ฮีโร่ของกะเทย

posted on 06 Dec 2005 08:19 by madambuffalo  in QueerLife


ถ้านับระยะห่างระหว่างฉันกับพ่อ ฉันก็บอกไม่ถูกเหมือนกัน
ไอ้ความเหินห่างที่ว่า มันไกลสุดลูกหูลูกตาแค่ไหน
ฉันรับรู้แต่ความเมินเฉยด้วยความไม่สบอารมณ์ของพ่อ
ที่ฉันไม่ได้เป็นลูกชายจริง ๆ อย่างที่พ่อต้องการเหมือนกับน้องชาย
ฉันกลับแข็งขืนและดึงดันที่จะเป็นตัวตนที่แท้จริงที่พ่อเกลียด
ถึงพ่อจะไม่แสดงออกว่ามาแบบชัดเจนในความไม่พึงพอใจ
การแสดงออกความเป็นชายหัวใจเกินหญิงของฉัน
ที่ฉันจงใจเผยออกมาให้เห็นมากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อขัดใจใครบางคน
แต่ฉันผู้เป็นลูก สัมผัสกับความอึมครึมนั้นได้มาตลอดชีวิต
เปล่านะคะ ฉันไม่ได้เกลียดหรือโกรธพ่อเลยแม้แต่นิดเดียว
ฉันแค่รู้สึกน้อยใจบ้างในบางครั้งตามประสาเด็ก ๆ ที่ยังไร้หัวคิด
ยังเต็มไปด้วยความรู้สึกมีตัวเองเป็นศูนย์กลาง เหมือนจะขาดรัก
เอาเข้าจริง ฉันไม่ได้ขาดหรอก แต่ฉันปฏิเสธที่จะรับมากกว่า

ตอนฉันยังเด็กฤทธิ์เดชกะเทยยังไม่ร้อนแรงเท่าใดนัก
อาจจะมีแววสวย (ของตาย)และแววกระแดะอยู่บ้างถ้าสังเกตให้ดี
เพราะฉันตอแหลเป็นตั้งแต่เล็กแต่น้อย พูดเป็นต่อยหอยไม่หยุดปาก
มีจริตจะก้านตามประสาดอกกะเทยเพิ่งแรกแย้ม ดูแพรวพราวใช่ย่อย
พ่อแม่ฉันแม้จะเห็นก็ได้แต่ส่ายหน้า ไม่รู้จะจัดการกับฉันยังไงดี
ที่สำคัญทั้งชีวิตพ่อแม่ฉันทำงานหนักมาก แทบไม่ได้พัก หัวไม่วางหางไม่เว้น
บางวันฉันแทบไม่เห็นหน้าเอาเลย ทั้งที่เพิ่งกลับมาจากโรงเรียน
เสาร์อาทิตย์กว่าจะได้เจอหน้ากันก็เป็นเย็นย่ำค่ำมืดโน่น
ฉันไปเรียนพิเศษ น้อง ๆ ก็ไปกันตั้งแต่ไก่มันยังไม่ทันแปรงฟันเสร็จ
พ่อแม่ฉันออกไปล่วงหน้าเรียบร้อยแล้ว บางทีก็ไปส่งน้องตามโอกาสอันควร
ฉันจึงมีเวลาเหลือเฟือที่จะเป็น เจ้าหญิงประจำบ้าน เลิศชิมิคะ
เป็นราชนิกูลที่ปราศจากบริวาร นอกจากมีอากงเล่นเป็นเพื่อนเท่านั้น

"อากง" เป็นญาติผู้ใหญ่ฝ่ายพ่อ ที่ถ้านับวงศาคณาญาติกันให้ดีแล้ว
ไม่ได้มีความเกี่ยวโยงกันโดยตรง แต่ด้วยความที่อากงเคยดูแล
เคยประคบประหงมพ่อในวัยเด็กมาก่อน พ่อจึงรับกงมาไว้ในบ้าน
ให้สิทธิ์ตามสมควร มีที่หลับที่นอน พาไปหาหมอตามนัด
และทุกคนต้องเคารพกงเหมือนกับเป็นกงจริง ๆ ทุกประการ
ที่สำคัญอากงของฉันไม่เหมือนใคร ฉันกล้ารับประกัน
เพราะฉันคิดว่ากงเท่ที่สุดในโลก

