เป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่คุณนายแอ๋วต้องกล่าวถึงชีวิตประจำวัน
หรือบางอย่างที่เกี่ยวเนื่องกับการดำรงตนในฐานะกะเทยต่างแดน
เพื่อให้คุณอ่านต่อกันติดและรู้สึกว่ากำลังสะแหลนรู้เรื่องคนอื่นอยู่
แอ๋วไม่ได้หลอกด่านะคะ แต่ถ้าคิดว่าโดนก็รับไปเถอะค่ะ คิก คิก
แน่นอนว่าบางครั้งผู้อ่านหน้าใหม่อาจจะเกิดอาการเม้งเล็กน้อย
นึกไม่ออกบอกไม่ถูก วาดภาพไม่ชัด ใครกันยะอีกะเทยใจกล้านางนี้
อันที่จริง เคยเกริ่นนำไว้หลายครั้งแล้ว ถ้าไล่อ่านให้ดีก็คงพอจะรู้
หรือเดาได้ว่า แอ๋วไม่ได้อยู่เมืองไทย ดันกระแดะมาเรียนเมืองนอก
ทั้งที่จนแสนจน บังเอิญมีบุญน่ะค่ะ บารมีกะเทยเสริมแต่งเข้าไปอีก
ก็เลยได้มาลอยคอตอแหลเป็นคุณหนูเรียนหนังสือหูตูบจิ๋มห้อยอยู่นี่แหล่ะ

แอ๋วเป็นคนเรียนไม่เก่งเท่าไรนะคะ เท่าที่จำความได้ ก็พอฟัดพอเหวี่ยง
คือจะเรียกว่าอัจฉริยะแสนสวย ก็เขินค่ะคุณ ประมาณเดี๊ยนเจ้าเล่ห์มากกว่า
แล้วก็รู้จักเอาตัวรอดเป็นยอดดีมาตั้งแต่แรกรุ่น สู้แบบหัวชนฝา
ไม่ยอมแพ้อะไรง่าย ๆ ก็เลยเรียนได้โล่ห์ ได้ถ้วย ติดบอร์ดมาตลอดค่ะ
ส่วนใหญ่ก็ออกแนวเกือบที่หนึ่ง แล้วก็เกือบชนะเลิศ แทบทุกครั้ง
หรือพูดให้ถูก อีหอยเนี่ย ไม่เคยชนะกับเขาเลย อย่างดีก็ตัวรองค่ะคุณขา
นอกจากเรื่องแรดแล้ว แอ๋วว่ายังพอมีข้อดีให้เห็นรำไรในตัวอยู่บ้าง
ก็คงเป็นเรื่องเล่าเรียนเขียนอ่านนี่แหล่ะ ที่ไม่ทำให้ทางบ้านอับอายขายหน้า
แม้จะไม่เลิศเลออะไร แต่ก็ไม่ใช่ขี้นกค่ะ ประกอบกับแอ๋วพึงพอใจกับ
การเอาชนะการดูถูกของคนที่ตราหน้าแอ๋วมาตั้งแต่ยังไม่แตกเนื้อสาว
ด้วยคำพูดที่เสียดแทงหัวใจประมาณว่า

"จะไปได้สักกี่น้ำ ท่าทางเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ แถมยังทำตัวแต๋ว ๆ อีก
นี่เรียนจบมัธยมกลับมาทำบัญชีให้ที่บ้านก็บุญโขแล้ว ไม่โดนผุ้ชายหลอก
หรือหนีตามตัวผู้ไปก็นับเป็นลาภของพ่อของแม่นะ อย่าไปหวังที่จะจบ
ปริญญงปริญญาอะไรเล้ย แค่มันไม่ทำให้ตระกูลมัวหมองก็ดีแล้ว"

ค่ะ สั้น กระชับ และจับขั้วหัวใจคนฟังตัวเท่าเมี่ยงตอนนั้นเหลือเกิน
ประมาณ มึงเป็นใครคะ พ่อแม่กูก็ไม่ใช่ ทำไมถึงพูดออกได้เหม็นเน่าเยี่ยงนี้
เดี๊ยนก็ก้มหน้าฟัง กัดฟันกรอด เพราะพ่อแม่เดี๊ยนนั่งค้ำกระเดือกอยู่ค่ะ
มิสามารถกระโจนไปตบอีญาติผู้หวังดีแต่ปากอับปรีย์นางนี้ได้ถนัดถนี่นัก
คิดในใจว่า วันหนึ่งนะคะเดี๊ยนกะเทยหัวโปกคนนี้จะพิสูจน์ให้หล่อนดู
ไอ้ลูกชายหล่อนที่เลิศนักเลิศหนาก กับตัวเดี๊ยนที่เกิดมาสวยผิดปกติเนี่ย
ใครมันจะไปไกล อนาคตรุ่งกว่ากันยะ อีหอยเน่า ปากส้วมซึม

