนเก๋ไก๋ได้ทุกวันนี้ไงฮะ

#4 By แมวหลอน haunted cat on 2006-04-21 21:18

ส่วนใหญ่หนูอ่านการ์ตูนค่ะ
ที่ทันก็มีอาซาริ , ฮานาดะ , มามิสาวน้อยพลังจิต(ไม่รู้ว่าเรื่องเดียวกับพี่แอ๋วหรือเปล่า) , กุหลาบแวร์ซาย
เด็กๆชอบอ่านต่วยตูนค่า พอดีที่บ้านหนูเขาไม่ค่อยซื้อนิตยสารกัน ส่วนมากจะอ่านการ์ตูนกับวรรณกรรมต่างชาติ , วรรณคดีไทย
การอ่านนี่ดีมากเลยนะคะ เปิดโลกความคิดและจินตนาการ แถมยังสนุกอีกต่างหาก

#5 By เพนจัง on 2006-04-21 22:31

ท......ทำไมนู๋เหมือนพี่แอ๋วเลย...
กรี๊ด
บ้าหนังสือ บ้าอ่านเหมือนกันค่ะ
อ่านมาตั้งแต่เด็กเลย
ชอบค่ะ หนังสือเนี่ย

ปล. นู๋พยายามเก็บของโรอัล ดาห์อยู่ค่ะ

#6 By ดอกทอง - Mraz Mania on 2006-04-22 04:56

สิ่งที่เจ๊แอ๋วได้จากการอ่าน ก็สำนวนหลากหลายในการเขียน blog ที่เฉียบคมนี่ไงครับ

ชื่อหนังสือการ์ตูนที่กล่าวมา ไม่ค่อยคุ้นเลยนะครับ

#7 By prapasawat (203.170.228.172) on 2006-04-22 14:22

เกิดไม่ทันหลายเรื่องเลยเจ้าค่ะ... แต่ตอนนี้ยังเห็นคุณเพื่อนโอตะกุบางคนนั่งอ่านคำสาปฟาโรห์อยู่เลย

ผีซ่าส์กับฮานาดะ อันนี้รู้สึกจะเกิดทัน แต่ยังตามเก็บไม่ครบ T_,T

#8 By ♣ WW.Lust--- on 2006-04-22 17:06

ผมก้อชอบการอ่านนะครับ

สตรีสารก้ออ่าน เป็นสมาชิกด้วยตอนอยู่ประถม

ส่วนนิยายเยาวชนเล่มที่ชอบสุดๆก้อ

โรงงานชอคโกแลต เนี่ยแหละ

แต่การ์ตูนที่Listรายชื่อมาผมไม่เคยได้ดูเลยนะครับ
เราชอบคำสาปฟาโรห์มากๆเกินบรรยาย

#10 By ปูกี้ (221.128.102.36) on 2006-05-07 13:40

#11 By (125.27.200.73) on 2007-05-19 21:04

#12 By j.j (61.19.65.30 /61.19.65.30, 61.19.65.30) on 2007-06-08 20:56

#13 By j.j (61.19.65.30 /61.19.65.30, 61.19.65.30) on 2007-06-08 20:56

พอั่ส้า

#14 By เพดเ (58.9.83.37) on 2007-08-18 10:44