แม้อากงจะเดินเหินได้ด้วยตัวเองกับไม้เท้ากายสิทธิ์คู่ใจ
แต่ก็ต้องพักกันบ่อยหน่อย เรียกได้ว่า กายไม่ให้ แต่หัวใจเต็มร้อย
เดินไม่ถนัด ไม่แข็งแรงเพราะข้อเสื่อม ไม่ได้ทำให้กงยอมแพ้เลย
อากงชอบนั่งในออฟฟิสแล้วก็มองดูความเป็นไปของคนอย่างเงียบๆ
และในบรรดาญาติผู้ใหญ่ตระกูลเดียวกันนับได้ล้านแปดสิบเอ็ดแสน
มีอากงนี่แหล่ะที่ไม่เคยทำให้ฉันเจ็บช้ำน้ำใจเลยแม้สักครั้งเดียว
คอยให้กำลังใจแบบคนแก่ และเป็นตู้เอทีเอ็มยามฉุกเฉินของฉัน

พอทุกคนออกไปจากบ้าน และฉันไม่มีเรียนพิเศษอะไร ๆ
ดูการ์ตูนจบ ก็จะเริ่มหาทางก่อกวนความสงบของอากงแก้เบื่อเล่น
ด้วยการแอบไปดูอากงในห้องนอนอย่างเงียบเชียบ
เพราะอากงมักจะหลับกลางวันบ่อย ๆ ทั้งที่นั่งอยู่บนโซฟาประจำ
ฉันชอบไปนั่งตรงหน้า แล้วก็มองคนแก่ที่น่ารักตรงหน้าโดยไม่ได้ปลุก
แต่เหมือนอากงจะรู้ตัวว่ามีหลานตัวแสบมารบกวนการงีบกลางวัน
ก็ม้กจะตื่นขึ้นมาแล้วก็ถามคำถามเดิม ๆ เสมอว่า

"อ้าวอาตี๋ใหญ่ มาตั้งแต่เมื่อไร กงหลับไปตอนไหนเนี่ย มีอะไรเหรออาตี๋"

อากงติดปากที่จะเรียกฉันว่าอาตี๋ใหญ่ หรืออาตี๋ค่ะ อย่าแปลกใจ
เพราะฉันดันเกิดมามีจู๋ติดตัว จะให้เรียกหมวย กงคงลำบากปาก
ยังไงก็เรียกมาเถอค่ะ ฉันสวยไม่ว่าจะเป็นตี๋มีจู๋ หรือหมวยไร้จิ๋ม

"เปล่าหรอกกง ก็แค่เข้ามาดูคนแก่สับปะหงกเล่นอ่ะ ตลกดี"

"เออ เอ็งไม่แก่มั่งก็แล้วไปนะ กงน่ะหลับแต่มีนัยน์ตาเสือหูสิงโตเว้ย
แค่ได้ยินเสียงกุกกัก กงก็ตื่นแล้ว"

"ทำเป็นคุยไปนะกง วันนี้กงไม่ได้ไปไหนใช่ไหม ไปตลาดกันป่ะคะกง"

"เออ ก็ดี กงเบื่ออยู่บ้าน งั้นตี๋ใหญ่ไปเตรียมตัว กงขอเปลี่ยนเสื้อผ้า
แล้วก็ไปล็อคบ้านให้ดีด้วยนะ พ่อแม่เรากลับมาเห็นบ้านโล่ง เดี๋ยว
จะไล่กงกลับจีนไม่ทัน กงไม่อยากไปตายที่โน่น"

"กงอย่าลืมเอากระเป๋าตังค์ไปด้วยนา ของสำคัญห้ามลืมเด็ดขาด"

"เออ นี่กงสังหรณ์ใจว่าจะโดนหลานปล้นหมดตัววันนี้อีกแล้ว"

ฉันเองเวลาอยู่กับอากง แทบไม่ต้องแสร้งเงียบขรึมหรือเก็กแมนใส่สักนิด
บางครั้งพอติดลมบน ฉันก็หลุดแต๋วแตกออกมาเอง กงก็งงในช่วงแรก
พอนานวัน คงจะชินมั้ง และรับรู้จากปากพ่อและแม่ประกอบกัน
คงไม่มีทางที่กงจะไม่รู้ว่าฉันเป็นอะไรระหว่างตี๋ใหญ่ กับอาหมวยล่ำ
ซึ่งฉันพึงปรารถนาอย่างหลังมากกว่าหลายเท่านัก