จนมาวันนี้ เดี๊ยนกำใบปริญญาโทหนึ่งใบ แกว่งเล่น ๆ เย็นใจไม่เครียด
แถมบินปร๋อมาเรียนต่อโทอีกสาขา และถ้าไม่แรดจนเกินงามนัก
เดี๊ยนก็คงมีโอกาสได้สัมผัสการเป็นดอกเตอร์กับเขาบ้าง (ไม่หวังเลยค่ะ)
แค่อยากทำให้คนที่ดูถูกเดี๋ยนได้หงายท้องเก๋งได้ตระหนักในความทุเรศ
การปรามาสคนไว้โดยไม่ได้ดูถึงศักยภาพที่แท้จริงของคนที่ถูกดูถูก
ซึ่งอีแอ๋วก็พิสูจน์แล้วว่า ต่อให้มีอีหน้าไหนไล่จิกไล่ด่าเดี๊ยนอย่างโน่นอย่างนี้
เดี๊ยนก็ไม่สนใจค่ะ เพราะแอ๋วยืนมาได้ทุกวันนี้ เพราะความสามารถกับ
ความอึดเยี่ยงควายล้วน ๆ ไม่ได้เอาคำพูดแย่ไร้สาระมาซ้ำเติมตัวเอง
ตรงกันข้าม เดี๊ยนกลับชอบที่มีคนมาดูถูกดูแคลนความสามารถ
เพราะแม้เดี๊ยนจะโง่ แต่ไม่ได้หมายความว่าโง่มันฝังอยู่ในยีนแล้วพัฒนาไม่ได้
เดี๊ยนเป็นกะเทย ไม่ได้จะส่อว่าต้องขาดโอกาสทางการศึกษาไปทั้งหมด
คนเราพัฒนาได้ด้วยตัวของเราค่ะคุณผู้อ่านคะ ชิมิคะ

ถ้าเทียบกับอีบ้านที่ดูถูกแอ๋วไว้ ฟ้ากับนรกขุมลึกสุดเลยค่ะ เดี๊ยนยืนยัน
ลูกชายฝั่งกระโน้น ได้ดีมีชัยไปกับการเป็นกระเป๋ารถเมล์และมีเมียเด็กพาณิชย์
ตบตีกันหัวไม่วางหางไม่เว้น กินเหล้าแทนน้ำ จนตับไม่มีเลือดเลี้ยงนอกจากเหล้า
เรียนไม่จบแม้กระทั่งระดับปวช. สร้างความชอกช้ำให้พ่อแม่มากมายค่ะ
แต่ในระดับลูกหลาน พวกเราสนิทกันนะคะ ไม่ได้แบ่งแยก หรือโชว์พาวอะไร
ผู้ใหญ่ต่างหากละคะ ที่พยายามเปรียบเทียบให้เราเกลียดกันเองซะงั้น
ไม่รู้มีปมด้อยอะไรนักหนาอีห่าพวกนี้ ญาติกันแท้ ๆ มาเสี้ยมเขาให้ชนกัน
ตอนนี้อีนังแม่เงียบเหมือนโดนอุดด้วยดุ้นบางอย่างค่ะ ไม่กล้าแม้จะทักเดี๊ยน
แต่เดี๊ยนเป็นประเภทยิ่งว่าเหมือนยิ่งยุ เดี๊ยนไปกราบไปไหว้ทุกครั้งที่เจอค่ะ
ทำหน้าประหนึ่งว่า เป็นไงยะที่พูดไว้ แม๊นแม่นนะยะ ดูซิ ดูซิ ทำนองนั้น

