ความหลากหลายของกะเทย
posted on 30 Jan 2006 07:43 by madambuffalo in Gaycopediaขอเม้าเรื่องผู้ชายพายเรือก่อนนะคะ แล้วค่อยตอแหลเรื่องของวันนี้กัน อันที่เดี๊ยนก็ไม่ได้อยากพูดเท่าไรหรอกค่ะ แต่คันจิ๋มก็เลยเอาซะหน่อย ถือเป็นการทบทวนความจำ และลองดูว่าอีเคสเนี้ย จะไปกันได้สักกี่น้ำ คืองี้ค่ะ เดี๊ยนกำลัง "ลวงเด็ก" อยู่นะคะ อ่อนกว่ากันโขค่ะ แถมเป็นฝรั่ง หล่อหรือเปล่า ไม่แน่ใจค่ะ รูปที่ลงในเว็บมันหลอกกันด้วยโฟโตช็อบได้ค่ะเพราะงั้น เท่าที่ดู อีแอ๋วก็พึงพอใจในระดับหนึ่งนะคะ คราวนี้มาแนวแปลกค่ะ คือปกติ นัดกันปุ๊บ ล่อกันเลยชิมิคะ แต่คราวนี้ไม่ใช่ฟัน ฟัน ฟัน อีกแล้ว แหม เดี๊ียนก็อยากจะโรแมนติกบ้างซิเคอะ ทางโน้นก็เห็นดีเห็นงามไปด้วย เราก็เลยเขียนจดหมายโต้ตอบ เขียนเพลงยาวกลับไปกลับมาเท่าที่เวลาจะอำนวย วิธีการกินผู้ชายของแอ๋ว เลยย้อนยุคกลับไปถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้นเชียวนะคะคราวนี้ แทนที่จะจับกินแล้วก็ชิ่งหนีปากมันแผลบ ก็หาได้ทำไม่ กลับจีบไปจีบมาอยู่นั่นแหล่ะ ใจก็คิดว่า เมื่อไรจะได้กินมันซะทีคะ แต่เห็นว่าทำแบบนี้มันชุ่มฉ่ำหัวใจใช่เล่นนะเนี้ย ถึงไม่ได้ทิ่มเอ๊ยโดนทิ่มให้สมใจ ก็เก็บไว้เป็นของว่าง เจ๊าะแจ๊ะยามเหงา เฉาปิ๊ก็ดีค่ะ
ไม่เอาแล้วค่ะ ขอจบประเด็นกะเทยลวงเด็กไว้เพียงเท่านี้ก่อนนะคะ เรามาเม้าท์เรื่องของเราละกันอันที่จริง แอ๋วก็ไม่ค่อยว่างหรอกค่ะ แต่เห็นว่า ถ้าคิดจะเอาดีเรื่องขีดเขียนเนี่ย ก็ต้องฝึกปรือชิมิคะ แม้จะไม่มีคนอ่านมากมายก่ายกอง ก็ถือซะว่า เป็นการเบิกทางให้อีคุณนายแอ๋วเข้าสู่เส้นทางนักเขียน อันนี้แอ๋วคิดจริงนะคะ แล้วก็คิดว่า สักวันถ้ามีคอลัมน์เป็นของตัวเอง หรือมีหนังสือสักเล่มออกพิมพ์ เดี๊ยนคงจะดีใจไม่น้อยนะคะ เฮ้อ คงอีกนานล่ะค่ะ กว่าจะมีบรรณาธิการหล่อ ๆ ไอเดียเลิศมาถูกใจแล้วก็จับเดี๊ยนเซ็นสัญญา อีแอ๋วไม่หมดหวังหรอกค่ะคุณขา ฝึกเขียน ฝึกเล่า ตอแหลไปเรื่อย สักวัน ปีกกล้าขาแข็ง ปากคอเราะร้ายกว่าเดิม ความฝันของกะเทยน้อยก็คงเป็นจริงซะที คุณผู้อ่านก็เอาใจช่วยด้วยนะคะ ตรงไหนควรปรับปรุง หรือมีคำแนะนำงามๆ ก็บอกมาค่ะแล้วถ้าเดี๊ยนมีโอกาสนั้นจริง จะสมนาคุณทุกคนให้สาแก่ใจเลยค่ะ โดยเฉพาะผู้ชายหล่อ ๆ นะค้า