บ้านฉันอยู่ติดตลาดใหญ่ของตัวเมืองต่างจังหวัดบ้านอกบ้านนา
เดินไปไม่กี่ก้าวก็ถึงแผงขายของประดามี สุดแต่จะเลือกซื้อ
ฉันก็เดินกระหยองกระแหยง บิดตูด พยุงอากงไว้เป็นระยะ ๆ
สลับกับชายตามองผู้ชายในตลาด เจอหล่อก็หยุดนานหน่อย
เจอล่ำนิดนึง ก็แทบจะถลาไปซบอก กะเทยน้อยบันเทิงเป็นที่สุด
อากงทำกับข้าวได้แล้วก็อร่อยด้วย ช่วงหลังยืนนานแล้วปวดหลัง
ก็เลยไม่ค่อยทำอะไรให้กินเท่าไร ปล่อยให้แม่บ้านเป็นคนทำหมด
ซึ่งก็ต้องจำยอมกินกับข้าวรสชาติพิลึกพิลั่นกันไปแค่ไม่อดตายเท่านั้น
นาน ๆ ถึงจะได้พ้นนรกในครัวไปกินนอกบ้านซะทีนึง แต่ก็ไม่บ่อยนัก

อากงเป็นชายชราที่ร่าเริงที่สุดและมองโลกในแง่ดีมากที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็น
กงไม่เคยดุใคร ไม่เคยตีใครแม้แต่แปะเดียว หลานกี่คนอากงช่วยเลี้ยงมาหมด
ตอนที่ยังแข็งแรง ยังไม่ได้ผ่าตัดสันหลัง อากงทำงานช่วยพ่อกับแม่หลายอย่าง
ผ่อนแรงของบ้านได้โข เงินเดือนก็ไม่ต้องให้เท่าไร เพราะอากงมีเงินกงสีพอตัว
แถมยังเหลือให้ฉันรีดไถยามขาดแคลนได้ตลอดเวลา คุณสมบัติคับแก้วจริงๆ

เราสองคนเดินเป็นพระยาน้อย (ภาคภาษาจีน) ชมตลาดกันอย่างเบิกบาน
ไอ้ฉันก็กรี๊ดกร๊าด ทักทายแม่ค้าพ่อค้าที่รู้จักมักคุ้นกันแทบตลอดทาง
ประสาคนอัธยศัยดี หรือตอแหลได้ถ้วยโอลิมปิกนั่นเอง
อากงก็ใช่ย่อย มีคนทักทายตั้งแต่ต้นตลาดยันท้ายตลาด ไม่เบาเลยเชียว
ได้ของมาเต็มมือ ไข่เค็ม ผักสด ต้นคึ่นช่าย และขนมอีกสารพัด
พอเดินกันเหงื่อตกซิก อีหลานก็เริ่มเหนื่อยและหิวซกค่ะ
หูตาลายจนเกือบเขมือบลูกชายรูปหล่อของแม่ค้าขายปลาซะแล้ว
โชคดีเจอร้านโจ๊กขาประจำอยู่ตรงหน้า เดินไม่กี่ก้าวก็ถึง

"กง วันนี้กินโจ๊กเนอะ แอ๋วรู้ว่ากงอยากกินพอดี"

"เออ อาตี๋นี่ก็แปลก อยากกินเอง ทำไมต้องโบ้ยมาทางกงด้วยล่ะเว้ย
หิวก็เข้าไปกินกัน กงก็หิวหมือนกัน"

โจ๊กร้านนี้เขาขายมานานสืบทอดมาหลายรุ่น จนปัจจุบันน่าจะเป็นรุ่นหลานแล้ว
เพราะงั้นคนขายสองผัวเมียหน้าย่นเท่าหมาบลูด๊อกจึงรู้จักมักคุ้นกงของฉันอย่างดี
ฉันกินมาตั้งแต่เด็ก สูตรของฉันก็คือ

"โจ๊กไข่สองฟอง ขิงเยอะ ๆ พริกไทยให้หนัก ไม่ใส่เครื่องใน
ถ้าเผลอใส่มา มีหิ้วถุงไปคืน กระหน่ำหมูเยอะพิเศษ"