เอาเถอะค่ะมันผ่านไปแล้ว ตอนนี้แอ๋วมีชีวิตเป็นของตัวเองทั้งหมด
พอมาใช้ชีวิตที่นี่ ทุกอย่างไม่ได้ขึ้นอยู่กับใครอีก นอกจากการตัดสินใจ
การกระทำของแอ๋วเอง เพราะงั้นแอ๋วถึงไม่ค่อยแคร์ขี้ปากใครเท่าใดนัก
และเชื่อว่า สักวันแอ๋วคงกลับไปทำให้พ่อแม่ภูมิใจเป็นระลอก ๆ
แอ๋วแรดแบบเอาดีได้ค่ะ คอยดูกันต่อไปนะคะคุณผู้อ่านขา

ต๊าย วันนี้พูดอะไรส่วนตัวไปนิด กราบขอภัยด้วยนะคะมิตรรักนักอ่านทุกคน
เอาเป็นว่าวันนี้ขอเม้าท์เรื่องราวของตัวเองพอให้เห็นภาพอะไรบางอย่างออก
แอ๋วมาอยู่เมืองนอก การทำกับข้าวกับปลาสบายตัวเบาจิ๋มค่ะ ทำได้หมดแหล่ะ
แถมยังเผื่อแผ่ให้นังชะนีอาภัพฝีมือได้ด้วยนะคะคุณ ขอให้บอก แอ๋วทำได้
เพราะงั้นการไปจ่ายตลาด จึงเป็นเหมือนงานที่แอ๋วช๊อบ ชอบ
ยิ่งถ้าผู้ชายเป็นแขกมารับประทาน จะต่างกับน้องชะนีมารุมกินค่ะ
เดี๊ยนยิ่งสุดฝีมือ เพราะรู้ว่า หลังท้องอิ่ม เราจะได้โอโม๊ะจามะแบบสุดสวิง
ส่วนน้องชะนีบางคนซึ่งไม่ได้สังเกตว่าเดี๊ยนเป็นกะเทยสะพรั่งแท้ ๆ
ก็พยายามอ่อยเดี๊ยนเหมือนกัน ซึ่งล้มเหลวตั้งแต่คิดค่ะ กะเทยกับชะนี
กรี๊ด ทำอะไรกันไม่ได้หรอก แต่แอ๋วโทษน้องนีบางนางไม่ได้นะคะ
ก็แหม แอ๊วแอ๊บจะตายไปนี่คะ เพราะผู้ชายที่นี่ชอบแอ๊บ ๆ แต่ชะแวบบนเตียงค่ะ
ไว้พอสนิทค่อยสาวแตกใส่มัน ตอนคบหากันก็ เก็กแมนตอแหลไว้ก่อน

การไปจ่ายตลาดที่นี่ ซึ่งค่าครองชีพสูงปรี๊ดยิ่งกว่าตึกใบหยกสองบ้านเรา
ถ้าไม่เลือกไม่สังเกตราคาจับจ่ายให้ดี มีหวังฉิบหายเป็นรายสัปดาห์ค่ะ
เพราะงั้นการที่เราจะจงรักภักดีต่อซูเปอร์มาร์เก็ตเพียงแห่งเดียวในดวงใจนั้น
โคตรจะโง่เลยนะคะ เพราะมันมีหลายคู่แข่ง การทำการตลาดเพื่อชิงส่วนแบ่ง
ตัดราคากันแบบหน้าด้านเยี่ยงคอนกรีต หรือข่มคู่แข่งด้วยโฆษณาบ้าเลือด
จึงเป็นสิ่งที่ดีสำหรับลูกค้าค่ะ เพราะงั้นต้องดูโฆษณาและใบปลิวให้ดีให้แม่น
วันไหนมันลดกระหน่ำ เนื้อไก่ถูก เนื้อหมูแพง เราก็ดูซิว่าที่ไหนให้ราคาดีกว่ากัน
ถูกกว่า ก็ไปที่นั่นค่ะ แหมมันตั้งขนาบกัน แค่หันรถเข็นทิ่มไปที่เราต้องการเอง

