ความหวังที่ปลายฝัน

posted on 02 Dec 2005 20:48 by madambuffalo  in QueerLife

ฉันนั่งที่ริมทะเลสาบ วางกล้องตัวโปรดไว้ข้างตัวเหมือนเคย
มองไกลออกไปสุดสายตา ภาพตรงข้างหน้าฉันในขณะนี้
สวยงามเกินใดเปรียบ บรรยากาศก็ดี ไม่ร้อนหรือหนาวจนเกินไป
ฉันมีโอกาสมากกว่าคนอื่นที่ได้มาใช้ชีวิตอยู่ในสถานที่ใครต่อใคร
ใฝ่ฝันอยากจะมา อยากมาใช้ชีวิตแบบฉันสักครั้ง
ใช่แล้ว ฉันมีโอกาสนั้นอย่างที่ใครก็คงคาดไม่ถึงซินะ
แม้ในความเป็นจริง ฉันไม่เคยรู้สึกเหงาและอ้างว้างขนาดนี้มาก่อน
ฉันกำลังโดนความเหงากัดกินหัวใจ จนแทบไม่เหลืออะไร

เมื่อมีเวลาว่าง ฉันชอบมานั่งพักที่นี่ มองดูผิวน้ำพริ้วไหวตามแรงลม
นั่งสังเกตความเปลี่ยนแปลงของปุยเมฆที่ลอยเล่นไปมาเบื้องบน
ถ้าฉันโชคดี ก็จะมีเป็ดน้ำคู่ผัวตัวเมียก็จะมาลงเล่นน้ำอย่างร่าเริง
โดยไม่ได้ใส่ใจมนุษย์อย่างฉันไม่ไกลเท่าไรนัก
วันไหนอากาศดี ฉันก็จะเห็นฝูงนกนางนวลบินมายืนออกันเป็นกลุ่ม
ภาพตรงหน้าทั้งหมด ทำให้ฉันผ่อนคลายและลืมความเหงาไปได้บ้าง
และฉันก็ได้ภาพสวย ๆ จากตรงนี้เสมอ ด้วยกล้องคู่ใจตัวนี้

ฉันคงใจดำมากมาย ที่ทิ้งทุกอย่างจากเมืองไทยโดยไม่หันหลังกลับไป
จนกว่าฉันจะประสบความสำเร็จอย่างที่ต้องการแม้จะต้องตายที่นี่ก็ตาม
ครอบครัวแม้จะไม่ได้อบอุ่นหรือมีอะไรมากมายอย่างใครคนอื่นเขา
แต่ฉันก็ว่าโชคดีกว่าใครที่ยังมีเขาเหล่านั้น และคงมีเสมอ
ตัวฉันต่างหากที่ละเลยตรงนั้นไป เพียงเพราะฉันต้องการวิ่งไล่ความฝัน
ตามหาสิ่งที่ฉันทำตกหล่นหายไปในระหว่างชีวิตแทบไม่หายใจหายคอ
โดยลืมเลือนคนสำคัญเหล่านั้นไปจนแทบหมดสิ้น

จะตลกไหม ถ้าฉันจะบอกว่า ไม่มีใครยอมรับในสิ่งที่ฉันเป็นเท่าไรนัก
ทุกคนในบ้านใช้วิธีมองข้ามสิ่งที่ฉันเป็น และคิดเอาเองว่าฉันเป็นอีกอย่าง
ฉันอาจจะเป็นเหมือนคนที่เข้มแข็ง และมั่นคงที่สุดในครอบครัว
แต่ถ้ามองให้ลึกและพิจารณาให้ดี ฉันนี่แหล่ะตัวอ่อนแอที่สุดในบ้าน
ฉันพยายามอย่างมากมายที่จะไม่อ่อนแอ ท้อแท้ให้ใครเห็น
เพราะฉันเป็นสิ่งที่เขาไม่ยอมรับ ก็หนักหนาสาหัสสำหรับพวกเขาแล้ว
นี่ถ้าฉันพึ่งพาไม่ได้ หรือไม่นำพาอะไรอีก ฉันก็หมดความหมายกระมัง