สั่งแบบนี้ทุกที ไอ้หมูเนี่ยก็ยังน้อยเท่าเดิม ไม่รู้มันพิเศษตรงไหน
กินกันมานานแล้ว ฉันชอบเอามากินกับปาท่องโก๋ตัวโตๆ กรอบ ๆ
ฉีกใส่ลงในโจ๊กร้อนควันฉุย แล้วซดไปพร้อมกัน กรี๊ด อร่อยลืมตายเลยค่ะ
ถ้าหิวมาก ฉันสามารถซัดได้สองชามติดทีเดียว เดินออกร้านแทบไม่ไหว
กงเองก็กินโจ๊กไร้หมูกระเพาะไม่ค่อยดีหนักขิงเท่านั้นเอง
นั่งซดใจเย็น ละเลียดกับชาร้อนกับกาแฟชงแบบโบราณหอมฉุย
ที่จริงถ้าไม่อิ่ม หรือฝูงน้องฉันไปกันด้วย ข้าง ๆ อีกฝั่งจะมีของว่างขาย
จำพวก เผือกทอด ปอเปี๊ยะทอด ก๋วยเตี๋ยวหลอด กุยช่ายสารพัดไส้
สามารถสั่งมากินกันได้อร่อยสนั่นโต๊ะ เรียกได้ว่าตระกูลฉันมาครบเมื่อไร
คนจ่ายตังค์บรรลัยเมื่อนั้น เพราะกินกันแบบไม่เกรงใจเลยค่ะคุณ
ฉันว่าที่บ้านฉันคงมีองค์ปอบลงค่ะ ทุกคนก็เลยกินเหมือนตายอดตายอยาก
ไม่ว่าคนไหนในบ้าน ก็กินกันแบบล้างบางวินาศสันตะโรทั้งนั้น

พออิ่มท้อง ฉันก็มีแรงตะแล๋ดแต๋ดแต๋เดินตลาดต่อค่ะ ฮึดค่ะฮึด
กงเองก็ยังพอไหว อาจจะเดินช้าลงบ้าง ก็ไม่เป็นไร ฉันเข้าใจ
ระหว่างทาง ถ้าเจอคนมักคุ้นของกง ก็จะเข้าไปคุยกันพอสมควร
ส่วนใหญ่คนรุ่นกงไปสวรรค์กันหมดแล้ว เหลือแต่รุ่นลูก ๆ ที่ยังคุ้นกับกง
เจอกันจำได้ ก็คิดถึงทักทายตามประสา กงน่ะหน้าบานตลอดทาง
ป๊อบปูล่ากันทั้งกงทั้งหลาน ไม่ยิ่งหย่อนกันเท่าไรเลยล่ะขอบอก

กว่าจะถึงบ้าน ก็ได้ของมาพะรุงพะรัง ฉันเป็นพลแบก ก็หนักกายหน่อย
บ่าแทบหลุด กงเองก็เหงื่อหยดติ๋ง แต่หน้าก็เปื้อนรอยยิ้มตลอดเวลานะ
ฉันมีความสุขที่ได้อยู่กับกง แม้กงจะเดินช้าระดับหอยทากก็ตามที
ที่สำคัญกงไม่เคยพูดตำหนิหรือบ่นให้รำคาญใจเวลาฉันหลุดสาวออกมา


"กงไม่ว่าอะไร ถ้าตี๋จะเป็นอย่างที่อยากเป็น กงรู้ว่าตี๋ใหญ่เป็นหลาน
ของกง และมันเปลี่ยนไม่ได้"

"แล้วกงไม่อายเหรอ เวลามีคนแซวว่า
กงมีอาหมวยเป็นหลานคนโตไม่ใช่อาตี๋ซะหน่อย"

"ไม่เห็นเป็นไรเลยอาตี๋ จะหมวยหรือตี๋ ก็หลานกง กงรักหมดล่ะ"

"แหม กงขา กงน่ารักที่สุดในโลกเลย
แบบนี้ต้องให้แอ๋วห้าร้อยบาทเป็นเครื่องสังเวยนะคะ"

"กงว่าแล้ว ดวงเสียเงินมันแรงตั้งแต่เห็นหน้าอาตี๋แล้ว
ก่อนโน้นกงให้ไปหนึ่งม่วงน่ะ หมดแล้วเหรอ"

"กงขา กงลืมไปแล้วเหรอคะ ว่าให้แอ๋วเมื่อเดือนก่อน
ป่านนี้เหลือรอดก็แปลกแล้วล่ะ
ขอเพิ่มนะคะ เป็นค่าขนมทุนสำรองก็แล้วกัน"