นอกจากจะพิจารณาจากราคาเป็นตัวตั้งแล้วนะคะ เดี๊ยนในฐานะผู้ซื้อแสนฉลาด
ก็พิจารณาถึงคุณภาพเป็นสำคัญค่ะ จำได้ว่า ซื้อองุ่นยกลังด้วยราคาแสนถูก
แต่แดกไปได้แค่พวงย่อมๆ อีกสองวันมันพร้อมใจกันเน่าทั้งหมด คุ้มไหมคะ
ซึ่งเราต้องพิจารณาให้ดีด้วยค่ะ คำว่าถูกของที่นี่ หมายถึงการซื้อของกิน
ของใช้บ้านเราได้สองสามเท่า อย่างร้อยเหรียญเนี่ย ซื้อของได้แค่เพียงพอ
ยาไส้อาทิตย์เดียวนะคะ กับของใช้ส่วนตัวเล็กน้อย ซึ่งถ้าเอาเงินเท่ากัน
มาซื้อของที่เมืองไทย ได้เกือบเดือนค่ะ แถมยังแรดไปดูหนังได้อีก บานเบอะ

การซื้อกับข้าวเข้าบ้านจะสนุกก็ต่อเมื่อเราไปตอนเช้าห้างเริ่มเปิดน่ะค่ะ
ช่วงเวลานั้น ของจะสดใหม่ เจ้าหน้าที่หน้ายังไม่หงิกเหมือนปลาตีนเท่าไร
เราจะมีความสุขมากกับการเดินจิกตาดูพนักงานล่ำ ๆ ยกปลาลงมาโชว์
แล้วก็เม้าท์กับคุณยายคุณตาที่ควงคู่มาซื้ออาหารกันอย่างน่ารักน่าหยิก
เดี๊ยนเองก็เพลิดเพลินค่ะ เพราะการถ่อสังขารมาตั้งแต่ห้างยังไม่เปิด
แล้วได้เข้าเป็นคนแรก ๆ เหมือนเป็นอภิสิทธิ์ที่ใครก็หาซื้อไม่ได้นะคะ
ต้องคิดได้อย่างเดี๊ยนแบบนี้เท่านั้น ถึงจะตักตวงความสุขราคาประหยัด
แต่ให้ความอิ่มเอมแบบอินฟินนิตี้เชียวนะคะ

ผักหญ้าแอ๋วพยายามไม่ซื้อในห้างใหญ่ค่ะ เพราะมันเอารัดเอาเปรียบมาก
กำนิดเดียวมันตั้งราคาซะแพง ในขณะร้านผักด้านนอก กำใหญ่ยักษ์
ราคาแสนถูก แถมสดกว่าอีก ผลไม้ตามฤดูกาลกินเข้าไปซิคะ ไม่แพง
ขนมนมเนยซื้อตามร้านเบเกอรี่อบใหม่ หอมอร่อย แถมได้ลองชิมของใหม่
ในขณะในห้างวางมานานกี่วันก็ไม่รู้นะคะ ขึ้นราแล้วก็ไม่รู้ค่ะ
อันที่จริงของขายตามร้านเฉพาะ จะแพงกว่าเล็กน้อย (ไม่เกิน 10-20 เซ็นต์)
แต่เราสามารถได้ของที่แสนจะมีคุณภาพ สด สะอาด และคนขายหล่อค่ะ
คิดดูซิคะ บุชเชอร์ชุดเกรอะกรังด้วยเลือดสัตว์ปีก สัตว์เท้ากีบ
หน้าตาออกแนวโจร ๆ หล่อมากค่ะ กรี๊ด โดนใจ

แอ๋วจะซื้อของในห้าง ก็ต่อเมื่อมันจำเป็น แล้วก็ต้องการของถูกบางอย่าง
แต่ถ้าเป็นของใช้ส่วนตัว ก็จะไปร้านประมาณ PriceAttack เพราะราคาดีกว่า
แถมสะสมแต้มไว้แลกซื้อของได้ด้วย ที่สำคัญมันชอบเอาของใช้เป็นชุด
มารวมขายเป็น Bundle Package แต่ราคาคุ้มโคตร ๆ มักจะเป็นสบู่แชมพู
ทั้งนี้ก็ต้องสำรวจตลาดก่อนค่ะ บางทีไอ้ห้างใหญ่เนี่ย มันก็ตัดราคาหน้าตาเฉย
ลดราคาฉลองพ่อมันไดฟ์กอล์ฟลงหลุมซะงั้น

