กะเทยสำส่อนจริงหรือเท็จคะ
posted on 04 Feb 2006 06:51 by madambuffalo in QueerLifeช่วงนี้แอ๋วกำลังสวยแบบอืด ๆ ค่ะ ไม่รู้เป็นหอยแมลงภู่อะไรนะคะ
เจริญอาหารแบบไม่เคยเป็นมาก่อน กินมันทอดได้เป็นกระสอบ
แถมบางวันแอบจกชีสกินอีกหลายดุ้น เฮ้อ สนุกปากตอนทานค่ะ
แต่ต้องมาวิ่งเป็นหนูถีบจักรในยิมเนี่ย เหนื่อยไส้แตกเลยค่ะคุณขา
ไม่มาวิ่ง ไม่มาเอาออกก็ไม่ได้ เดี๋ยวปลิ้นหน้าปลิ้นหลัง สวยแบบบวม ๆ
เพราะงั้นกินไปเท่าไร อีแอ๋วก็เหนื่อยหนักมากขึ้นค่ะ เพื่อความงาม
เดี๊ยนยอมทำ นี่กะว่าจะควบคุมอาหารการกินซะที ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป
คงไม่มีผู้ชายมามองแล้วตักไปกินแน่ กลายเป็นกะเทยแห้งแล้ง
น่ากลัวนะคะนั่น อดอยากปากแห้งไม่ร้ายแรงเท่าอดเสน่หา ชิมิคะ
เมื่อสองสามวันก่อน มีคนเปิดประเด็นเรื่อง "สำส่อน" ขึ้นมาให้ฉุกคิด
และกลายเป็นสิ่งที่ต่างคนต่างคิดไปมากมายก่ายกองตาแป๊ะไก่ไฉไล
อีแอ๋วเลยคิดว่า ตกลง กะเทยเอย เกย์เอย โดยสันดาน สำส่อนจริงไหม
ถ้าจริงเพราะอะไร ไม่จริงด้วยสาเหตุใด ถกกันให้คลายกังขาสิ้นสงสัยไปเลย
งั้นเราดูมากันก่อนดีไหมคะ คำว่า"สำส่อน" หมายถึงอะไรกันแน่
คำนี้มีความหมายใกล้เคียงกับคำว่า "มั่ว" ปะปนโดยไม่เลือกว่าใครเป็นใคร
เอามันได้หมด ถ้าลองถูกใจ ไม่สนว่าจะหน้าอินทร์หน้าพรหม
มีจู๋มีจิ๋มจิ้มได้ ก็สนองตัณหา ป้อนราคะใส่ปากใส่ท้องจนอิ่มหนำสำราญ
สำส่อน ยังใช้คำแทนคำอื่นได้อีก เช่น อีดอกทอง นังกะหรี่จิ๋มเน่า
ล้วนสื่อความหมายในทำนองเดียวกันหมดค่ะ คือ เอาดะไม่เลือก
อุปนิสัยหลักของคนพวกนี้ก็คือ ใจง่าย เอะอะก็นอนแบถ่างขาแล้วค่ะ
แอ๋วว่าเราทุกคนใช้คำนี้ในทางลบอย่างแน่นอน แถมออกเชิงรังเกียจด้วย
คงไม่มีใครหรอกค่ะ เจอหน้ากันแล้วชมกันประมาณนี้
"คุณพี่คะ ระยะหลังเนี่ย ดูคุณพี่งามพริ้งขึ้น หน้าตามีน้ำมีนวลเปล่งปลั่ง