กงไม่ได้บ่นอะไรมากหรอกค่ะ ส่วนใหญ่ก็ควักดังหนึบให้ทุกที บางครั้งก็ให้เยอะ
บางทีก็ให้น้อยหน่อย แล้วแต่ฉ้นจะใช้กลยุทธ์ฉกตังค์จากกงได้เด็ดดวงแค่ไหน
ถึงไม่ใช้มารยา ถ้าจำเป็น กงก็เต็มใจให้อยู่แล้ว แอ๋วได้เยอะที่สุดในบรรดาหลาน
เพราะช่างประจบประแจง ฉอเลาะ ตอแหล ออดอ้อนเป็นเลิศ ภูมิใจค่ะ
นี่ถ้ากงหมดตัว ไม่ต้องสงสัยเลยค่ะ ว่าหลานตัวดีอีแอ๋ว ผลาญจนหมดสิ้น
แหม ไม่ได้ขอขนาดล่มจมหรอกค่ะ ค่าขนมนมเนย ค่าถุงยาง นิดหน่อยค่ะ
ไม่สิ้นเปลืองอะไรมากนัก ขนหน้าแข้งของกงไม่ร่วง (เพราะไม่มีให้ร่วง)
ช่วงแรกที่พ่อแม่รู้ กงกลับโดนบ่นว่าตามใจหลานเกินไป เดี๋ยวเคยตัว
กงก็รับปากไปงั้น พอฉันหาจังหวะดี ๆ กงก็แอบให้อีก เรียกได้ว่า
ฉันมีเงินไม่ขาดมือ มีกงเป็นแบ็คอับหนุนหลังให้ตลอดจวบจนบัดนี้

กงฉันเป็นคนฉลาด แม้จะไม่เคยเรียนหนังสือ ไม่เคยเข้าโรงเรียน
มาจากเมืองจีนปุ๊บ ก็ทำงานตั้งแต่หนุ่มยันแก่ ลืมตามาอีกทีก็ป่วยแล้ว
ต้องมาอยู่ที่บ้านนี้ แต่ด้วยความใฝ่รู้และมีเวลาเหลือเฟือกับการนั่งนอน
กงก็เลยหัดอ่านหนังสือเอาเอง จากทุกอย่างที่ขวางหน้า หนังสือพิมพ์
นิยาย รายการโทรทัศน์ แม้กระทั่งสมุดโทรศัพท์กงก็เอามาอ่านค่ะ
เพราะงั้นแวดวงดารา การเมือง กีฬา กงรู้หมด คุยได้เป็นคุ้งเป็นแคว
แถมโปรดละครเป็นที่สุด ดูมันทุกเรื่อง แย่งกับแม่บ้านเปลี่ยนช่อง
บางวันอินจัด ยังเอามาบ่นด่าพระเอกรังแกนางเอกให้ฟังอยู่บ่อยครั้ง
ฉันว่ากงตลกดี ไม่ได้เป็นคนแก่น่าเบื่ออย่างที่หลายคนไม่ชอบ

ฉันเคยพาแฟนหนุ่มซึ่งเป็นอดีตไปนานแล้วมาให้กงรู้จัก
เพราะฉันอยากรู้ปฏิกิริยาของกงว่าจะรู้สึกยังไงเมื่อหลานรัก
พาผู้ชายเข้าบ้าน และแนะนำให้กงได้มักคุ้นและพูดคุย

"กงขา วันนี้แอ๋วพาใครมาให้กงรู้จักด้วยล่ะ"

กงแหงะหน้าจากหนังสือพิมพ์ ยิ้มตาหยี แล้วก็วางหนังสือพิมพ์ลง
มองหน้าแอ๋วกับแฟนสลับไปมา

"ใครล่ะนั่น แฟนเราหรือเปล่า"

"ต๊ายกง เก่งจังทำไมรู้คะว่าแอ๋วพาผัวเอ๊ยแฟนมากราบกง"

"เออ เอาเข้าไป อาตี๋จะหาเรื่องไปถึงไหนนะเราน่ะ นี่พ่อแม่มาเห็น
เดี๋ยวบ้านก็ระเบิดลงหรอก"

"ไม่เป็นไรค่ะกง พ่อกับแม่ไปต่างจังหวัด กว่าจะกลับคงดึกเลยล่ะ
แอ๋วไม่ได้พามาทำอะไรซะหน่อยนี่นากง"

