ผู้ชายกลางสายหมอก
posted on 09 Feb 2006 14:03 by madambuffalo in QueerLifeหนึ่งปีกว่าที่ผ่านมา ฉันคงตอบไม่ได้หรอกว่าฉันรักเธอน้อยลงทุกวัน
หรือเพียงเพราะฉันกำลังลบเธอออกไปจากทุกมุมของหัวใจ
แค่ให้ฉันรู้จักเจ็บน้อยลง รู้สึกเป็นไท เป็นอิสระมากขึ้นจากเธอ
อันที่จริงเราสองคนก็แทบจะไม่ได้คุยกันเลย ไม่ว่าจะเจอะเจอที่ไหน
อย่างดีเธอก็ทักฉันสองสามคำ ในขณะที่ฉันเองก็แค่อ้อมแอ้มตอบไป
แต่เธอคงไม่เคยรับรู้ หรือสัมผัสได้หรอกว่า ฉันเจ็บปวดหัวใจแค่ไหน
ฉันเข้าใจนะคะว่า ความรักบังคับฝืนใจกันไม่ได้ มันมาเองแล้วก็ไปเอง
แต่สิ่งที่ทิ้งหลงเหลือไว้นี่ซิ ฉันจะจัดการกับมันอย่างไรดี ไอ้ความเจ็บปวดเนี่ย
อาจจะเป็นเพราะความทรงจำทั้งหมดทั้งมวลที่ฉันมีเกี่ยวกับตัวเธอทุกอย่าง
มันเต็มไปด้วยความดีงาม ดารดาษไปด้วยความน่ารักน่าใคร่ของตัวเธอ
ฉันมันโง่เง่าเองที่ไม่สามารถรักษา "รัก" นั้นไว้ เพราะรักของฉันกับเธอ
มันเป็นความรักที่สวนทางกันตั้งแต่เริ่มต้น ตั้งแต่เราทำความรู้จักกัน
เธอคงไม่รู้ใช่ไหมว่า แม้เราจะตัดขาดกันอย่างเป็นทางการ ไม่ข้องเกี่ยว
ไม่รู้ทำไมที่ทุกครั้งฉันเห็นเธอในระยะไกล ๆ ฉันยังรู้สึกเท่าเดิม
ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปแค่ไหน ฉันก็ยังรักเธออย่างที่เธอเป็นไม่เปลี่ยนแปลง
สิ่งที่ผันแปรไป คือความรู้จักเจ็บปวดที่รับรู้เองว่า ฉันไม่ใช่ตัวจริงของเธอ
ไม่ใช่ "ของจริง" ที่เธอสามารถยอมรับฉันในฐานะคนสำคัญในชีวิตได้
ฉันเข้าใจ และรู้ดีว่า ฉันต่างหากที่สมควรยอมรับความชอกช้ำนั้นเอง
เธอไม่ผิด ทั้งที่ฉันพยายามมองเธอให้ดูแย่ ดูเลวร้าย ก็ไม่สำเร็จ

ฉันไม่เคยลืมวันแรกที่ฉันเห็นเธอ ฝรั่งคมคายแต่งตัวสบาย ๆ หน้าตาแจ่มใส
วันทั้งวันไม่เคยสนใจใครอื่นเลย นอกจากเรียนแล้วก็ออกกำลังกาย
ฉันประทับใจเธอตั้งแต่แรกเห็น รู้สึกหัวใจพองโตคับอกบอกไม่ได้ ร่ายไม่ถูก
มนต์สะกดอะไรนะ ที่ทำให้ฉันประทับใจฝรั่งบ้าเนี่ยจนถอนตัวถอนใจไม่ขึ้น
ทั้งที่ยังไม่เคยคุยกัน ยังไม่ได้รู้จักกันมากไปกว่าเพื่อนร่วมสถาบันเดียวกัน
จนเพื่อนฉันแนะนำให้รู้จักเธอ และเธอก็ไม่ได้พูดกับฉันมากมายอะไรนัก
ฉันปล่อยให้เวลาผ่านไป จนเกือบไปเลยว่า หัวใจฉันหายไปกับฝรั่งคนหนึ่ง
และไม่เคยคิดจะตามกลับมา หนำซ้ำฉันยังฝากประจำ ไม่คิดดอกเบี้ยอีก