ด้วยความที่นาน ๆ จะออกมาจ่ายตลาด ซื้อทีแบกหลังแอ่นเชียวค่ะ
การใช้บริการจากคุณพี่แท๊กซี่ จึงเป็นสิ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้
เพราะขืนกลับรถเมล์ นอกจากจะต้องแบกแบบไม่รู้ชะตากรรมแล้ว
โอกาสที่จะหัวทิ่มคะมำลงมาหัวฟาดฟุตบาทตายอนาถก็มีสูงค่ะ
เพราะคนขับรถเมล์ที่นี่โดยรวมแม้จะมีมารยาทและมีจรรยาชีพอยู่ (บ้าง)
แต่การทุลักทุเลแบกของเท่ากับสามคนรวมกัน มันไม่สนุกนักหรอกค่ะ
ที่สำคัญการนั่งแท๊กซี่ ทำให้เราได้รู้จักคน ได้คุยกับฝรั่ง (แก่ๆ)
เพราะไม่ชอบนั่งเงียบเหมือนอมเคอยู่ มันน่าเบื่อแล้วก็เปล่าประโยชน์

แท๊กซี่กับแอ๋วจึงเป็นของคู่กันเสมอเวลาไปจับจ่ายซื้อของเข้าบ้าน
และตั้งแต่ใช้ชีวิตมาที่นี่ ร้อยละ 99.99 แท๊กซี่แก่เกินแกงแล้วทั้งสิ้น
แทบมองไม่เห็นหนุ่มหน้าตาน่ารับประทานมาขับเลยแม้แต่คนเดียว
น่าเศร้านะคะ ถ้าวันไหนเจอแท๊กซี่หนุ่ม หล่อ แทบจะบอกให้ขับวนค่ะ
คือ ถึงบ้านแล้ว แต่ขอคุยต่อได้ไหมเคอะ ขับไปไหนก็ได้ เดี๋ยวจ่าย
ไม่มีน่ะค่ะ หงำเหงือก อ้วนเผละ หรือไม่ก็เหี่ยวเป็นลูกแพร์แพ้แดดเชียว

แต่ในข้อดีก็คือ เดี๊ยนว่าคนแก่ที่มาขับแท๊กซี่ อัธยาศัยดีพอสมควร
คุยสนุกนะคะ ยิ่งถ้าเราเจาะเรื่องไปโดนใจ ทานโทษ แทบจะลงรถไม่ได้
ถูกคอค่ะ (แต่ยังไม่โดนเค ไม่เอาค่ะ) บางเจ้าเห็นว่าเป็นเอเชียนหัวดำ
แต่ตอแหลไม่หยุดปาก ทั้งที่พูดได้ไม่เอาไหน ก็สนุกกับแอ๋วค่ะคุณขา
คุยมันตั้งแต่การเมืองยันการมุ้ง ตั้งแต่หอยตลับยันหลุยวิตตอง
บางวันถ้าเจอแท๊กซี่มก ๆ ก็เน้นสะดือกันตั้งแต่ตูดแตะเบาะเลยนะคะ
ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะพูดถึงอดีตกิ๊ก อดีตเมียทั้งหลาย ต๊ายฟังแล้วจะอ้วกค่ะ
ทำไมไม่พูดถึงกระเจี๊ยว หรืออะไรที่กะเทยชอบคะ สงสัยดูเดี๊ยนไม่ออก

มีอยู่ครั้งหนึ่ง แอ๋วเจอแท๊กซี่ที่เห็นตอนแรก แทบจะเปลี่ยนใจเดินกลับค่ะ
คือคุณปู่เขาแก่มาก ประมาณบ้านเราก็พักอยู่บ้านเฉย ๆ แล้ว ไม่มาทำงานหรอก
แต่ปู่แกสู้ค่ะ เดินกระหยองกระแหยงลงมาช่วยเราขนของ แบกก็ไม่ค่อยไหว
แอ๋วกลัวบาปค่ะ พยายามขนเอง ไม่ต้องกวนปู่แท๊กซี่ให้หลังยอกขึ้นมา
ตอนขับรถ ก็ขับได้ปลอดภัยไว้ก่อนมาก เบรคมันทุกอย่างที่คิดได้
อัตราความเร็วช้ากว่าเกณฑ์มากค่ะคุณขา คือเดี๊ยนมั่นใจว่ารถไม่คว่ำตาย
แต่คงจะตายเพราะไม่ถึงบ้านซะทีนี่ล่ะค่ะ ช้าเป็นเต่าป่วยเลย
เวลาเจอเนิน ก็เบรคตั้งแต่ร้อยเมตร แล้วก็ชลอไปจนข้าม เหนื่อยแทนค่ะ