ไปทำอะไรมาคะ แล้วยังสำส่อนเหมือนเดิมหรือเปล่าคะคุณพี่"
อีแอ๋วรับรองเลยค่ะ ถ้าไม่มีนองเลือด ตบกันเลือดสาด ก็แปลกแล้ว
คำนี้ค่อนข้างแย่ในการรับรู้ของคนฟัง โดยเฉพาะน้องชะนีผู้แสนบอบบาง
แต่ถ้าถึกควายอย่างเดี๊ยน ฟังสามล้านแปดแสนครั้ง ก็ยังเฉยค่ะ อีคำเนี้ย
ก็แค่คำพูดเน่า ๆ เท่านั้นเอง แถมยังถือว่าเป็นคำชมนิยมในตัวอีแอ๋วไปซะงั้น
อันนี้อย่างที่แอ๋วเคยคิดค่ะ คำบริภาษ คำด่า และการกล่าวในเชิงดูถูกเยาะเย้ย
ล้วนขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เป็นต้นว่าวัฒนธรรม ลักษณะความซับซ้อนของภาษา
ที่สำคัญการรับรู้ของคนฟัง และลักษณะอารมณ์ของคนพูดและคนฟังในขณะนั้น
แล้วในความรู้สึกของกะเทยอย่างเดี๊ยนกับคำว่า "สำส่อน" นั้นรุนแรงเพียงใด
ถ้าในอารมณ์ปกติ แอ๋วเฉยมากค่ะ แถมถ้าพูดกันในหมู่เพื่อนฝูงด้วยกันแล้ว
ยิ่งเฮฮาปาร์ตี้ ไม่ได้คิดว่าเพื่อนกะเทยกำลังด่าเราเลยแม้แต่น้อย ก็แหม
กะเทยน่ะ คำก็ด่า สองคำก็ด่า ชิมิคะ แต่ที่จริงไม่มีอะไรเลยในคำพูดเหล่านั้น
"ต๊าย นังแอ๋ว อีกะเทยบ้านนอกคอกนาโสภีพรรณรายไม่เคยคิดจะเจอ
หล่อนมานั่งเลิศเชิดในผับนี้นะยะ เพิ่งรู้ว่า ขยายรัศมีทำการ
สำส่อนไกลมาจรดอีกฝั่งของพระนครแล้ว ตกลงหล่อนแดก
ผู้ชายหมดจังหวัดแล้วชิมิ ถึงได้ถ่อสังขารมาถึงเมืองหลวงได้
นี่คงจะฟาดแท๊กซี่ไปแล้วซิเนี่ย หน้าตาเปล่งปลั่งอสุจิเชียวนะยะ"
ก็ตามนั้นค่ะ ขี้เกียจบอกว่า อีแอ๋วโต้กลับไปยังไง ก็ตามระเบียบวิธีของกะเทยค่ะ
แรงเลิศมา ก็ตอกกลับไปยกกำลังแปด แต่เป็นการพูดคุยอย่างสนุก ไอ้คำหยาบคาย
เหล่านี้หาได้สะกิดต่อมในจิ๋มให้ระคายเคืองเลยแม้แต่น้อย ต่อให้แรงกว่านี้ ก็เฉยค่ะ
แต่ในกรณีที่คนนอกหรือคนที่ไม่ได้เป็น พูดคำนี้ด้วยเชิงดูถูกเหยียดหยาม
แอ๋วก็จะต้องมองก่อนค่ะว่า ตกลงพวกเราชาวสีม่วงรุ้งเรืองรองเป็นอย่างนั้น
หรือแสดงพฤติกรรมในทำนองแบจิ๋มรองรับกระปู๋ทั่วราชอาณาจักรไหม ?