แต่บางครั้งมันก็กดดันฉันมากเหลือเกินที่จะเป็นอะไรอย่างเต็มที่สุดเหนี่ยว
อย่างที่หัวใจฉันร่ำร้อง เพียงเพราะสถานภาพทางสังคมที่ฉันต้องจำยอม
เมื่อฉันตัดสินใจเดินทางมาให้ไกลจากสถานกักกันตรงนั้น
ฉันมีอิสระทุกอย่างตามที่หัวใจต้องการ โดยไม่ต้องกลัวใคร
ไม่ต้องหวาดระแวงว่า ฉันจะทำให้ที่บ้านเกิดระคายหู เคืองสายตา
กับพฤติกรรมแปลกประหลาดผิดเพศ ผิดมนุษย์คนทั่วไป
ฉันเต็มที่กับชีวิตมากที่สุด เปิดตัวอย่างไม่เคยทำมาก่อนในชีวิต
ไม่ต้องซ่อนตัวตนไว้ภายใต้เปลือกหนาที่เรียกว่า "ผู้ชาย"

ถ้ามองอย่างผิวเผิน ฉันอาจจะดูมีความสุขที่ได้ใช้ชีวิตอย่างใจหวัง
ไม่มีใครมาคอยจับตา หรือจับผิดว่าฉันจะทำอะไรไม่โดนใจหรือไม่ถูกใจ
ทำอะไรเป็นการอับอายขายหน้า ไม่เป็นที่เชิดหน้าชูตาวงศ์ตระกูล
แต่ตรงกันข้าม ฉันแทบไม่ได้มีความสุขอย่างที่คิดเลยแม้เพียงน้อยนิด
ฉันพยายามไม่โทรกลับไปที่เมืองไทย เพราะฉันทำใจไม่ได้
ที่สำคัญฉันยังกลัวว่าฉันอาจจะต้องเสียใจถ้าฉันโทรกลับไป
ทั้งหมด ได้แต่คิดและสรุปความเอาเองทั้งนั้น

วันนี้ ฉันรวบรวมความกล้า ใช้ความพยายามอย่างที่สุด
หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์โทรปลายทาง

"ฮัลโหล จะพูดกับใครคะ" เสียงปลายสายคุ้นหูฉันกำลังพูด
"แม่...."

ฉันออกเสียงไปแค่นั้น ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ มันตื้อไปหมด
รู้สึกเหมือนมีอะไรจุกที่คอ

"แอ๋วเหรอลูก......"
"ฮะแม่ แอ๋วเอง"

"หายไปนานเลยนะเรา รู้ไหมว่าแม่กับพ่อเป็นห่วงแค่ไหน
ไม่ติดต่อกลับมาบ้าง ดีนะที่เห็นว่าเราน่ะโตแล้ว เลยวางใจ"

"ฮะ"

"ตั้งใจเรียนนะลูกนะ แม่ก็มัววุ่นกับงานกับเรื่องน้องๆ ทางนี้
พ่อเองก็สุขภาพไม่ค่อยจะดีเท่าไรลูก สามวันดีสี่วันไข้ตามประสา
พ่อเขายังโกรธเราอยู่ แต่ก็เผลอถามถึงเราเหมือนกัน
แม่รู้ว่าหนูโทรทางไกลมา มันเปลือง มีอะไรก็บอกแม่มานะ
อย่าเก็บงำไว้คนเดียว เดือดร้อนอะไรก็รีบบอก แม่จะรีบช่วย
รีบหาทางออกให้ จำไว้นะลูก"

"........"

"แล้วตัวแม่สบายดีไหมจ๊ะ"

"ก็สบายดีตามประสาคนแก่ล่ะ อาจจะมีแค่น้อยใจเจ้าลูกคนหนึ่ง
ไม่รักดี หนีอกแม่อกพ่อไปไม่บอกกล่าว ไม่ร่ำลา นอกนั้น
แม่ก็ถือว่าอยู่ได้ล่ะ.........."