แฟนฉันก็ว่าง่ายค่ะ สมกับที่สิ้นคิดมาเป็นแฟนแอ๋ว
ให้ทำอะไรก็ทำหมดไหว้กงแล้วก็นั่งคุยกันไปเรื่อยเจื้อย
ฉันก็ตอแหลเหมือนเดิมตามประสาคนสว เพื่อจะดูท่าทีของกง
กงคุยกับแฟนฉันดี แล้วก็ไม่ได้ตีสีหน้าพิลึกพิกลให้เห็นเลย
แถมยังแซวฉันกระจายสมกับเป็นกงที่ฉันรักและเคารพ

"อาตี๋ กงไม่ได้ห้ามอะไรเรื่องของเรานะกงว่ากงผ่านโลกมาเยอะ
พอจะเข้าใจสิ่งที่ตี๋ทำและคิดในตอนนี้ พ่อแม่เราน่ะเขาเป็นห่วง
และรู้สึกว่า เขาเลี้ยงเราไม่ดี อาตี๋ถึงได้เป็นแบบนี้ อย่าไปโกรธ
หรือตำหนิพ่อแม่เลยนะตี๋ เขารักถึงได้พยายามทำแบบนั้นกับตี๋"

ฉันรู้ดี และกงเองก็พยายามย้ำให้ฉันคิดได้กับทั้งหมดที่เกิดขึ้น
เอาเถอะสักวัน ฉันคงได้มีโอกาสพิสูจน์ตัวเองว่า
กะเทยก็สามารถดูแลคนอื่นเป็น และพึ่งพาได้ ฉันหวังไว้เช่นนั้น

แม้ฉันตัดสินใจเรียนต่อที่นี่ ซึ่งคงใช้เวลาหลายปีดีดักถึงจะจบ
เพราะฉันมีสมองหมาปัญญาควายค่ะ เรียนช้ากว่าชาวบ้านเขา
รู้สึกใจหายเหมือนกันว่า ถ้าฉันกลับไปแล้วไม่มีกงอยู่เป็นขวัญใจ
ไม่มีกงนั่งกินโจ๊กด้วยกัน ฉันจะทำไงดี นึกแล้วก็อยากตบปาก
คิดอะไรน่ากลัวแบบนั้น แต่โลกมันไม่เที่ยงนี่คะ

ฉันอาจจะมีสัมพันธภาพค่อนข้างแย่กับพ่อกับแม่ทั้งที่เขาก็รักฉันนะ
แต่ด้วยกำแพงของความต้องการที่มันไม่ลงตัว ฉันจึงลำบากใจ
ฉันทดแทนความรู้สึกที่ขาดหายด้วยการรักกง และกงก็รักฉัน
รวมทั้งมีน้องชายที่เข้าใจความรู้สึกของกะเทยที่เป็นพี่ของมันอย่างดี
ฉันมีพี่เลี้ยงกับแม่บ้านที่กรี๊ดกร๊าดแข่งกันได้ยามฉันเหงาไม่มีใคร
แถมยังดูแลฉันหัวจรดตีน แทบไม่ต้องกระดิกตัวทำอะไรเลย
ฉันก็ยังกระแดะไปหาความรักจากผู้ชายนอกบ้านอยู่เรื่อยนั่นแหล่ะ
ทำไมนะฉันถึงไม่ใส่ใจกับรักของผู้ชายและคนในบ้านฉันซะที

ฉันเองน่ะ มีวีรบุรุษในดวงใจแล้วนะ
แม้จะเป็นแค่คนแก่ที่ไม่มีใครใส่ใจ
แต่สำหรับฉัน อากงสำคัญที่สุด
และฉันก็ไม่เคยรู้สึกว่าใครจะมาทดแทนได้

รักกงนะคะ

จาก

"อาตี๋ใหญ่ที่กำลังจะเป็นหมวยเต็มตัว"

ปัดจิ๋มลิขิต

  • คนอ่านขา เม้นทกันหน่อยนะเคอะ
  • รักพี่ดีเจค่ะ
  • รักพี่ดีเจเหมือนเดิม

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry





ยิ้ม ยิ้ม แล้วก็ยิ้ม

อยากไปเจอ ไปคุยกะอากงของคุณนายแอ๋วจัง
ท่านน่ารักดี ..
คุณนายแอ๋วกินโจ๊กสูตรเดียวกับผมเปี๊ยบ
กระหน่ำขิงและพริกไทย และหมูล้วน เหอๆ
(หมายเหตุ และต้องมีปาท่องโก๋แยะๆ)