เพราะเท่าที่สังเกตในเชิงภาษา คำนี้ "สำส่อน" ใช้กับผู้หญิงและกะเทยเท่านั้น
ไม่มีใครเอาไปใช้กับผู้ชายเลย โดยเฉพาะในสังคมไทยที่ผู้ชายเป็นใหญ่
ไอ้ผู้ชายที่มีหำเป็นอาวุธทิ่มแทงจิ๋มไปทั่วโดยไม่เลือกลูกเขาเมียใคร
กลับเป็นที่ยกย่อง ได้รับเกียรติสูงสุด และกลับใช้คำว่า "เจ้าชู้ประตูดิน" แทน
ไม่ยุติธรรมเอาเลยชิมิคะ
กะเทยโดยลักษณะทางกายภาพ มีความเป็นผู้หญิงและผู้ชายอยู่ในตัวอยู่แล้ว
และมันจะขึ้นลงตามเงื่อนไขและสภาพการณ์ค่ะ และหลากหลายจนยากจะสาธยาย
แต่แอ๋วจะบอกคร่าว ๆ ว่า ในความเป็นผู้ชายของกะเทยนั้น มักจะปรากฎให้เห็น
ในหลายลักษณะ เช่น กะเทยบางสายพันธุ์แมนมากกว่าผู้ชายหน้าตัวเมียบางคน
ห้าวหาญในการตัดสินใจ (ผู้บริหารในบ้านเราบางคนก็แอบค่ะ) เด็ดเดี่ยวก็ได้นะคะ
พอวิญญาณความเป็นหญิงเข้าสิง ฮอร์โมนสูบฉีดทั่วร่าง กะเทยก็สาวสะพรั่ง
กลายเป็นแม่บ้านแม่เรือน งอแง งี่เง่า ละเอียดถี่ถ้วน ทำเรื่องหยุมหยิมให้ใหญ่โต
มันผสมกันอีรุงตุงนังจนกลายเป็นกะเทยกลาดเกลื่อนเมืองอย่างที่เห็นล่ะค่ะ
เพราะกะเทยเป็นสิ่งมีชีวิตที่พยายามแสวงหา "สิ่งที่ขาด" จากชีวิตมาเติมเต็ม
การที่เราจะเห็นกะเทยสามารถมีเพศสัมพันธ์ แสวงหากระเจี๊ยวมาปรนเปรอบำเรอกาม
แม้กระทั่งในห้องน้ำ ตามที่ลับในมุมอับคน หรือบนรถโดยสาร จึงไม่ใช่เรื่องแปลก
กะเทยที่ไม่สวย หรืออาภัพอับจนวาสนาในรูปสมบัติ มักจะเลือกที่จะทำแบบนี้
กะเทยไม่ท้องนี่คะ อย่างดีก็รูทวารฉีกขาด หมอเย็บให้ได้ค่ะ พักรบสักระยะ
พอหายดี ก็กลับไปเบิกทวาร หาอะไรทิ่มเล่นเหมือนเดิม วนเวียนไม่รู้จบสิ้นค่ะ
ในระดับการรับรู้ที่สูงขึ้น ในสังคมที่เกย์จับคู่กันเป็นเรื่องเป็นราว และชัดเจนใน
การมีชีวิตคู่แบบเปิดเผย การสำส่อนจะกลายเป็นประเด็นร้อนที่ทำให้คู่ชีวิตเกย์
หรือกะเทยต้องเตียงหัก แตกกันจนมองหน้ากันแทบไม่ติด ด้วยความอยากไม่รู้พอ
ก็มีหลายคู่ที่ใช้ "พันธสัญญา" ด้วยการครองคู่ตุนาหงันอย่างชัดแจ้งให้โลกรู้
แต่ก็มีเงื่อนไขนิดนึงว่า ต่างคนต่างสามารถหาความแปลกใหม่ทางเพศรสได้อย่างอิสระ
จึงไม่น่าแปลกอะไรที่ผัวเกย์จะเจอเมียกะเทยตัวเอง แรดในซาวน่า นั่งโย่กับเกย์ล่ำ
ในขณะที่ตัวเองกำลังเกี่ยวก้อยกะเทยรุ่นเยาว์พาไปเบิกทวารในห้องลับด้านบน
ซึ่งเป็นความซับซ้อนของสังคมที่ใครหลายคนอาจจะยอมรับและไม่เห็นด้วย