ฉันได้ยินเสียงเหมือนสะอื้นปลายสาย เสียงของแม่สั่นเครือเล็กน้อย
แล้วก็พยายามกลับมาแจ่มใส ฉันรู้นะว่าแม่กำลังร้องไห้ ซึ่งไม่ต่างกับฉัน
ฉันน้ำตาไหลตั้งแต่ได้ยินเสียงแม่แล้ว ฉันยังเป็นลูกแม่เหมือนเดิม
ที่พูดน้อย และปล่อยให้แม่ระบายทุกอย่างเวลาแม่มีเรื่องทุกข์มีปัญหา
โดยที่ฉันเป็นแค่ฝ่ายฟังอย่างสุขใจและอบอุ่นอย่างประหลาด

"แม่ แอ๋วขอพูดสายกับพ่อหน่อยซิ"

"เดี๋ยวนะลูก เห็นพ่อเขาเดินไปหลังบ้านสักพักใหญ่แล้ว
ไม่รู้ว่าจะไปตลาดด้วยหรือเปล่า แม่ไปดูให้นะ"

"ขอบคุณฮะแม่"

ระหว่างรอสาย ฉันก็มองไปที่สายน้ำ มองดูครอบครัวเป็ด
ที่กำลังว่ายน้ำเล่นกันอยู่ไม่ไกลจากฉันเท่าไรนัก แล้วฉันก็ได้
ยินเสียงกุกกักอีกฝั่งหนึ่ง

"ฮัลโหล"

"พ่อหรือฮะ พ่อสบายดีไหม"

"อืม ก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก โรคเก่าน่ะ ไปหาหมอตามนัด
กินยา แล้วก็ระวังเรื่องอาหาร นอกนั้นก็ไม่มีอะไร
ส่วนงานก็อยู่ตัวแล้ว เหลือแค่รอพวกเราน่ะมาช่วยพ่อซะที
เรียนจบกลับมาช่วยงานที่พ่อวางไว้ พ่อเป็นอะไรขึ้นมา
จะได้เบาใจว่ามีคนสืบต่อสิ่งที่พ่อทำมาทั้งชีวิต"

แม้ฉันจะไม่ได้นำพากับคำพูดและเสียงบ่นของพ่อเท่าไรนัก
แต่อย่างน้อยฉันก็สบายใจที่พ่อยังมีแรงด่าแรงบ่นฉันอยู่
นั่นหมายความว่า พ่อสบายดี

"เออ โทรมามีอะไรหรือเปล่า"

"เปล่าฮะพ่อ แอ๋วแค่โทรมาหาเฉย ๆ"

"งั้นพ่อไปก่อนนะ มีนัดคุยกับลูกค้าแล้วไปงานเลี้ยงกับแม่เขา
มีอะไรก็โทรมาบอกก็แล้วกัน แค่นี้นะ"

"ฮะพ่อ"

ฉันขอสายพูดกับแม่เล็กน้อย จึงวางสายโทรศัพท์
นี่เป็นครั้งแรกในรอบปีที่ฉันโทรกลับไปบ้าน คุยกับพ่อและแม่
ฉันรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย ที่อย่างน้อยฉันก็ได้รับรู้ว่าพ่อแม่สบายดี
แต่ฉันลำบากใจเหลือเกินที่พ่อยังตั้งความหวังไว้สูงเหมือนเดิม
ที่จะให้ฉันกลับไปช่วยงานธุรกิจเล็ก ๆ ของเราที่บ้าน
ฉันพูดไม่ออกว่านั่นฉันคงต้องให้น้องชายฉันเป็นคนสานต่อ
เท่าที่ผ่านมาฉันลองทำดูแล้ว มันไม่ใช่ตัวฉันเอาเลย
ขืนเอาฉันไปเป็นตัวจักรผันสำคัญในการทำธุรกิจของบ้าน
โอกาสวายวอดมีสูงแน่ ที่สำคัญฉันไม่ได้รักที่จะเป็นอย่างนั้นเลย
รู้สึกเจ็บปวดเหลือเกินที่ฉันอาจจะทำให้พ่อผิดหวังอีกครั้ง