เรื่องของเกย์ กะเทย แต๋ว เตย และพวกที่ยังสงสัยตัวเองว่าเป็นอะไรกันแน่ เป็นสิ่งที่คนทั่วไปอาจจะไม่เข้าใจ หรือนึกภาพออกเท่าไรนัก ถ้าไม่ได้เป็นซะเอง คิดดูซิคะ โดยทั่วไป ผู้ชายจะไม่ลุกขึ้นมาจิกตามองผู้ชายด้วยกันเองแน่ หรือทำไมรสนิยมทางเพศถึงได้เอนเองเทคะแนนล้านแปดมาที่กลุ่มเดียวกันซะนี่ มันน่าคิดใช่ไหม แล้วก็เคยสงสัยไหมคะ กะเทยน่ะ อาจจะไม่ชอบที่ให้ใครเรียก หรือจิกด้วยคำว่า "อีตุ๊ด" หรือ "อีกะเทย" ทั้งที่ความจริงก็เป็นนี่นา ปฏิเสธไปก็เท่านั้น กะเทยมีหลากหลายค่ะในสมัยนี้ ซึ่งก็มีใครหลายคนแตกแขนง อธิบายไว้เยอะแล้ว แอ๋วก็คงไม่เอามะพร้าวห้าวไปขายสวนหรอกนคะ ทุกคนน่าจะพอวาดภาพออก ว่าแบบไหนเกย์ แบบไหนกะเทย แล้วก็แบบไหนอีพวกแอบแต๋ว เก็บเงียบสนิท ไม่มีแพลมออกมาให้เห็นก็แยะค่ะ
สิ่งที่แอ๋วอยากจะพูด ก็คือ บุคลิกภาพเฉพาะของกะเทยโดยทั่วไปที่พบเห็นในสังคมทั่วไป ซึ่งแอ๋วเคยอ่านที่ไหนจำไม่ได้แล้วว่า ด้วยความรุดหน้าทางวิทยาการต่าง ๆ นานา รวมถึึงความหลากหลายของสังคมที่นับวันจะเริ่มซับซ้อนซ่อนเงื่อนเสียจนยากจะเข้าใจ ยิ่งทำให้ สปีชี่ของกะเทยเริ่มแตกยอด ออกแขนงไปจนจับรวมกลุ่มแทบไม่ครบถ้วน ที่แอ๋วอยากพูดเรื่องนี้ เพราะหลายคนในบ้านเรา ยังเอา "เกณฑ์" โบราณเหลาเหย่ เมื่อครั้งไดโนเสาร์ยังไม่รู้จักความสนุกของการช่วยตัวเองเมื่อล้านปีก่อนโน้น มาวัดความเป็น "กะเทย" หรือ "เกย์" ซึ่งมันเป็นการเจาะจงและดูไม่น่าเชื่อเท่าไรค่ะ ด้วยความที่เรามาถึงยุคเกือบถึงพระศรีอาริย์แล้ว ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะตัดสินใจเอาเองว่า ด้วยลักษณะแบบนี้ ด้วยบุคลิกเฉพาะอย่างนี้ มันเกย์ มันแต๋ว หรือเป็นน้องกะเทย
ที่น่าแปลกนะคะ เกย์ กะเทยเนี่ย แม้จะมีมาคู่โลกนานแสนนาน พอ ๆ กับหญิงและชาย แต่ตัวของแอ๋วเคยแปลกใจว่า คนป่าคนเขาชาวดอย หรือคนที่อยู่กับธรรมชาติเนี่ย ทำไมไม่ค่อยเป็นคะ ใครรู้ไหมคะว่า มีคนป่าเผ่าใด เป็นเกย์กันบ้าง มีใครทำวิจัยไว้บ้างนะ วานบอกด้วย อ้อ แอ๋วเคยคาใจค่ะ คนตาบอดหรือคนที่พิการทางหูก็มีเปอร์เซ็นต์ที่จะเป็นน้อยมาก มันเกิดจากอะไรคะ ทำไมคนป่าและคนพิการทางการรับรู้ ถึงไม่ได้มีแนวโน้มเกย์ในตัว น่าคิดนะคะ ใครพอมีข้อมูลช่วงบอกแอ๋วทีนะคะ อยากเอามาเขียนเป็นเรื่องเป็นราว