ที่สำคัญ แม้ฉันจะเปรี้ยวเปิ๊ดสะก๊าด ฉันกลับเขินอายที่จะทำความรู้จักเธอ
หรือทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้เธอมาแนบชิดสนิทมั่น
วันหนึ่ง ฉันเจอเธอที่คาเฟทีเรียของมหาวิทยาลัย หลังจากออกกำลังกาย
ฉันรวมรวมความกล้าเกินร้อย ทักทายเธอ แล้วก็ชวนเธอมาดื่มกาแฟด้วยกัน
เธอรับปากแทบจะในทันที และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอมีชีวิตเกี่ยวเนื่องกับฉัน
ยิ่งฉันเสนอให้ความช่วยเหลือ ด้วยการให้โทรศัพท์มือถือเปล่าไปใช้โดยไม่คิดมูลค่า
เพราะฉันมีสองเครื่อง ตอนแรกเธอจะไม่รับ แต่ฉันบอกว่า มีไว้เพื่อคุยกันไง
เธอถึงได้รับ และแม้จะใช้มันได้ไม่ถึงเดือน ฉันก็ดีใจที่เธอไม่รังเกียจของ ๆ ฉัน
ฉันรู้นะ นั่นคือสิ่งที่ทำให้เธอดีกับฉันมากมาย และฉันก็รักเธอมากขึ้นทุกวัน
ฉันแทบไม่เชื่อตัวเองว่า ฉันจะได้อยู่ใกล้ชิดกับเธอแทบจะทุกวัน ไม่เช้าก็เย็น
วันไหนฉันไม่ได้ไปแคมปัส เธอก็จะแวะมาหา มาดื่มกาแฟ คุยกันไร้สาระไปเรื่อย
หรือถ้าเรามีคลาสเหลื่อมกัน จนไม่สามารถปลีกตัวมาเจอหน้าค่าตากันได้
เธอก็จะโทรมาบอกว่า จะไปไหน ทำอะไรบ้าง วันละไม่กี่นาที แต่ฉันชอบ
ฉันรู้สึกว่ามีคนแคร์ตัวฉันมากมายอะไรขนาดนี้ เธอก็ทำแบบนี้ไม่เคยขาด
สม่ำเสมอ ไม่มีขาดตกบกพร่อง แล้วฉันจะไม่หลงปลื้มเธอได้ไงคะ
และแม้เธอจะมาพร้อมกับความโผงผาง เถรตรง พูดจาไม่น่ารัก น่าใคร่เท่าไร
แต่ฉันกลับมองลึกว่า นี่ล่ะคือตัวเธอที่ไม่มีการเสแสร้งตบแต่งให้ดูน่าชื่นน่าชม
ฉันอาจจะงอน งี่เง่าไปบางครั้งบางคราว ที่เธอพูดแสลงหูฉัน จนรับไม่ได้
ไม่นาน เธอเข้าใจธรรมชาติฉัน แล้วก็ไม่ได้คิดว่า มันแย่จนเกินจะยอมรับ
จากที่เป็นฝรั่งที่ง้อคนไม่เป็น เธอก็เริ่มง้อและพยายามทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้น
อาจจะไม่เต็มร้อย ไม่ได้โรแมนติกเสียจนฉันแทบสำลักความน่ารักของเธอ
ฉันปลื้มจะตายเวลาที่เธอไปรับไปส่ง ไปไหนมาไหน โทรกริ๊งเดียว
ไม่นานเธอก็จะขับรถมารับถึงบ้าน และพาฉันตะลุยถึงไหนถึงกัน
โดยมีข้อแม้ว่า ห้ามเดินนาน อยากซื้ออะไร ก็วางแผนบอกกันล่วงหน้า
ฉันเคยแปลกใจว่า เธอมีวงศาคณาญาติเป็นหมาหรือเปล่า ฉันล่ะกังขาจริงๆ
เพราะเธอพูดสิบคำ จะฟังขัดหูซะเจ็ดคำ นอกนั้นฉันฟังแทบไม่รู้เรื่อง