พ่อไม่เคยพูดอะไรกับฉันในสิ่งที่ฉันเลือกเป็น แม้จะเห็นอยู่ตำตา
ทำเป็นไม่เห็นหรือไม่รับรู้กับความเป็นตัวตนที่แท้จริงของฉัน
พ่อมองว่า ฉันผิดปกติ และต้องหายได้ ถ้าใช้วิธีของพ่อ
ฉันต่างกับน้องชาย เพราะฉันไม่ใช่ผู้ชายตั้งแต่เกิดแล้วด้วยซ้ำไป
คงมีแม่คนเดียวกระมัง ที่ฉันพอจะแสดงออกตัวตนให้เห็นบ้าง
ในขณะที่กับพ่อ ฉันแทบต้องนิ่งและเก็บความรู้สึกทั้งหมดไว้

ไม่รู้ว่าเป็นความเห็นแก่ตัวเกินไปสำหรับลูกชายคนโตของบ้านหรือเปล่า
แทนที่จะต้องแบกรับภาระทั้งหมดของบ้านไว้ตามที่พ่อแม่ต้องการ
ฉันกลับปัดภาระเหล่านั้นทั้งหมดไปที่น้องชาย ซึ่งเหมาะสมอย่างยิ่ง
ในขณะที่ตัวฉัน มาวิ่งไล่ความฝัน และพยายามทำฝันของฉันให้เป็นจริง
โดยไม่ต้องการกลับไปอึดอัดใจอีกครั้ง

ฉันไม่รู้หรอกว่า ความหวังที่ฉันตั้งไว้ มันสูงเกินเอื้อม ไกลสุดฝันหรือไม่
ฉันขอแค่ได้ลองทำ ใส่ใจกับมันให้ถึงที่สุด แม้จะรู้ว่าจะต้องแพ้
และอาจจะต้องสูญเสียทุกอย่างในชีวิตไป ฉันก็ยอมนะ ขอให้ได้ลองทำดู

นี่คงเป็นอีกวันที่ฉันมานั่งทอดอารมณ์ที่นี่ ทะเลสาบกลางหมู่บ้าน
และฉันก็ได้ทำในสิ่งที่ฉันไม่กล้าทำ หยิบกล้องขึ้นมาสะพาย
แล้วก็ลุกขึ้นกลับไปบ้าน ไม่ซิ มันก็แค่ที่พักซุกหัวนอน
บ้านฉันอยู่ไกลจากที่นี่ ไกลเหลือเกิน

ฉันคงเป็นคนไม่มีอะไรน่ารักสำหรับใครหลายคนกระมัง
หรืออาจจะเป็นคนแปลกสำหรับคนทั่วไปแถวนี้
เวลาฉันเหงา ฉันก็บอกใครไม่ได้
เวลาฉันมีความทุกข์ ก็แสดงออกมาไม่ได้
ทุกคนเห็นฉันเป็นคนสนุกสนาน เป็นคนเฮฮา
ฉันคงจะเศร้าและร้องไห้ไม่ได้ ฉันต้องตลก ชิมิคะ

ปัจฉิมลิขิต

  • พรุ่งนี้ฉันจะกลับมาแรดเหมือนเดิมนะคะ
  • ฉันยังไม่บ้าหรือผีนางเอกเข้าสิง อย่าวิตกไป
    พอองค์ทมยันตีออก ร่างกะเทยก็จะกลับมาค่ะ
  • ว่าแต่ฉันเขียนอะไรแบบนี้ คงไม่ว่ากันนะคะ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

สู้ๆเค้านะค่ะพี่แอ๋ว

ถ้าเราตั้งใจต้องทำได้แน่นอนค่ะ

ถ้าหนูแอ๋วอยู่ข้างหน้า..และเป็นน้องสาว
คุณยายจะกอดไว้ซักที....แต่อยู่ไกลก็กอดได้ใช่ไหมคะ
ไล่ตามความฝันไปเถอะหนู....คุณยายเอาใจช่วยน้า

#2 By ยายแม่บ้าน on 2005-12-02 21:03

เศร้าก็คุยกันได้นะจ๊ะ...ไม่ตลกก็อ่านค่ะ

#3 By ยายแม่บ้าน on 2005-12-02 21:04

/me T^T....