แต่ไอ้รายที่ขับรถเร็วจนอยากจะบ้าก็มีค่ะ ไม่รู้จะรีบไปไหนของมันนะคะ
ฉวัดเฉวียน ปาดเลนซ้ายเข้าเลนขวา ทะแยงออกไปแบบไม่ดูไฟเขียว
คนโดยสารอย่างแอ๋ว ฉี่แทบแตกค่ะ ต๊าย นี่ถ้าเอาด้านที่อีแอ๋วนั่งไปกระแทกกับ
รถเมล์ ใครจะรับผิดชอบยะ ไอ้ตายน่ะ ไม่กลัวค่ะ กลัวศพมันไม่งาม เข้าใจไหมคะ
พอถึงยังไม่ทันลงรถดี มันก็ออกรถไปเลย สงสัยเมียมันกำลังมีชู้หรือเล่นอยู่
ถึงได้ขับรถท้านรกเยี่ยงนั้น

ตอนนี้เวลาโทรเรียกแท๊กซี่ แอ๋วจะภาวนาขอให้เจอหนุ่มนิดนึง
เครารกครึ้ม หน้าตาออกแนวโจรภาคใต้ แล้วก็เป้าบึ้มพอประมาณ
เพราะถ้าสบโอกาสจะได้จับกินเป็นอาหารยามดึกซะเลยนะคะ
ไอ้ที่ผ่านมา ขออนุรักษ์ไว้เป็นคนแท๊กซี่ต่อไปละกัน แอ๋วเคี้ยวไม่เข้าค่ะคุณขา


ปัดจิ๋มลิขิต

  • อีชะนีเพื่อนฝรั่งมันบอกว่า ยูไม่เหมือนคนจบโทมาแล้วเลย ทำไมคนเอเชียน
    ถึงได้ดูยากดูเย็นจังเรื่องอายุอานาม ต๊าย ชมชิมิคะ จะได้ทำตัวถูก
  • หรือพูดให้มันบอกเป็นนัยว่า จบโทมาแล้ว ทำไมโง๊โง่ยะ แสดงว่ามันหลอกด่า
    อีแอ๋วด้วยชิมิคะ จะได้กลับไปตบมันถูกประเด็นตรงจุด
  • มีคนบอกแอ๋วว่า การเขียนเรื่องราวของเดี๊ยน มันบ่งบอกอะไรได้ อะไรวะคะ
    ทำไมพูดไม่หมด หลอกให้อยากแล้วจากไปนี่นา

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ฮาค่ะคุณนายขา ชอบมาก ๆ ค่ะ
อ้อ...พึ่งมาเป็นแฟนคลับคุณนายได้ไม่นาน รู้เพียงแต่ว่าคุณนายแอ๋วอยู่ต่างประเทศ อเมริการึป่าวคะ ถ้าเป็นอเมริกา ไม่ทราบว่าอยู่รัฐอะไคะ...

ปล.ชื่นชมคุณนายที่เอาคำดูถูกของคนอื่นมาเป็นแรงใจผลักดันตัวเองจนเอาชนะคำสบประมาทของคนอื่นได้ เก่งมากค่ะ

#1 By Nemo on 2006-02-08 07:13

แวะมาแต่ละทีเนี้ย ถูกใจ๊ถูกใจคะพี่แอ๋ว ... ต๊ายแต๋วแตกเลยกรู...

ว่าด้วยเรื่องดูถูกกันเนี้ย แถวบ้านผมก็มีเหมือนกัน ... แต่เราก็ไม่ไปว่าอะไรเค้าหรอกครับ เค้าคงทำไปตามประสาผู้ใหญ่ไร้ความคิด ... แต่ก็ดีนะครับ ทำให้เรามีพลังในการต่อสู้ชีวิตต่อไป ...

ชีวิตต่างแดนเนี้ย เขียนเป็นหนังสือเลยดีมั๊ยคุณแอ๋ว ...
หุหุ...