เธอพูดมากเวลาเธอสอนให้ฉันทำโน่นทำนี่ เธอไม่ยอมให้ฉันสอนกลับ
เพราะเธอบอกว่า เธอมีวุฒิภาวะมากกว่าฉันนัก แม้ฉันจะโตกว่านิดหน่อยก็ตาม
ฉันก็ไม่ว่าอะไร รู้สึกว่า ฉันอยากเอาหมาออกจากปากเธอให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้
เพราะถ้าเอาความปากพล่อยของเธอกระเด็นออกไปบ้าง เธอก็คงจะน่ารักกว่านี้
ช่างเถอะ เรื่องนั้นฉันไม่ได้เอามาใส่ใจเท่าไรหรอกนะ ก็แค่ตัวตนของเธอ
สิ่งที่ทำให้ฉันรู้สึกว่า เธอกำลังจะเป็นส่วนหนึ่งที่ฉันขาดไม่ได้ไปแล้ว
ก็เพราะยิ่งเวลาผ่านไปนานแค่ไหน เธอก็ดีกับฉันมากขึ้นเป็นเงาตามตัว
ฉันเริ่มรับด้านมืดของเธอได้มากขึ้น ในขณะที่เธอก็ง้องอนคนเป็นเหมือนกัน
ฉันงอนเธอแทบจะรายวัน แต่ไม่เกินหนึ่งวันหนึ่งคืน ฉันก็ลืมไปแล้วว่างอนอะไร
เราก็มาประจ๋อประแจ๋เหมือนเดิม เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เธอถามฉันว่า คิดอะไรกับเธอ ฉันคงตอบไม่ได้อย่างใจปรารถนา
ถ้าคำว่า "เพื่อน" มันค้ำคอหอยฉันอยู่ทุกวินาทีที่ฉันเจอคำถามนี้
สิ่งนี้เป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ฉันตะขิดตะขวงใจ ทำให้ฉันไม่กล้าเกินเลยไปกว่านี้
ฉันไม่เข้าใจว่า ถ้าฉันคบกับเธอแค่เพื่อน ทำไมเธอโทรหาฉันทุกวัน
เธอโกรธฉันที่ไม่ยอมคุยกับเธอ (เพราะฉันงอนไง) ปล่อยให้งงอยู่ฝ่ายเดียว
ทำไมเธอถึงไปรับไปส่งฉันแทบไม่ให้ฉันใช้รถเมล์ประจำทางในช่วงที่คบกัน
ทำไมล่ะ ทำไมเธอถึงแคร์ฉันมากกว่าผู้หญิงที่เข้ามาวอแวกับเธอ
แล้วก็ทำไม เธอถึงพยายามบอกใครต่อใครว่า ฉันเป็นคนพิเศษมากกว่าใคร
และความรู้สึกที่เธอกอดฉัน ฉันกอดเธอ เธอว่าฉันผิดหรือที่คิดมากเกินเพื่อน
วันที่เราสองคนแตกหักกัน เป็นวันที่ฉันเจ็บปวดที่สุดเท่าที่เคยจำได้
เธอยังคงความเป็นคนดื้อไม่ยอมคนไว้ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ยอมที่จะอ่อนข้อ
ไม่ยอมรับว่า เธอกับฉันมันเกินเพื่อนมานานแล้ว เธอได้แต่ย้ำคำพูดเดิมว่า
เราก็แค่เพื่อน ซึ่งฉันรับได้นะ ถ้ามันมาในรูปแบบของเพื่อนกับเพื่อนตั้งแต่ต้น
หรือว่าเพราะฉัน ไม่ยอมรับเองอยู่ฝ่ายเดียวว่า เธอไม่ได้รักฉันเลยแม้แต่นิด
เธอปล่อยให้ฉันเดินกลับบ้าน ไม่วนรถมารับอีบ้าอย่างฉันที่เดินร้องไห้
ไม่แคร์ชาวบ้านหัวทองที่งงว่า อีนี่เป็นอะไรไป ถึงได้ฟูมฟายขนาดนี้