the parents be with you

วันนี้ตลกไม่ออก ความเห็นเหมือนคุณยายแม่บ้าน กระซิกๆ

#4 By ♣ WW.Lust--- on 2005-12-02 22:02

ทำในสิ่งที่ตนเองรักและต้องการครับ จบสู้ชีวิตครับ

#5 By อั๊พ on 2005-12-02 23:20

ร้องได้คับ ร้องไปเหอะ

จบแล้ว จบกันนะ อย่าเอามาคิดอีก แค่นั้นแหละคับ

เหมือนคอมเมนต์ข้างบน ไม่ตลกก้อจะอ่านคับ

#6 By cosmoguy on 2005-12-03 00:38

คุณนายแอ๋วโชคดีกว่าเพื่อนเราตั้งหลายคน ที่ต้องเก็บเงียบสุดๆไม่ให้ใครรู้เลยทั้งที่บ้าน ที่ทำงาน ที่เรียน


มีน้องคนนึงที่แมวรู้จัก มีปัญหาเดียวกับคุณนายเลย แต่สุดท้ายวันนี้เค้าดูแลครอบครัว พ่อแม่ได้ แม้จะไม่ได้แต่งงานมีหลานให้พ่อแม่อุ้มอย่างที่ต้องการ
จนวันนึงพ่อแม่ก็รับได้ พูดกับเค้าว่า "อย่างน้อยพ่อกับแม่ก็ยังมีลูกชายอยู่"

บางเรื่องต้องใช้เวลาค่ะ

เข้มแข็งนะคะ แต่ที่จริงไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคุณนายแอ๋วเข้มแข็งสุดๆอยู่แล้ว

ไม่ตลกยิ่งอยากอ่านค่ะ แฟนพันธุ์แท้ค่ะ

#7 By แมวหลอน haunted cat on 2005-12-03 01:37

วันนี้ออกแนวเศร้านะคะ
แต่อยากบอกว่าที่ตรงนี้ ยินดีที่จะรับฟังทุกอย่าง
ยอมรับได้ในสิ่งที่คุณนายแอ๋วเป็น
เพราะคุณนายแอ๋ว ก็ยังเป็นคุณนายแอ๋วที่น่ารักของเราเช่นเคย
อยากให้ที่ตรงนี้เป็นตัวเองที่ไม่ได้เสแสร้ง
อยากให้ที่ตรงนี้เข้ามาแล้วมีความสุขทุกคนค่ะ
ความรู้สึกนี้มันจะมาแว้บไปแว้บ เพียงเรารู้เราว่าแท้แล้วเราคืออะไรต้องการอะไร ทำอะไรอยู่มันก็จะสบายใจนะครับ เคยรู้สึกเหมือนกันแต่.... เข้มแข็งเท่านั้นนะ เพราะอย่างไงแล้วเราก็ต้องพร้อมยอมรับว่าเราอาจจะต้องอยู่คนเดียวไปตลอดชีวิตนะครับ

รักนะ

#9 By pondpond (61.19.231.4) on 2005-12-04 01:51

คุณแอ๋วเป็นคนเก่งนะ
เก่งมากมากด้วย
กล้าที่จะคิด กล้าที่จะฝัน
และกล้าที่จะเดินไปตามทางของตัวเอง
เดินต่อไปนะฮะ
เป็นกำลังใจให้
You wouldn't xanax be asking How did not sold and buy xanax online!

#12 By xanax (72.36.223.73) on 2006-04-16 03:56

Miller I mean the events in this-wait a look at. He sighed bellowed in the damaged French twist showing off

#13 By buy tramadol (72.36.223.73) on 2006-04-16 15:51

Well done!

#14 By tramadol (72.36.223.73) on 2006-05-07 07:16

very best blog!

#15 By paxil cr (72.36.223.73) on 2006-05-07 11:22

Hi man!

#16 By tramadol (12.226.240.8) on 2006-11-16 04:20

Hi man!

#17 By tramadol (68.95.146.146) on 2006-11-16 04:21

Hi man!

#18 By tramadol (68.95.146.146) on 2006-11-16 04:21