เนื้อหาโดนใจมากมาย
อารมณ์โดนกัดกันมาตั้งแต่เด็กๆ
ทำให้ตอนนี้ต้องเก๊กชงเก๊กติ๋มไปตามๆกัน

แต่...ผีเท่านั้นที่ดูกันออก...ชิมิเค๊อะ

#3 By MySouL on 2006-02-08 10:44

วงศาคณาญาติน่าเบื่อเนอะหนูแอ๋ว
คุณยายซึ้งเลย
หนูลองเขียนแล้วส่งให้สำนักพิมพ์พิจารณาจิ...คุณยายเชียร์
นอกจากได้ปริญญาโท 2 ใบแล้วจะได้มีหนังสือของตัวเอง....ไม่มีใครจะว่าอะไรหนูอีกแล้ว.....รอวันนั้นของหนูจ๊ะ

#4 By ยายแม่บ้าน on 2006-02-08 11:18

"ช้าเป็นเต่าป่วย"
สงสัยจะช้ามากจริงๆ

อยากไปอยู่ไกลๆบ้านมั้ง อาจจะไม่ถึงเมืองนอกเหมือนคุณนาย
จะได้ใช้ชีวิตตามใจตัวเอง ได้พยายามเอาชีวิตรอดบ้าง
จะได้มีอะไรๆมาเล่าให้คึนอื่นอิจฉา อย่างคุณนายบ้างนี่แหละ

#5 By Repeat (158.108.103.121) on 2006-02-08 18:26

ความทรงจำเลอแยมเรื่องญาติกลับมาอีกแล้วมั้ยล่ะ... ญาติคุณนายกะญาติหมานี่ ปากไร้สมบัติผู้ดีเหมือนกันยังกะแกะ... แต่ตอนนี้เฉยๆ เพราะแกตายไปสองปีแล้ว (แต่อย่าได้มีใครพาดพิงไปถึงชื่อแกเชียวนะ แกจะโดนหมาก่นพฤติกรรมจนกระดูกสั่นทุกครั้งแหละคับ หลานทรพี เหอะๆๆ)

#6 By cosmoguy on 2006-02-08 21:36

น่ามีเรื่องเล่าเด็ดๆ บนแท็กซี่มั่งนา.. คุณนาย..
เชื่อว่าคนที่อุตสาห์ถ่อไปเรียนต่างแดน ไม่ใช่คนปกติ (ตูด้วย) เพราะงั้นจะเป็นนังหลานทรพีบ้าง ไม่ว่ากันดอก
ฟันธง.. คุณนายโดนชะนีฝรั่ง.. หลอกด่าชั่วร์ ... เพราะถ้ามันชมเรา (ซึ่งผิดปกติ) แสดงว่ามันกำลังประจบจะเอาอะไรจากเรา.. เชื่อดิ

#7 By ขุนพิเรน (203.147.51.30) on 2006-02-10 15:04

hi K. Aew

how r u doing? just curious too. WHich state r u living? it would be better if u answer your fans' enquiries na LOL (maybe autograph too hahah)

#8 By tom@BKk (61.91.65.216) on 2006-02-10 23:38

คุณนายคะ ตั้งชื่อเรื่องผิดป่าวคะ อ่านมาตั้งนาน เพิ่งเข้าเรื่องแท็กซี่ตอนสุดท้าย แหม อุตส่าห์ลุ้นเธอจะได้กับแท็กซี่หนุ่มหล่อแต่กักขฬะสุดริด ล่อเธอแล้วยังไม่พอใจ ยังลวงไปให้แก๊งทมิฬรุมโทรมสวาทอีกอะไรทำนองเนี่ยะ เสีย'รมณ์ค่ะ

แหะๆ ล้อเล่นนะคะ รักคุณนายแอ๋วค่ะ รักนิดเดียว แต่รักนานๆนะคะ

#9 By LindSay Akai (58.10.43.79) on 2006-02-19 01:04

Miller I mean the events in this-wait a look at. He sighed bellowed in the damaged French twist showing off

#12 By buy tramadol (72.36.223.73) on 2006-04-16 18:32

Great site!

#13 By bontril (72.36.223.73) on 2006-05-06 22:42

Well done!

#14 By tramadol (72.36.223.73) on 2006-05-07 06:20

very best blog!

#15 By paxil cr (72.36.223.73) on 2006-05-07 10:09

Join the demonstrators wearing dummy explosive vests!

#16 By phentermine (64.92.171.106) on 2006-08-18 13:49

Hi man!

#17 By tramadol (69.138.52.241) on 2006-11-16 01:04

Hi man!

#18 By tramadol (69.138.52.241) on 2006-11-16 01:04

Hi man!

#19 By tramadol (71.200.151.226) on 2006-11-16 01:04