ว่ากันเรื่องของบุคลิกเกย์กันดีกว่าค่ะ เท่าที่คลุกคลีอยู่ในกลุ่มนี้มานานแสนนาน กลุ่มที่เเราเห็นโดยทั่วไป แล้วก็เหมาเอาหมดว่า กะเทยกับเกย์มีอะไรเหมือนกันหมด ชอบผู้ชาย รักผู้ชาย เอาผู้ชาย (และให้ผู้ชายเอา) สะดีดสะดิ้ง แรดเต็มพิกัด แล้วก็อารมณ์เกินหญิง เก่งเรื่องประดิษฐ์ประดอยหอยสังข์ เต็มไปด้วยจินตนการบรรเจิด ถ้าเราแยกแยะให้ดี กะเทยก็ไม่ต่างกับผู้หญิงหรือชายที่ต้องมี "บุคลิกภาพเฉพาะ" ซึ่งก็หมายความว่า คนเราไม่จำเป็นต้องเป็นไปตามบรรทัดฐานของสังคมหรอกค่ะ มันก็แค่แนวทางให้เราได้พิจารณาและนำไปปรับใช้เท่านั้น บนพื้นฐานของตัวเราเอง ชิมิคะ เกย์หรือกะเทย ต่างก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่สามารถสร้างความเป็นตัวเองของตัวเองได้
ขอยกตัวอย่างให้เห็นชัดเจนนะคะ อย่างกลุ่มผู้ชายหัวใจสีม่วงที่ดูแลตัวเองมากเป็นพิเศษในทุกเรื่องไม่มีอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว เผยออกมาให้เห็นว่า กูกะเทยค้า ใช้เวลามากมายในยิม มีกรุเครื่องสำอางมากกว่าหญิงแท้หลายเท่า แล้วก็ไม่ควงผู้ชายให้สังคมได้เห็นหรือเอะใจ มีคลับเฉพาะ มีสถานที่สำหรับการนี้โดยเฉพาะ ผู้ชายเหล่านี้ จะแรดเมื่ออยู่กับพวกเีดียวกันแล้วก็จะแมนมากจนกลายเป็นนิสัย ไม่ต้องหัด ไม่ต้องดัดจริตก็ไม่มีนิ้วกระดก ไม่มีจริต ต่อให้นั่งมองทั้งวัน ก็แทบจะไม่ออกว่า แต๋วหลบใน กะเทยในกมลสันดานนะคะคนนี้ พวกนี้มีเยอะมาก แล้วก็เริ่มกลายเป็นแฟชั่นที่กลุ่มรักร่วมเพศ เริ่มพยายามแปลงโฉม จากอีสะดิ้งเอวบางร่างน้อย หน้าตาออกแนวชะนี ปากคอเราะร้าย มาเป็นผู้ชายสุขภาพดี กล้ามเนื้อเต็มไปหมด หน้าตาปราศจากเครื่องสำอาง พวกนี้จะหาคู่ได้ง่าย เพราะเกย์ด้วยกัน (บางกลุ่ม) ไม่ชอบกะเทยสาวแตกค่ะ ด้วยเหตุผลกลใดไม่ทราบได้ ถ้าดูแม๊น แมน (แม้จะแต๋วแตกหลบในก็เถอะ) ดูเป็นนักกีฬา ยกขาให้แทบไม่ทันค่ะ ขายดีเ็ป็นเทน้ำเทท่า ไม่ต้องจิกหาที่ไหน ถ้าไม่หน้าเน่าจนเกินไป ก็จะมีผู้ชายมาให้กินมากมายก่ายกอง เลือกแทบไม่หวาดไม่ไหวเชียวนะคะ