สำหรับแอ๋ว นี่คือวิถีชีวิตที่พวกเราเลือกค่ะ สำส่อนหรือเปล่า อันนี้แล้วแต่จะพิจารณา
ในโลกอุดมคติ กะเทยทุกนางต่างต้องการมีใครคนหนึ่งเพียงผู้เดียวมาร่วมชีวิต
เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของกะเทยผู้ด้อยจิ๋มเป็นของตัวเอง และอยู่ไปจนกว่าจะลาโลก
กะเทยก็เลยต้องกินแห้วมาตลอด ไม่มีใครอยากใช้ชีวิตกับกะเทยปลอม ๆไปทั้งชีวิต
ด้วยประสบการณ์ถูกทิ้ง โดนผู้ชายหลอกสมบัติพัสถานจนแทบหมดเนื้อหมดตัว
ตอนหลังพออยากกินผู้ชายตัวซีดตัวสั่น ก็เลยหันไปหาผู้ชายแบบชั่วครั้งชั่วคราวกิน
น้ำแตกก็แยกกัน หรือจ่ายเงินแลกความสมปรารถนาทางเพศ เป็นอันเจ๊ากันไป
กะเทยสำส่อนหรือเปล่า ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของแต่ละนางเป็นตัวกำหนดค่ะคุณขา
ถ้ากะเทยนางใด เห็นเครื่องเพศผู้ชายเป็นแค่เครื่องบำบัดทางอารมณ์ของตัวเอง
เอาผู้ชายในรัศมีทำการแบบไม่เลือกเป้าหมาย ขอให้ถูกใจ หำใหญ่ หน้าเน่าแค่ไหน
ก็กิน ฟาดหมด แถมยังเลยเถิดไปฟาดลูกเขาผัวคนอื่นหน้าตาเฉย ปราศจากยางอาย
แอ๋วว่าอีนังพวกนี้ สำส่อนโดยสมบูรณ์ค่ะ
ถ้ากะเทยนางใด สนุกสนานในเพศรส และกินผู้ชายอย่างมีความคิด
พยายามกินผู้ชายด้วยหัวสมอง ไม่ใช่แค่ตัณหานำหน้า และน้ำแตกตามหลัง
แม้จะกินเป็นพันดุ้นในหนึ่งเดือน แอ๋วก็ว่าแค่แรดนะคะ ไม่ถึงกับสำส่อน
ตราบใดที่ยังกินผู้ชายในสารบบ ไม่ดันทุรังคว้าผัวชาวบ้านมาประทังความหิว
ถ้ากะเทยนางใด วางตนห่างไกลจากกระเจี๊ยว ตั้งหน้าตั้งตาเก็บจิ๋มพรหมจรรย์
รอผู้ชายในฝันมาทิ่มมาแทงด้วยความรักบริสุทธ์ ไม่เคยมีใครได้ล่วงประตูทวาร
แอ๋วฟันธงว่า อีนังนี่ไปบวชชีเถอะค่ะ หรือว่าคงตอแหล หรือไม่ก็ไม่ใช่กะเทย
แต่เป็นยีนด้อยของสายพันธุ์กะเทยอย่างแท้จริง
ไม่ว่าจะเป็นคำไหน สำส่อน ดอกทอง นังกะหรี่ อีกะเทยหิวหำ มันก็แค่คำพูดค่ะ
กะเทยไม่ได้สำส่อนกันทุกนางนะคะ ต่างคนมีความคิดและวิถีชีวิตของตัวเอง
บางคนพอใจที่จะกินผู้ชายแบบไม่เลือก บางคนรู้สึกดีที่ได้มีใครคนหนึ่งคนเดียว
ใช้ชีวิตร่วมกันโดยไม่ไปทำอะไรกับคนอื่นอีก หรือบางคนพอใจที่ใช้บริการ
ซื้อความสุขชั่วครั้งซื้อผู้ชายชั่วคราว ก็เป็นเรื่องที่เราห้ามปรามไม่ได้หรอกค่ะ
ตราบใดที่เรายังมีความอยาก มีความปรารถนาที่ไม่รู้จักจบสิ้น
กรณียกเว้นที่แอ๋วไม่ค่อยชอบก็คือ ถ้าคู่เกย์ใด ตกลงที่จะร่วมหอลงจิ๋มกันแล้ว
ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งดันสะแหลนไปหาเศษหาเลยนอกบ้านกินโดยไม่ได้รับการยินยอม
จากอีกฝ่าย แอ๋วถือว่า อีนี่สำส่อนเหมือนกันค่ะ แถมอีพวกนี้ยิ่งทำให้กะเทย
จิตใจมั่นคงที่ยอมใช้ชีวิตด้วย เกิดความไม่มั่นใจ หวั่นไหวไปกับความมักมาก
ของพวกนี้ แอ๋วว่าศิลปะในการครองคู่อาจจะช่วยเรื่องสำส่อนได้นะคะ
ยกเว้นจะเป็นกมลสันดานที่นอนเนื่องอยู่ในหัวใจเน่าเหม็นของเกย์สิ้นคิดบางตัว
อันนั้นก็คงต้องตัดหางปล่อยไปเข้าป่ากามดงราคะไป ปล่อยให้มันเน่าไปเอง
ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม แอ๋วว่า รูปแบบการหาความสุขทางเพศของกะเทย
เป็นแบบเปิดแล้วก็อิสระค่ะ ซึ่งคนจะใช้คำในเชิงดูถูกว่า "สำส่อน" แทน
กะเทยสำส่อน กับ กะเทยอิสระ ต่างกันโดยรูปคำแล้ว ยังต่างในเชิงพฤติกรรมด้วย
เพราะงั้นอย่าเอามารวมกัน ยกเว้นคุณจะด่ากราดด้วยความสะใจก็อีกเรื่อง
แอ๋วมีข้อคิดเห็นบางประการสำหรับกรณี สำส่อนหรือไม่สำส่อน
- จะสำส่อนแค่ไหน ถ้าไม่ได้หนักหัวใคร ก็ทำไปเถอะค่ะ
ที่สำคัญ ป้องกันตัวเองด้วยถุงยางละกัน - ถ้ามีคู่ชัดเจน แล้วยังดอกทอง ก็น่าตบนะคะ มีผัวมีเมีย
แล้ว ก็เลิกกะหรี่ เลิกสำส่อนได้แล้ว - กะเทยไม่ได้สำส่อนทุกนางค่ะ เพียงแต่แรดเฉย ๆ
- กะเทยไม่เสียหายถ้าจะสำส่อน แต่มันจะฉิบหายวายวอด
ด้วยโรคภัยไข้เจ็บที่มาจากความกะหรี่นั่นเอง - กะเทยไม่ใช่คูโบต้าค่ะ เพราะงั้นถ้ามีผู้ชายก็ต้องจับกิน
เรื่องธรรมดาสามัญประจำพวกเราค่ะ
ปัดจิ๋มลิขิต
- แอ๋วอยากเรียนสูง ๆ จังค่ะ แต่รู้สึกตัวเองไม่ค่อยเก่งน่ะค่ะ
ทำไงดีคะ เนี่ยเรียนก็งั้น ๆ เอาตัวรอดได้ก็บุญหัวแล้ว - มีคนบอกให้แอ๋วเอาเรื่องไปปรับภาษาใหม่ แล้วถ้ามันเลิศ
จะพิจารณาเอามาตีพิมพ์ค่ะ เอ มันน่าเชื่อถือไหมคะเนี่ย - อ่านมาถึงขนาดนี้แล้ว หลายคนบอกว่าชอบสไตล์แรง ๆ ของแอ๋ว
ถามต่อนะคะ มันเก๋พอที่จะเป็นหนังสือวางแผงได้หรือยัง ถ้ายัง
แอ๋วขาดอะไรไปคะ ที่จะทำให้หนังสือมันน่าสนมากขึ้น - เทอมนี้แอ๋วเรียนหนักมากค่ะ ไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิต
- เคยคิดว่า ฝรั่งฉล๊าด ฉลาด แต่เอาเข้าจริง ก็งั้น ๆค่ะ ดีตรงที่
เขากล้าแสดงออก ภาษีด้านภาษาดีกว่าเรา ก็เท่านั้น
edit @ 2006/02/04 10:36:29
สู้ต่อไปนะ ทาเคชิ ... อ้าว ไม่ใช่เหรอ .. คุณแอ๋วก็ได้ ....
#1 By * ~ หัวใจเดินทาง ~ * on 2006-02-04 07:15