#2 By Bickboon on 2005-12-06 09:51

เป็นผู้ใหญ่ที่แม่อายุมากแล้วแต่ไม่ปล่อยตัวแก่ตามโลกเลยนะคะ
ปรับตัวและใจให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ผู้ใหญ่อย่างนี้น่ารักที่สุดเลย ^^
(คิดถึงปู่ที่เชียงใหม่ กำลังไม่สบายอยู่ด้วยอะ ติดเรียนขึ้นไม่ได้ T^T รักปู่น้อ)
อากงน่ารักจัง

#4 By ลูกชิ้น on 2005-12-06 10:56

อย่างน้อยก็มีคนเข้าใจหมวยแอ๋วที่บ้านเนอะ
ป่านนี้อากงส่งemail ได้แล้วมั้งหนู...อิอิ

#5 By ยายแม่บ้าน on 2005-12-06 11:16

ว้าว...เป็นคนจีนซะด้วย อิอิ

#6 By ๏~ G♥J ~๏ on 2005-12-06 13:34

เป็นอากงที่น่ารักที่สุดเลยค่ะ

#7 By i-Palm on 2005-12-06 20:33

ฮี๊วว แมวชอบคนแก่จ๊าบๆที่สุด
อากงคุณนายนี่สุดยอดเลยค่ะ นานๆเจองี้ที

ว่างๆโทรไปหาแกบ้างนะคะ คนแก่จ๊าบยังไง ก็ต้องเหงาอ้ะ

ป.ล. อีพี่ดีเจสุดเลิฟของคุณนายแอ๋วนั้น มันเป็นเพื่อนเลิฟของเดี๊ยน เรียนกันมาตั้งกะป.1 ..ดังน้านนนน มีของมาเซ่นแมวไหมเคอะ?...

#8 By แมวหลอน haunted cat on 2005-12-06 21:57

อากงของคุณนายนี่เริ่ดนะค๊า ถ้าไม่ติดแก่นู๋จะขอให้คุณนายทาบทามให้นู๋ซักหนึ่งกระบวนท่า

#9 By อีแต๋วสนมมือขวา (58.147.76.63) on 2005-12-06 21:59

อ่านแล้วคิดถึงคุณยายคับ ท่านเสียไปนานแล้วล่ะ แต่อิมเมจประมาณนี้เปี๊ยบ แล้วก้อเป็นหญิงไทยทุกกระเบียด (ข้อที่เหมือนสุดก้อคงเป็น "เอทีเอ็ม" นี่แหละคับ)

#10 By cosmoguy on 2005-12-06 23:27

ดีจังเลย ที่ความห่างของอายุไม่ทำให้ปู่กะหลานคู่นี้ห่างกัน

#11 By s i n on 2006-02-19 09:57

บรรยายโวหาร ได้สละสลวย เรียบง่าย แต่เข้าใจ และเห็นภาพติดตามไปตามตัวหนังสือ ยอดเยี่ยมครับ คุณแอ๋วเขียนหนังสือสำนวนประมาณนี้ได้ยอดเยี่ยมมาก

คิดถึงคุณ หยก บูรพา อยู่กับก๋ง นะครับ สำนวนคุณ แอ๋ว อเวจี ไม่แพ้ หยก บูรพา ครับ

#20 By เสือภูเขา on 2006-09-04 15:58

ซึ้งจัง.....อ่านแล้วน้ำตาคลอเลย อยากให้ปู่กะตายังอยู่บ้าง จะได้มีเรื่องราวดีๆไว้ให้นึกถึงอย่างแอ๋วบ้าง

#22 By ศุ (58.136.50.179) on 2007-02-20 09:31

เสียดาย ที่คุณปู่เสียไปแล้ว

ถ้ายังอยู่คงมีความสุขมากๆเลย

ปล. อากง น่ารักมากจริงๆครับ

#23 By ตาแดง on 2007-03-09 13:57

เพิ่งเคยมาอ่านบล๊อคนี้ค่ะ
อ่านแล้วน้ำตาซึมเลยซึ้งใจจริงๆ
เราก็มีกงคนนึงท่านอายุ93แล้ว
จำอะไรไม่ได้แล้วนอกจากใช้ชีวิต
ไปวันๆตอนนี้เรามาดูแลท่านบ่อยๆ
ถึงท่านจะจำเราไม่ได้ก็เถอะ
แต่เราไม่เคยลืมความใจดีของท่านเลย
แม่แต่วินาทีเดียว