อีกกลุ่ม เป็นกะเทยบ้าวิทยาการค่ะ พวกนี้ดูแล้วเหมือนพวกหมกมุ่นอยู่กับเทคโนโลยี หน้าตาและหุ่น ไม่ตอ้งพูดถึง หายากมากนะคะที่จะน่าชมน่ามอง ออกแนวอึด ๆ ต๊อง ๆ วัน ๆ ก็ติดตามแต่ความก้าวหน้าของโลกผ่านจอคอมฯ แล้วก็บอร์ดเกย์ โหลดภาพผู้ชาย โหลดหนังโป๊เกย์ดูไม่ซ้ำแต่ละวัน ไม่สนใจตัวเอง ไม่ใส่ใจกับสุขภาพเท่าไรนัก หมกมุ่นอยู่กับความฝัน ไม่กล้าออกไปเผชิญกับโลกภายนอก หรือติดต่อผู้คนทั่วไป เครื่องคอมพิวเตอร์ออนไลน์แทบจะตลอดวัน อินเตอร์เน็ตเป็นปัจจัยจำเป็นต่อการดำรงชีพ เพราะพวกนี้ระบายความใคร่และความอัดอั้นตันใจผ่านจอคอมพิวเตอร์เท่านั้น ถ้าคนไหนกล้าหน่อย ก็จะชักว่าวโชว์ผ่านแคม ไม่โชว์หน้า โชว์เจี๊ยวทั่วโลกแบบสาแก่ใจ พวกนี้น่าสงสารค่ะ กว่าจะรู้ตัวก็แทบถอนตัวไม่ขึ้น หรือไม่ก็จมอยู่ในโลกตัวเลขไปทั้งชีวิต
"กะเทยนักวิชาการ" แฝงตัวอยู่ในวิชาชีพทีไ่ด้รับการนับหน้าถือตาสูงของสังคม เป็นอาจารย์ชื่อดังในมหาวิทยาลัย เป็นนักวิจัยมือฉมัง เป็นนักวิเคราะ์ห์ฝีมือเฉียบ กะเทยเหล่านี้ สร้างแรงกดดันเองด้วยการสร้าง "สถานะทางสังคม" ที่ทำให้ยากที่จะเผยตัว มักจะมีคู่ขา หรือมีคนรู้ใจชัดเจน ไม่มากคู่ ไม่สำส่อนค่ะ (ส่วนใหญ่) วาจาดี มาดนิ่ง รสนิยมในทางเพศ มักจะเก็บกดไว้ลึกสุด เก็บไว้ตามซอกม้าม และหลืบตับ กลัวคนเห็น ยิ่งอายุมาก ก็ยิ่่งต้องการมาก เพราะเก็บกดไว้ซะนาน บางคนแต่งงานแต่งการด้วยความจำยอม แล้วก็ต้องออกมาแสวงหาความสุขสีม่วงนอกบ้าน ปล่อยให้ผู้หญิงค้างเติ่งไปทั้งชีวิต หรือจนกว่าจะตาสว่าง เลิกเห็นกะเทยเป็นดอกบัวซะที เมื่อนั้นก็หมดสิ้นชีวิตคู่จอมปลอม กะเทยนักวิชาการมักจะมีวงจรชีวิตที่ตึงเครียด เต็มไปด้วยเงื่อนไขของชีวิตที่สร้างขึ้นมาบางครั้งบอกไม่ได้ว่า ชีวิตต้องการอะไรระหว่างความสุขทางเพศ และสถานะทางสังคม เลือกยากค่ะ แอ๋วเข้าใจ เพราะมันเป็นสิ่งที่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจเฉพาะบุคคล
อีกพวก อีแอ๋วขอตั้งฉายาว่า "สับสน" พวกนี้อยู่ในช่วงรอยต่อของการแปลงร่างค่ะ บางครั้งก็แข็งกร้าว ไม่ยอมรับว่าตัวเองเ็ป็นกะเทย เป็นชายรักชายสีม่วงเรืองรอง พอสัญชาตญาณภายในแรงกล้า บางครั้งก็เผยหลุดความเป็นกะเทยออกมาแวบวาบ มองผู้ชายด้วยหัวใจระทวยจ๊วยแข็ง แต่ก็ได้แต่มองแล้วก็ฝันกลางวันเอา ด้วยความที่ยังเป็นช่วงตัวอ่อนของกะเทยค่ะ ในโอกาสหน้ามีแนวโน้มที่จะเป็นเต็มตัว เมื่อได้รับแรงสนับสนุน ได้รับบทเรียน หรือว่าโดนทิ่มไปหนึ่งดุ้นพอให้รู้รสแห่งความเสียว เมื่อนั้นกะเทยอ่อนโลกที่ยังปฏิเสธตัวเอง ก็เริ่มยอมรับ แล้วก็สมัครเลือกเข้ากลุ่มที่ชอบ ขึ้นอยู่กับโครโมโซม แล้วก็การเลี้ยงดุ อาจจะเป็นหญิงสร้างนมถมปิ๊กันเลย ก็เป็นได้ หรืออย่างเบา ก็เป็นกลุ่มเกย์ที่พร้อมใจจะใช้ชีวิตคู่กับเกย์ฺด้วยกัน สนุกด้วยการบนเตียง