จนฉันส่งข้อความไป เธอถึงจะวนรถมารับ แต่ฉันก็แรดไปอีกนะคราวนี้
ฉันหนีไปอีกทาง แล้วก็ปิดมือถือ ไม่ยอมพูดกับเธออีกกับสิ่งที่เกิดขึ้น
ฉันน้อยใจที่เธอชอบทำเหมือนกับฉันเป็นคนไม่รู้สึกรู้สมอะไรเหมือนเธอ
เธอห่วงฉัน ขับรถวนหาฉันทั้งคืน ส่งข้อความมาขอโทษ ยอมรับผิด
แต่ให้ตายซิ ฉันก็ป่วยจิตจริง ๆ ไม่ยอมรับ ไม่สนใจ และทำให้ทุกอย่างเลวร้ายลง
ฉันได้รับข้อความแบบกระหน่ำทั้งคืน ฉันมารุ้ตอนเช้าที่เปิดมือถือ
ข้อความสุดท้าย เธอบอกว่า ยอมแพ้และคิดว่า ฉันเป็นแค่เพื่อนจริง ๆ
และยังบอกว่าขอให้มีความสุขกับเวลาที่เหลือในแคมปัส เราคงไม่ได้เจอกันอีก
ฉันเสียใจแต่ฉันก็เหนื่อยที่จะรบรากับความรู้สึกสับสนที่เกิดขึ้นระหว่างเรา
ในที่สุด เราก็เลิกคบหากัน เธอบินกลับบ้านเกิดเมืองนอนแทบจะในทันที
คริสต์มาสปีนั้น ฉันแกร่ว เศร้า เหงาอยู่คนเดียว โดยไม่มีเธอเคียงข้าง
เป็นครั้งแรกที่ฉันรู้สึกหัวใจ เหมือนโดนหมัดตะลุมพุกซัดเข้าตรงกลางใจ
มันมึน ตื้อ เจ็บแบบยากจะสาธยายออกมาเป็นคำพูดให้ใครเข้าใจได้
ฉันพยายามทำใจให้ยอมรับว่า ทุกอย่างจบแล้วนะ ทุกอย่างสิ้นสุดไปแล้ว
ทุกครั้งที่เดินผ่านกัน ฉันเห็นว่าเธอเดินมองมา สวนมาแบบไม่ตั้งใจ
สิ่งที่ฉันรู้สึก ฉันมองเห็นเธอเหมือนเดิม ผู้ชายคนเดิมที่เอาชนะใจฉัน
แต่ต่างออกไปตรงที่ เธอมองเห็นฉันเหมือนอากาศธาตุที่ไร้ตัวตน
แม้เวลาล่วงเลยไปจนทำให้เราพอจะทักกันได้เหมือนไม่เคยเกิดอะไรขึ้น
มันก็แค่ความรู้สึกที่เหินห่าง แม้จะจางลง แต่ความเจ็บแปลบก็มีได้เสมอ
ฉันเห็นเธอเหมือนกำลังเดินอยู่กลางหมอกหนา แม้จะอยู่กันห่างแค่เอื้อม
ฉันกลับมองไม่เห็น สัมผัสไม่ได้ และไม่รู้สึกว่า เธออยู่ใกล้กับฉัน
นับแต่นั้น หัวใจฉันก็เปราะบางกับความรัก แม้จะพยายามหาผู้ชายเข้าตัว
ก็แค่มาแล้วก็ไป ไม่มีใครเข้าไปนั่งกลางหัวใจเหมือนเธอได้สักคน
เอาเถอะนะ ฉันให้ใจเธอไปแล้วนี่ และไม่เคยคิดจะเอาคืน
เธอยังเป็นผู้ชายที่แสนพิเศษ และกำลังเดินลับหายไปท่ามกลางหมอกหนา
สายหมอกแห่งความเหินห่างและความไม่เข้าใจ
ฉันบอกได้แค่ว่า ยังรักเธอนะผู้ชายกลางสายหมอก
แม้เธอกำลังจะจางหายไปจากฉันก็ตาม
edit @ 2006/02/10 18:20:52
วันนี้มาเศร้าแห่ะ
ผิดแนวคุณนาย ภาษากระมิดกระเมี้ยนอย่างไงไม่รุ
#1 By ::NamWarn:: on 2006-02-09 14:13