#24 By Shineiie..*~ on 2007-10-20 23:40

ก๋งพี่แอ๋วน่ารักจัง

รักก๋งด้วยคนค่ะbig smile

#25 By monomania (161.200.255.162) on 2007-11-04 03:30

เหอะ เหอะ อ่านทีไรยิ้มทุกที

#26 By P C S (203.170.177.161) on 2007-11-15 13:31

อากงน่ารักมาก ๆ เลย มีอากงแบบนี้ซักคนก็ดีนะHot!

#27 By _my_heart_ on 2007-11-16 11:36

อ่านแล้วอยากทานโจ๊ก 55+

#28 By bakabo (~^) on 2007-11-16 14:46

เขียนได้กินใจ นึกภาพตามเลยค่ะ อากงเป็นคนชราที่เท่ที่สุดเลยค่ะ อยากมีอากงแบบนี้บ้างจัง ถ้าอากงเรายังอยู่จะเป็นแบบนี้รึเปล่านะ(ท่านเสียก่อนพี่สาวเราจะเกิดอีกค่ะ)Hot!

#29 By General เบ๊ on 2007-11-16 14:48

มีความสุขกับการอ่านเอนทรี่นี้ครับbig smile

#30 By palermos on 2007-11-16 15:17

กลับมาอ่านก็ซึ้งเหมือนเดิมHot!

#31 By ยายแม่บ้าน on 2007-11-16 15:22

อากงของหนูก็น่ารักค่ะ อิอิ

#32 By Revamp on 2007-11-16 16:52

เป้นอากงที่น่ารักจริงๆครับ อ่านไปยิ้มไป big smile

#33 By Blade on 2007-11-16 17:19

คิดถึงลุง แกเสียไปแล้วอ่า

#34 By GOH-TIC on 2007-11-16 18:52

Hot! รักกงกับรักคุณพี่แอ๋วค่ะ
อ่านแล้วได้ความสุขใจconfused smile

#35 By Little Little on 2007-11-16 19:07

อ่านแล้วรู้สึกดีจัง คุณแอ๋วเขียนได้เยี่ยมเลยค่ะ surprised smile
เราไม่เคยได้คลุกคลีกับญาติผู้ใหญ่เลย เพราะแต่ละท่าน เสียไปตั้งแต่ก่อนเราเกิด มีแค่คุณตาคนเดียวที่เพิ่งเสียตอนเราโตแล้ว อดคิดไม่ได้ว่าถ้าได้อยู่กับญาติผู้ใหญ่ที่น่ารักเหมือนของคุณแอ๋วบ้าง ก็คงจะมีความสุขดีนะ

/me ขอมอบดราก้อนบอลให้อีก 1 ลูก Hot!

#36 By Piggy on 2007-11-16 20:19

ชอบมากๆครับ Hot! ให้ 1 ลูกเลย

#37 By Extinsions on 2007-11-16 20:41

บ้าบอร้องไห้อยู่คนเดียว อิจฉามากเลยค่ะ เกิดมาไม่เคยมีอากง ไม่เคยมีคุณปู่เลยด้วย อ่านแล้วน้ำตาซึมเลย ร้ายมากค่ะ

#38 By songsage on 2007-11-16 21:08

อือ....

อ่านมาหลายทีแต่ไม่ยักกะเคยเมนต์แฮะ

เมนต์เสียหน่อย แล้ววันหลังจะพยายามเมนต์เยอะๆค่ะ confused smile

หายากมากจริงๆคนแบบอากงของคุณนายเจ้าของบลอค
ผู้ใหญ่สมัยนี้มีแต่คนน่าปวดหัว ชอบคิดว่าสิ่งที่ตัวเองคิดน่ะถูกที่สุด คนอื่นถ้าคิดแตกต่างเมื่อไรเมิงตายแบบนี้เป็นต้น

มีคนแบบอากงสัก100คน โลกนี้คงน่าอยู่ขึ้นอีกจม double wink

#39 By Eami on 2007-11-16 21:13