กลุ่มหนึ่งน่าสนใจไม่น้อย ก็คือ "กะเทยระยะสุดท้าย" กลุ่มนี้เริ่มทวีจำนวนมากขึ้น ตามจำนวนประชากรเกย์และกะเทยค่ะ กลุ่มนี้มีประสบการณ์และกามมาอย่างโชกโชน ผ่านพบความรัก ผิดหวัง ตัณหาราคะ ผู้ชายดี ผู้ชายใจหมา หรือเรื่องเสียวกระสันต์ พอมาถึงจุดหนึ่ง ซึ่งส่วนใหญ่มักจะล่วงเลยเข้าสู่วัยชรา หรือช่วงกลางคนสักห้าสิบหกสิบ บางคนเกิดภาวะผกผันค่ะ ต้องการผู้ชายมากขึ้น สเป็คก็เริ่มมากขึ้นโดยไม่ดูน้ำหน้าตัวเอง ผลก็คือ ต้องไปเช่าซื้ือเด็กขายน้ำมาบำรุงบำเรอ หรือเอาผู้ชายแท้วันเยาว์มาเลี้ยงต้อย พอมันชิ่งหนีพร้อมกับทรัพย์สมบัติ ก็กลายเป็นกะเทยแก่ใจสลาย แทบจะหายไปจากโลก แต่ทั้งหมดจะช่วยให้กะเทยกลุ่มนี้ กร้านโลก น่าจะเป็นที่ปรึกษาให้กะเทยวัยละอ่อนได้ ถ้าทำตัวให้เป็นผู้ใหญ่ทีีดีน่านับถือ ไอ้เรื่องเอาผู้ชาย ต่อให้แก่แค่ไหนมันเลิกไม่ได้หรอกค่ะ แต่ก็ควรรู้ว่าด้วยว่า ชีวิตไม่ได้มีแค่กระเจี๊ยวและอสุจิเท่านั้น ยังมีอะไรอีกมากมาย ชิมิคะ
ที่ว่ามาทั้งหมด ไม่ใช่สิ่งที่เป็นอะไรมากมายในสายตาของคนทั่วไปเท่าใดนัก ก็แค่กะเทยแต่สำหรับแอ๋ว ชีวิตพวกเราไม่ได้อาภัพ หรืออับจนหนทาง เหมือนใครหลายคนเข้าใจนะคะเราเลือกทางที่จะเป็นเองได้ โดยไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน เพราะเราเป็นสิ่งมีชีวิตทรงพลังพวกเราอาจจะดูเรื่องมาก ดูตอแหลวุ่นวายและ "ถูกทำให้แปลกแยกจากสังคม" แต่เราไม่ยอมแพ้กันหรอก ชีวิตเราอยู่ในมือของเราเอง เราไม่ยอมให้ใครมาทำให้เรารู้สึกแย่ไปกว่านี้ สวยเลิศเชิดค่ะคุณขา
แม้ว่าผู้ชายและหำน่ารับประทาน จะมีอิทธิพลกับการตัดสินใจของเราอยู่บ้างก็ตามพอเราหายตาบอด เราก็จะเห็นแจ้งเองว่า ผู้ชายไม่ได้มีดีแค่ตรงหำค่ะ ชิมิคะ
ปัดจิ๋มลิขิต
- ลองปรับขนาดฟอนท์ดูนะคะ กว่าจะได้ทำ เล่นเอาสมองกะเทยแทบเสื่อมค่ะ ทำไม่เป็นนี่คะ ก็เดาเอา ไม่รู้ว่าจะถูกใจคุณพี่ คุณป้ากันหรือเปล่า
- แอ๋วไม่รู้ว่าพี่ดีเจขวัญใจของเดี๊ยนเป็นอะไรไป จะว่าประจำเดือนมาก็คงไม่ใช่ งั้นแอ๋วคอยให้กำลังใจอยู่ตรงนี้ละกันนะเจ้าคะ
#1 By babypowder on 2006-01-30 08:34